ครืด ครืด ครืด
ซูโฮลืมตาขึ้นมาเมื่อมีสายเข้าจึงกดรับสายโดยที่ไม่มองว่าเป็นสายของใคร แต่เมื่อได้รับรู้ที่ลูกน้องรายงานชายหนุ่มถึงกับลุกขึ้นมือกำหมัดไว้แน่น
“โง่! กูให้พวกมึงไปตามเฝ้าเมียกูแล้วทำไมถึงปล่อยให้หนีไปได้ ตามหาให้เจอภายในสองชั่วโมง ไม่งั้นพวกมึงเดือดร้อน!”
เพล้ง!
ซูโฮปาแก้วลงพื้นด้วยความโมโหเมื่อหญิงสาวกล้าลองดีกับคนอย่างเขา
“หนีให้พ้นก็แล้วกันกูเจอเมื่อไร จะได้เห็นดีกัน” ในเมื่อเขาใจดีด้วยแล้วหญิงสาวไม่ฟังเขาคงต้องใจร้ายสินะหญิงสาวถึงจะยอมอยู่อย่างสงบสุข
“เอ่อ เจ้านายมีอะไรหรือเปล่าครับ” จองมินที่ได้ยินเสียงเหมือนแก้วหล่นลงพื้นจึงรีบเข้ามาดูเจ้านายทันที
“ตามหาเทียนกัลยาภัคให้พบแล้วเอาตัวมาให้กู” ซูโฮพูดด้วยแววตาที่แดงก่ำเขาไม่เคยคิดจะบังคับใครแบบนี้มาก่อนและเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันก็คงยังไม่เบื่อ
.
เทียนกัลยาภัคที่ขอตัวเข้าห้องน้ำและอาศัยที่เผลอแล้วรีบวิ่งหลบออกมาจากห้องน้ำตอนนี้หญิงสาวกำลังเดินทางมายังสถานีรถไฟแต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องไปไหนต่อ
“พ่อจ๋าแม่จ๋าขอให้หนูหนีให้พ้นจากเขานะคะ” หญิงสาวไหว้ขอพรและจะเดินไปจองตั๋วเพื่อเดินทางกลับปูซานและตัดสินใจว่าจะกลับประเทศไทย
“อื้อออออ”
กลิ่นฉุนของยาลอยเข้ามาแตะจมูกเมื่อพยายามดิ้นให้หลุดพ้นแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะแรงของคนข้างหลังนั่นมีมากกว่า ก่อนที่สติจะดับวูบไปเธอได้ยินเสียงคนคุยกันดังมาจากไกลๆ
“ระวังหน่อยอย่าแตะต้องตัวเธอ” แทจองหันไปพูดกับเหล่าบอดี้การ์ดกว่าเขาจะตามตัวเจอก็เล่นเอาเหงื่อตก
“ชะตาเกือบขาดแล้วกู โชคดีนะครับคุณเทียนผมไม่ได้อยากทำแบบนี้เลย” แทจองอดสงสารหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้เจ้านายเขาก็ถูกใจเหลือเกินถึงได้ตามจับตัวกับแบบนี้
เทียนกัลยาภัคลืมตาขึ้นมาเห็นเพียงโคมไฟบ่นเพดานเมื่อมองไปบริเวณรอบถึงรู้ว่าเธอกำลังโดนจับตัวมาแต่เมื่อกำลังจะก้าวขาลงจากเตียงจึงสะดุดล้มกับโซ่ที่ล่ามขาเธอไว้
“ยังมีแรงที่จะหนีต่ออีกเหรอ”
“ค คุณซูโฮ ปล่อยหนูนะ”
“กูยังไม่เบื่อ ต่อให้หนีไปให้ไกลกูก็จะตามกลับมา” ชายหนุ่มจึงใช้มือบีบที่คอหญิงสาวจนเกิดรอยแดงเมื่อน้ำตาไหลลงมาสัมผัสกับมือของชายหนุ่มจึงได้สติขึ้นมา
“ปล่อยหนู ฮึก!”
