1) ไม่อยากเรียน
“ทำไมลิลต้องเรียนเพิ่มอีกคะแม่”
เสียงโวยวายจากลลิลดังขึ้นหลังรู้ว่าวันนี้แม่เธอหาติวเตอร์พิเศษมาสอนเพิ่มเติมให้ ทั้งที่ตั้งใจไว้ว่าวันหยุดจะได้ออกไปเดินเที่ยวกับเพื่อนเหมือนเคย กลับต้องมาโดนบังคับให้เรียนเพิ่มแบบนี้เธอเลยโมโหเอามากๆ
“แล้วแกไม่อยากสอบติดที่ดีๆรึไงล่ะ”
“แต่คะแนนลิลก็ท็อปทุกเทอมอยู่แล้วนะคะ”
ลลิลแย้งอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมพ่อแม่ต้องอยากให้เธอเก่งไปมากกว่านี้ด้วย หากคะแนนที่สอบไม่ได้เต็มเธอก็จะต้องโดนตำหนิทุกทีไป
“แล้วแกจะให้มันมากขึ้นอีกไม่ได้รึไง อย่าเรื่องมากแม่หาครูให้แล้วแกมีหน้าที่เรียนก็เรียนไป”
“แม่คะ”
“เลิกเถียงสักที แม่มีธุระต้องไปทำนะอย่าทำตัวมีปัญหาได้มั้ย”
“...”
“อ้อ แล้วถ้าครูสอนพิเศษมาแกก็ทำตัวดีๆล่ะอย่าให้เค้ามาว่าแม่ได้นะจำไว้”
คนเป็นแม่หันมากำชับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดก่อนจะเดินออกไปจากบ้าน บ้านหลังใหญ่ที่เหลือเพียงแค่ลลิลกับเหล่าแม่บ้านเพียงไม่กี่คนที่ต่างทำหน้าที่กันอยู่ ลลิลถอนหายใจก่อนจะทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรง
เธออุตส่าห์ตั้งใจเรียนทำคะแนนดีๆมาตลอดเพื่อจะได้ขอเวลาอิสระช่วงวันหยุดเพื่อทำตามใจตัวเองบ้าง แต่ดูเหมือนพ่อกับแม่จะไม่เคยเห็นเลยว่าเธอทำได้ดีแค่ไหน นอกจากต้องดีที่สุด สมบูรณ์แบบที่สุดเท่านั้นถึงจะพอใจ
ลลิลมองดูนาฬิกาเห็นว่ายังพอเหลือเวลาอยู่บ้างเลยหยิบมือถือมากดแชทหาเพื่อนสนิทในกลุ่มเพื่อระบายอารมณ์คุกรุ่นในตอนนี้
‘มึงทำอะไรกันอ่ะ’
‘กูนอนดูการ์ตูน’
‘กูออกมาหาแฟน ไม่ตอบละนะจะหวานกันต่อ’
‘โห นังแพรเพื่อนทรยศ ติดแฟนทุกวันแบบนี้ฟ้องแม่มึงดีมั้ย’
ลลิลที่หมั่นไส้คนมีแฟนรีบต่อว่า กล้าดียังไงมามีความสุขตอนที่เธอทุกข์ใจจะบ้าตายแบบนี้
‘แล้วมึงเป็นไรเกรี้ยวกราดจังล่ะลิล กูก็อยู่กับแฟนเป็นปกติมั้ยวะ’
‘ก็กูหงุดหงิด แม่กูหาครูมาติวเพิ่มแทนที่กูจะได้ออกไปเดินเที่ยวก็ไม่ได้ไปเนี่ย แม่ง’
‘มึงจะเป็นหมอเหรอวะ เรียนไปไหนนักหนา’
‘อือ กูจะเรียนหมอไง มึงลืมเหรอจีน’
‘จีนมันเคยจำอะไรได้นอกจากการ์ตูนมึงก็รู้’
‘เอาจริงๆกูอยากเป็นมันนะ ไม่เรียนก็ไปนั่งขายทองเฉยๆ’
