บทที่ 4 คนของพัคซูโฮ

1697 คำ
เทียนกัลยาภัครู้สึกตัวในช่วงเวลาเย็นมองไปรอบๆกับไม่ใช่ที่ที่คุ้นเคยจึงดีดตัวขึ้นมา แต่ทำให้หน้ามืดจึงค่อยหลับตาและใช้มือนวดบริเวณขมับทั้งสองข้าง “ปวดตรงไหนเหรอ” หญิงสาวเมื่อเห็นว่าเป็นคนใจร้ายจึงขยับตัวลุกหนีเพราะตอนนี้ซูโฮอยู่ในชุดคลุมอาบน้ำพร้อมกับกลิ่นแอลกอฮอล์ผสมกับกลิ่นบุหรี่สร้างเสน่ห์ขึ้นมาไม่หน่อยแต่ใช้ไม่ได้สำหรับเทียนกัลยาภัค “ถะ ถอย ออกไปห่างๆ” เมื่อเห็นชายหนุ่มขยับเข้ามาใกล้จึงจะคลานลงจากเตียงอีกฝั่งแต่ก็ไม่ทันคนตัวโตกว่าซูโฮเข้ากอดหญิงสาวจากทางด้านหลังทำให้เทียนกัลยาภัคหน้าคว่ำไปกับที่นอน “จะไปไหน!” เมื่อเห็นคนตรงหน้าเตรียมตัวจะหนีชายหนุ่มจึงเข้าสวมกอดไว้ตอนนี้ทั้งสองจึงนอนกอดกันอยู่บนที่นอนกว้าง “ปะ ปล่อยหนู อย่าทำอะไรหนูเลย” “อย่าไม่ดื้อคืนนี้ฉันจะไม่ทำอะไร” เพราะเห็นว่าเทียนกัลยาภัคไม่ค่อยสบายคืนนี้เขาจะให้หญิงสาวได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ “เพื่อนหนูละ” “ไม่ต้องห่วงฉันพูดคำไหนคำนั้น ลุกไปกินข้าวกินยาได้แล้ว” เทียนกัลยาภัคจึงทำตามที่ชายหนุ่มบอกกินข้าวให้อิ่มค่อยคิดหาวิธีหนีออกไปจากผู้ชายใจร้ายคนนี้ หรือไม่ก็ยอมถูกจับและโดนส่งกลับประเทศ . มีนรญาพยายามกดโทรเทียนกัลยาภัคแต่ก็ไม่มีใครรับสายเธออิจฉาเพื่อนเพราะเพิ่งรู้ประวัติของผู้ชายคนนั้น “ถ้าเทียนมันจะรับ คงรับไปนานแล้ว” ปัญนิตาหันมามองมีนรญาคงไม่พ้นเรื่องผู้ชายคนนั้น ขอให้เทียนกัลยาภัคไม่เป็นอะไรหรือไม่ก็ขอให้ชายหนุ่มดูแลเทียนกัลยาภัคให้ดี “ผู้ชายคนนั้นคือพัคซูโฮหล่อ รวยยิ่งกว่าอะไร เทียนมันทำบุญด้วยอะไร” มีนรญาตาลุกวาวขึ้นมาทันทีด้วยความอิจฉาอย่างนี้เทียนกัลยาภัคก็สบายไปทั้งชาติเลย “เธอยังจะห่วงผู้ชายมากกว่าเพื่อนเหรอ” “รวยขนาดนั้น ฉันก็ยอม” “ไร้สาระ” ปัญนิตามองหน้ามีนรญาด้วยสายตาที่ขุ่นเคืองเธอกับมีนรญาไม่ค่อยชอบขี้หน้ากันอยู่แล้ว “คอยดูเถอะโดนทิ้งเมื่อไรฉันจะสมน้ำหน้าให้เลย” ความอิจฉาทำให้มีรญาพูดออกมาแบบที่สมองคิด เทียนกัลยาภัคเด่นกว่าเธอตั้งหลายอย่างไหนจะหน้าตาอีก “เธอนี่มัน...” ปัญนิตาจึงเลิกคุยกับมีนรญาตอนนี้แค่รอว่าเทียนกัลยาภัคจะติดต่อมาหรือไม่เพราะเธอก็ห่วงเพื่อนที่สุด คนของซูโฮรับปากว่าจะช่วยพวกเธอระหว่างอยู่ที่เกาหลี เทียนกัลยาภัคกำลังนั่งกินข้าวโดยมีสายตาของซูโฮนั่งจ้องหญิงสาวอยู่จนคนป่วยแทบกลืนข้าวไม่ลง “หนูขอโทรหาเพื่อนหน่อยได้ไหมคะ?” “ได้สิ แต่ของแบบนี้มันต้องมีข้อแลกเปลี่ยน” ซูโฮพูดด้วยน้ำเสียงเจ้าเล่ห์ พร้อมกับอมยิ้มออกมาชายหนุ่มวางมือถือไว้ตรงหน้าตัวเอง “ข้อแลกเปลี่ยนอะไรคะ” เทียนกัลยาภัคจึงมองตามไปที่นิ้วมือของชายหนุ่ม ซูโฮที่นิ้วไปที่แก้มของตัวเองและพูดความต้องการออกมา “หอมแก้มฉันให้คุย 2 นาที