“ตอนกูใจดีทำไมมึงไม่ฟัง! ดื้อนักก็ล่ามโซ่ไว้จะได้ไม่ต้องคิดหนีไปไหนอีก”
“หนูไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของคุณนะ”
“ไม่ใช่ไง แต่เป็นเมีย! ต่อให้ตายกูก็จะเอาร่างกลับมา เข้าใจไหม!” เพราะความหึงหวงและน้อยใจว่าหญิงสาวจะหนีไปจากเขาอีกทำให้พัคซูโฮต้องใจร้ายกับเทียนกัลยาภัค
“กรี๊ดดดด จะทำอะไรปล่อยนะ!” หญิงสาวดิ้นเพื่อให้หลุดพ้นจากการจับกุมของชายหนุ่มที่กำลังฉีกเสื้อผ้าหญิงสาวออกจากตัว
“ก็จะทำให้มึงไม่มีแรงหนีไปไหนไง!”
แคว่ก!!!
ซูโฮกระชากเสื้อออกมาจากขาดติดมือเขาแล้วอุ้มหญิงสาวขึ้นมาวางไว้บนเตียงพร้อมกับใบหน้าคมคายที่ซุกไซร้ซอกคอขาวไม่หยุด
“โอ้ยยยย! ฤทธิ์เยอะนักใช่ไหม”
ซูโฮหยิบกุญแจมือออกมาจากในลิ้นชักข้างเตียงและจับล็อคที่ข้อมือของหญิงสาวไว้กับกับหัวเตียง จะได้ไม่ต้องทำร้ายเขาได้อีก
“ปล่อยหนูนะ! ปล่อยสิไอ้ชั่ว”
“เออ กูจะชั่วให้สมใจมึงเลย” ชายหนุ่มกระชากเสื้อเชิ้ตของตัวเองออกจนกระดุมกระเด็นไปคนละทางกระจัดการจากเต็มพื้นตามด้วยกางเกง
“ไม่! ฮึก! อย่าทำแบบนี้” เทียนกัลยาภัคร้องไห้ออกมาด้วยความกลัวร่ายกายที่ขยับไปไหนไม่ได้จึงได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมที่ชายหนุ่มกำลังจะมอบให้
“ไม่อยากเจ็บตัวก็อย่าอวดดีอีก!”
สวบ!
“กรี๊ดดด เจ็บ! ฮึกก” น้ำตาไหลออกมาไม่หยุดเมื่อชายหนุ่มกระแทกท่อนเอ็นเข้าโดยไม่เล้าโลมหญิงสาวเลยสักนิดทำให้ร่างกายของหญิงสาวเหมือนจะปริแตก
“ซี๊ดดด โอ้ยยย! อย่าดิ้น”
ซูโฮครางออกมาเมื่อร่องสวาทตอดรัดท่อนเอ็นของเขาแน่นยิ่งขยับก็ตอดรัดแน่นขึ้นอีก
“ฮึกใจร้าย!”
เทียนกัลยาภัคหลับตาลงและยอมรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดอีกในไม่ช้า ซูโฮที่เห็นแบบนั้นจึงโมโหเพราะคิดว่าหญิงสาวกำลังรังเกียจเขา
“ให้จำรสชาติวันนี้ไว้และอย่าคิดหนีไปไหนอีก” ซูโฮกระแทกแก่นกายเข้ามาอย่างรุนแรงแต่หญิงสาวก็พยายามเก็บเสียงครางไว้แม้จะทรมานแค่ไหนก็ไม่แม้แต่จะปริปากออกมา
“อ๊ะ! เจ็บ”
“เจ็บสิดี! จะได้จำ” ชายหนุ่มยังคงบ้าระห่ำเด้งสะโพกใส่ร่องสวาทไม่หยุดพัก
“พ พอแล้ว ฮึก!” ความเจ็บปวดและความรุนแรงที่ได้รับทำให้หญิงสาวต้องขอร้องให้ชายหนุ่มหยุดแต่เหมือนจะไม่เป็นผลเพราะชายหนุ่มยังคงกระแทกเข้ามา
“กรี๊ดดดด!”