‘มึงมาโดนม๊ากูด่าทุกวันนี่มาจะได้รู้ ด่าจนชื่อการ์ตูนกูปลิวจากสมองหมดละ’
‘โอ๊ย พวกมึงนี่นะไม่มีใครพอดีสักคนเลยแม่ง กูไปเดตต่อแล้วจริงๆนะแฟนกูรอนานแล้วเนี่ย’
‘เออๆ ไปเหอะรำคาญมาก แล้วก็ป้องกันดีๆนะมึงอ่ะ’
‘เออน่า ไม่เคยพลาดกูไม่ได้อยากเลี้ยงลูกตอนนี้นะ’
‘แล้วกูอ่ะ ไปดูการ์ตูนต่อได้ยัง’
‘เออๆ ไปเหอะเดี๋ยวกูนั่งทำใจต่อก่อน ถ้ามาแบบแก่ๆดุๆกูจะร้องไห้ให้ดู’
‘มึงอาจจะเจอครูแซ่บๆจนอยากเรียนทุกวันก็ได้นะเว้ยลิล’
‘เออ ถ้าครูหล่อก็อย่าลืมเอามาแชร์บ้างนะเว้ย’
‘สมพรปากพวกมึงเถอะ กูไม่สนใจแล้วตอนนี้ขี้เกียจจะตายห่า’
ลลิลกดปิดแชทไว้แค่นั้นก่อนจะเอามือปิดหน้าแล้วนอนดิ้นอยู่บนโซฟาตัวยาวกลางห้องรับแขกราวกับเด็กถูกขัดใจ ก่อนจะต้องชะงักกับเสียงที่ได้ยินอยู่บนหัว
“อาการแบบนี้ต้องไปหาหมอก่อนมั้ย”
“ห้ะ! ใคร ใครคะ”
ลลิลที่ยังตกใจตาโตก่อนจะเงยมองหน้าคนที่ก้มมองตัวเองอยู่
“คนที่จะมาสอนพิเศษเธอไง”
“คะ!”
ลลิลรีบผุดลุกขึ้นนั่งก่อนจะหันไปมองคนที่บอกจะมาสอนชัดๆแล้วก็อ้าปากค้างตาโตอีกรอบ เครื่องหน้าคมคายกับรูปร่างที่สูงเหมือนนายแบบ ในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์สีเข้มที่เน้นสัดส่วนจนเห็นกล้ามเนื้อชัดเจนนั่น ทำเอาลลิลที่ไม่เคยเจอคนที่ออร่ากระจายแบบนี้มาก่อนถึงกับมองขึ้นลงหลายรอบด้วยความลืมตัว
นี่ครูสอนพิเศษเธอแน่เหรอ คนที่ทั้งหล่อทั้งหุ่นดีเหมือนดาราแบบนี้เนี่ยนะ
“มองเสร็จยัง ไม่ทักทายกันหน่อยเหรอครับ”
“คะ อ๋อ คือ ค่ะ สวัสดีค่ะ”
ลลิลยกมือไหว้ทักทายแบบไม่มีสติเท่าไรนักเพราะยังอึ้งอยู่ ไม่คิดไม่ฝันว่าครูสอนพิเศษที่แม่จ้างมาให้จะหล่อออร่าพุ่งจนแสบตาไปหมดแบบนี้
“เอาตรงไหนดี”
“คะ!!”
ลลิลเสียงดังอย่างลืมตัวเพราะประโยคนั้น ทำเอาคิดดีไม่ได้จริงๆ
“จะเรียนตรงไหนครับนักเรียน”
“อยากได้ เอ้ย! อยากเรียนที่ห้องนั้นค่ะ”
ลลิลแทบอยากตบปากตัวเองที่เผลอพูดสิ่งที่คิดจนหน้าแดงไปหมด หากไม่ได้คิดไปเองเธอแอบเห็นว่าอีกคนอมยิ้มแวบนึง เพราะตอนนี้กลับมาทำหน้าตึงอีกแล้ว
“ก็นำไปสิครับ จะได้รีบเสร็จไวๆ”
ไม่รู้เพราะลลิลคิดลามกหรือครูสอนพิเศษพูดจากำกวมกันแน่ แต่ละประโยคถึงได้ชวนคิดลึกจนจิตใจเตลิดเปิดเปิงแบบนี้ ทำเอาลลิลที่ตั้งใจจะเกเรถึงกับเขวไปหมดเลย
“คะ อ่อ ได้ค่ะ”