แต่ถ้าจูบปาก 5 นาที จะเลือกอะไร” “เอ่อ ไม่เลือกได้ไหมคะ” เทียนกัลยาภัคตอบออกไปชายหนุ่มกำลังทำเหมือนคนกำลังจีบกันแต่ทำไมหัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้นมาจนหญิงสาวไม่เข้าใจตัวเอง “เลือก! ไม่งั้นก็ไม่ต้องโทร” “หอมแก้มก็ได้ค่ะ” ซูโฮจึงพอใจแล้วลุกขึ้นมาเดินมาใกล้หญิงสาวจับยกให้เทียนกัลยาภัคมานั่งบนตักแกร่งมือทั้งสองข้างจึงโอบกอดเอวของกหญิงสาวไว้ “ค คุณนั่งห่างๆ ก็ได้ค่ะ” “เร็วสิ!” ชายหนุ่มยื่นแก้มเข้ามาใกล้เทียนกัลยาภัคจึงหลับตาแล้วจำใจกดริมฝีปากไปที่แก้มสากของซูโฮแล้วรีบผละออกมาอย่างรวดเร็ว “อีกข้าง” “คุณขี้โกงกันหรือเปล่า” “ก็ฟังไม่จบเองสองข้างเร็วๆก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจ” หญิงสาวจึงทำตามที่ชายหนุ่มต้องการแล้วรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเพื่อต่อสายหาปัญนิตา “ฮัลโหล ตารับสายค่ะจากไหนคะ” “ตาเทียนเอง” “เทียนเป็นยังไงบ้างเขาทำอะไรเทียนหรือเปล่าแล้วเทียนอยู่ไหน” “เทียนสบายดีไม่ต้องเป็นห่วง อุ้ย!” “เทียนเป็นอะไร! บอกเราได้นะ” “เอาไว้เดี๋ยวเทียนโทรกลับนะ ฝากขอโทษทุกคนด้วย” เทียนกัลยาภัคจึงรีบวางสายจากเพื่อนเพราะตอนนี้ชายหนุ่มกำลังใช้มือเคล้นคลึงกับหน้าอกอวบผ่านเสื้อตัวใหญ่โดยไม่เกรงใจหญิงสาวเลยสักนิด “โอ้ยยยยยย เป็นหมาหรือไง!” ซูโฮร้องออกมาเมื่อหญิงสาวใช้ปากกัดเข้าไปที่นิ้วมือของเขาเต็มแรงจนเกิดเป็นรอยฟันขึ้นมา “ช่วยไม่ได้ใครบอกให้คุณมาลวนลามหนูแถมยังกวนเวลาหนูอีก” หญิงสาวรีบลุกขึ้นจากตักของซูโฮพร้อมจ้องไปที่ชายหนุ่มด้วยสายตาที่พร้อมจะเอาเรื่อง “ถ้าเป็นเด็กดีเมื่อไรฉันจะไม่กักขังเธอไว้ โอเคป่ะ” แต่หญิงสาวก็ไม่ตอบอะไรกลับมาจนชายหนุ่มเป็นฝ่ายถามขึ้นมาอีกรอบ “เทียนกัลยาภัคมีชื่อที่เรียกง่ายกว่านี้ไหม” “เทียน!” “เทียน เรียกยากจังฉันเรียก แออินก็ได้” ซึ่งภาษาเกาหลีแปลว่าที่รักหรือคนรัก คนไม่รู้ความหมายถึงกับทำหน้างง “ใครเป็นพระอินทร์” เทียนกัลยาภัคบ่นออกมาในใจ “พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอกลับโซลด้วย” “หนูต้องอยู่แบบนี้อีกนานแค่ไหนคะ” “สามเดือนหรือไม่จนกว่าฉันจะเบื่อ ไม่ต้องห่วงหรอกฉันไม่เคยนอนกับใครเดินหนึ่งเดือน ฉันจะให้เงินไปตั้งตัวก็อนหนึ่งถือว่าเป็นค่าสึกเหรอก็แล้วกัน” ชายหนุ่มพูดออกมาตามความต้องการของตัวเอง “...” หญิงสาวกำหมัดแน่นแต่ก็ไม่พูดอะไรออกมาเพราะตอนนี้เธอไม่มีสิทธิ์พูด ดวงตาที่เริ่มแดงทำให้ซูโฮรู้ว่าหญิงสาวคงกำลังโกรธเขา “คุณทำแบบนี้ทำไมในเมื่อคืนนั้นก็แค่เรื่องเข้าใจผิด” “แค่เรื่องเข้าใจผิด?” ซูโฮเหมือนโดนตบหน้าเพราะหญิงสาวคิดกับเขาแค่เป็นเรื่องที่ผิดพลาด พูดออกมาโดยไม่คิดอะไร “หนูก็..