ก่อนที่หญิงสาวจะหมดสติไปแต่ด้วยความขุ่นเคืองที่ยังมีทำให้ซูโฮ ยังคงกระแทกท่อนเอ็นไม่หยุดถึงแม้หญิงสาวจะสลบไปแล้วก็ตามชายหนุ่มปลดปล่อยน้ำกามออกมาเมื่อพอใจแล้วจึงหยุดที่จะลงโทษหญิงสาว
เทียนกัลยาหลับไปไม่รู้นานแค่ไหนแล้วเพราะทั้งห้องมืดมิดไปหมดมีแค่แสงดวงจันทร์สอดส่องเข้ามาพอให้มองเห็นแต่เมื่อจะขยับก็ต้องผิดหวังเพราะกุญแจมือและโซ่ที่ข้อเท้าทำให้หญิงสาวต้องนอนนิ่งอยู่กับที่
พรืบ!
ไฟในห้องสว่างจ้าทำให้หญิงสาวมองเห็นได้ชัดขึ้นชายหนุ่มกำลังเดินเข้ามาหาแต่หญิงสาวก็ต้องหลบตาด้วยความกลัวว่าจะโดนลงโทษอีก
“ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอีกวันหลังก็อย่าคิดหนี” ซูโฮจึงยื่นมือมาไขกุญแจที่ข้อมือให้หญิงสาว รอยแดงที่เกิดจากการเสียดสีมองเห็นได้อย่างชัดเจน
“ฮึก!”
ถึงแม้จะเจ็บปวดแค่ไหนแต่ก็ไม่ยอมพูดออกมาเธออยากพักผ่อน และอยากหลับใหลไปตลอดกาลให้สาสมกับสิ่งที่ชายหนุ่มทำลงไป
“ฉันให้แม่บ้านเอาข้าวเอายามาให้ กินซะ! อย่าคิดจะมาดื้อกับฉัน” ซูโฮจึงเดินออกไปจากห้องใต้ดินที่จับหญิงสาวมาขังไว้
“คุณเทียนทานหน่อยนะคะจะได้มีแรง อย่าดื้อเลยนะคะเดี๋ยวเจ็บตัวอีก” แม่บ้านที่เห็นสภาพของหญิงสาวจึงรู้สึกสงสารหญิงสาวตรงหน้า
เทียนกัลยาภัคจึงตักข้าวเข้าปากสามถึงสี่คำและกินยาเพื่อพักผ่อน เวลานี่ก็แค่ไม่ต้องเห็นหน้าชายหนุ่มอีกก็พอ
“อุ้ย ขอโทษค่ะนายใหญ่”
“เธอเป็นยังไงบ้าง” ถึงแม้จะทำเป็นใจร้ายแต่ก็ยังมีความห่วงใยหญิงสาวไม่น้อย
“กินข้าวแล้วนอนพักแล้วค่ะ”
“ไปได้แล้ว” ชายหนุ่มมองอาหารที่ยังคงเหลืออยู่บ่งบอกว่าหญิงสาวคงทานแค่ไม่กี่คำ
“คุณเข้ามาทำไม” เทียนกัลยาภัคที่เห็นซูโฮเดินเข้ามาใกล้จึงลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวจะต่อสู้หากชายหนุ่มทำอะไรขึ้นมาอีก
“ยังจะปากเก่งใส่ฉันอีกนะแออิน”
“หนูยังไม่ตายง่ายๆหรอก ถ้าจะตายหนูก็ไม่ตายที่นี่หรอก”
“ปากเก่งนักนะ!” ชายหนุ่มเดินเข้ามาบีบคางของหญิงสาวไว้แน่นเขาอุตส่าห์จะไม่มาหาเรื่องแต่หญิงสาวก็ขยันที่จะยั่วโมโหเขาเหลือเกิน
“ได้! เดี๋ยวจะได้ตายสมใจ”
“คุณจะทำอะไร” หญิงสาวตกใจที่เห็นชายหนุ่มปลดโซ่ออกจากข้อเท้าและอุ้มหญิงสาวพาดบ่าออกไปจากห้องนอน
“กรี๊ดดดด! ปล่อยฉันไอ้สารเลว” เสียงด่าทอของเทียนกัลยาดังไปทั่วบริเวณจนลูกน้องที่ได้ยินต้องทำเป็นก้มหน้าเวลาซูโฮเดินผ่าน
“อยู่ในนี้ไป”
“ไม่นะ! ปล่อยฉันออกไป”
“อยู่เป็นอาหารสิงโตไปเลย”
ซูโฮเดินออกไปและสั่งให้ลูกน้องเฝ้าหญิงสาวไว้ให้ดี เทียนกัลยาที่กำลังกลัวเพราะคำที่ได้หนุ่มพูดออกมาในห้องนี้มีสิงโตชีวิตของเธอคงจบลงตรงนี้
โฮ้งงงง!
“กรี๊ดดดด” หญิงสาวกรีดร้องออกมาเมื่อเห็นเจ้าป่าคำรามและเดินออกมาจากที่มืดจึงปิดหน้าเพราะไม่อยากเห็นภาพอันน่ากลัว แต่ก็ต้องแปลกใจเพราะสัตว์สี่เท้ากำลังเลียขาของเธออยู่
เทียนกัลยาค่อยๆมองออกไปเห็นสิงโตเพศผู้กำลังโตเต็มวัยนั่งจ้องเธออยู่และเลียขาเหมือนลูกแมวกำลังอ้อนเจ้าของจนหญิงสาวค่อยๆนั่งลงข้างๆสิงโตตัวใหญ่
“ไม่กินเทียนเหรอ โอ๊ะ!”
กังจานอนเอาหัวมาหนุนที่หน้าตักของหญิงสาวโดยไม่มีความดุร้ายเลยสักนิด
“คงเหงาสินะ”
หญิงสาวยื่นมือเข้าไปลูบหัวของสิงโตตัวใหญ่พร้อมกับค่อยๆหลับตาลง
กลางดึกที่เงียบสงัดเทียนกัลยาภัคที่เริ่มหนาวจนตัวสั่นเพราะอากาศที่เริ่มเย็นบวกกับอาการป่วยทำให้หญิงสาวต้องกัดฟันสู้กับความหนาวเย็น
“ฉันก็อยากเกิดเป็นสัตว์นะ จะได้ไม่ต้องรับรู้อะไร”
ก่อนที่หนังตาจะหนักอึ้งจนสติค่อยๆ หมดไปจนตัวล้มลงกับพื้นกังจาที่เห็นแบบนั้นจึงส่งเสียงให้คนเข้ามาดูหญิงสาวจนบอดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่ข้างนอกต้องเดินเข้ามา
“เอาไงดีพี่”
“ไปตามเจ้านายมา” บอดี้การ์ดจึงรีบวิ่งไปตามซูโฮให้มาดูอาการของหญิงสาวหากพวกเขาจะแตะเนื้อต้องตัวก็ไม่ได้เพราะเจ้านายสั่งไว้
“ถอยออกไปให้พ้น! นายเอากังจาเข้านอน” ซูโฮรีบอุ้มหญิงสาวขึ้นแนบอกทำให้รับรู้ถึงไปร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวของหญิงสาวชายหนุ่มจึงรีบพาเทียนกัลยาภัคขึ้นมาพักที่ห้องของเขาและไม่ลืมที่จะให้คนตามหมอมาดูอาการ
“อดทนไว้นะฉันให้คนไปตามหมอแล้ว”
พัคซูโฮห่มผ้าให้หญิงสาวเพื่อให้ไออุ่นกับคนตรงหน้าเขาเฝ้าดูหญิงสาวไม่ห่างโชคดีที่กังจาไม่ทำร้ายเทียนกัลยาภัค รอไม่นานหมอก็เข้ามาดูอาการ
“คนไข้ป่วยเพราะร่างกายอ่อนเพลียและที่สำคัญ เอ่อ...”
“รีบพูดมาสิ!”
“อวัยวะเพศบวมแดงช่วงนี้ต้องพักก่อนนะครับ หมอจ่ายยาให้แล้ว”
ซูโฮจึงให้คนไปส่งคุณหมอครับและนั่งเฝ้าหญิงสาวจนถึงเช้า คอยเช็ดตัวให้ตามที่หมอแนะนำหรือเขาจะใจร้ายกับหญิงสาวมากเกินไป