ก็เสียความบริสุทธิ์ให้คุณแล้วทำไมเราถึงไม่ต่างคนต่างไป” “หยุดพูดเดี๋ยวนี้! เทียนกัลยาภัค” ซูโฮจึงบอกให้หญิงหยุดพูดพอโดนพูดแบบนี้ชายหนุ่มถึงกับไปไม่เป็นคำพูดเหล่านี้เขาต่างหากที่สมควรจะพูดออกมา “แล้วคุณจะให้หนูอยู่ในฐานะอะไรคะ?” “ผู้หญิงของฉัน” “คะ” “เป็นผู้หญิงของพัคซูโฮ” การที่เขาเลือกที่จะให้สถานะนี้นั่นแปลว่าหญิงสาวสำคัญกว่าผู้หญิงทุกคนที่เขาเคยหลับนอนด้วยหญิงสาวควรจะภูมิใจ “เข้าใจแล้วค่ะ” คนที่ไม่เข้าใจความหมายกำลังคิดว่าชายหนุ่มตีค่าให้เธอเป็นเพียงคู่นอนจึงเงียบและเดินกลับเข้าห้องไปโดยไม่พูดอะไรออกมา “เราคงเป็นได้แค่นี้สินะ” พัคซูโฮไม่เข้าใจว่าเทียนกัลยาภัคเป็นอะไรขึ้นมาตอนนี้ก็ดึกมากแล้วชายหนุ่มจึงเดินย่องเข้าไปในห้องพักที่มีเทียนกัลยาภัคพักอยู่แต่ก็ไม่พบใคร เมื่อเดินมาหยุดที่หน้าประตูห้องน้ำได้ยินเสียงน้ำไหลจึงค่อยๆเปิดประตู “Shift แม่งโคตรเด็ด” เพล้ง! ซูโฮที่ทำขวดน้ำหล่นถึงกับไปไม่เป็นรีบเก็บของวางไว้ที่เดิมแล้วมานั่งรอหญิงสาวที่ปลายเตียงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เทียนกัลยาภัคเมื่อได้ยินเสียงเหมือนมีใครอยู่ในห้องจึงรีบเช็ดตัวแล้วสวมเสื้อผ้าที่ซูโฮเตรียมไว้ให้ เมื่อเดินออกมาถึงกับตกใจที่เห็นชายหนุ่มนั่งรออยู่ที่ปลายเตียง “คุณเข้ามาทำอะไรคะ” “ก็มีห้องเดียวฉันจะนอนบนที่นอน” “นั้นคุณก็นอนไปหนูจะนอนพื้นเอง” หญิงสาวจึงลากผ้าห่มและหมอนลงมาไว้ที่พื้น เมื่อเริ่มง่วงจึงล้มตัวลงนอนโดยไม่สนใจคนที่อยู่ในห้อง “แออินหลับยัง” ชายหนุ่มที่นอนไม่หลับจึงค่อยๆใช้มือสะกิดเรียกหญิงสาวแต่ดูเหมือนหญิงสาวจะหลับลึกเมื่อแตะโดนหน้าถึงกับต้องรีบเอามือออก “ทำไมตัวร้อนจัง” ชายหนุ่มจึงรีบอุ้มหญิงสาวมานอนบนเตียงเมื่อไม่เคยดูแลใครจึงทำตัวไม่ถูก คนที่จะเพิ่งได้คงมีแค่ลูกน้อง “นายหลับหรือยังแทจอง” “กำลังจะหลับครับ” ใครจะกล้าบอกว่าเขากำลังหลับฝันดีเลยแต่ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงโทรศัพท์ “เวลาคนไข้ขึ้นเขาทำกันยังไงไข้ถึงจะลดวะ” “เจ้านายไม่สบายเหรอครับให้ผมเรียกหมอให้ไหมครับ” “ตอบคำถามฉันมาก็พอ” “เช็ดตัวไงครับ แล้วก็กินยาลดไข้” เมื่อวางสายไปแล้วซูโฮจึงหาผ้าผืนเล็กไปชุบน้ำแล้วนำมาเช็ดตัวให้หญิงสาว เพราะสงสารหรอกนะเขาถึงยอมทำให้เขาไม่มีวันรักใคร “อื้อ อย่าทำหนู ปล่อยยย” “แออิน ฉันเอง” เมื่อเห็นหญิงสาวละเมอจึงนอนกอดไว้เพื่อให้หญิงสาวรู้สึกอบอุ่นคนไม่สบายเมื่อได้รับไออุ่นจึงกอดไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “กูต้องอดทนขนาดนี้เลยเหรอวะ” ชายหนุ่มบ่นออกมาเพราะตอนนี้น้องชายของเขาขยายตัวใหญ่ขึ้นแค่ได้กลิ่นหอมๆจากตัวของเทียนกัลยาภัคอารมณ์เขาก็เตลิดไปไกลแล้วกว่าจะข่มตาให้หลับลงได้ก็ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม