bc

รักวุ่นวายของนายวิศวะ [ไทเกอร์&แบมแบม]

book_age18+
5.7K
ติดตาม
56.6K
อ่าน
จบสุข
ใช้กำลัง
รักเพื่อน
เบาสมอง
วิทยาลัย
like
intro-logo
คำนิยม

เมื่อหนุ่มวิศวะสุดหล่อ ผู้เงียบขรึมและเย็นชา ต้องมาปะทะกับยัยตัวแสบจอมป่วน ที่ทั้งแสบ ทั้งซ่า และไม่มีคำว่า “ยอมใคร” อยู่ในพจนานุกรม!

การใกล้ชิดที่มาพร้อมความปั่นป่วนวุ่นวาย จะจุดไฟรัก… หรือไฟแค้นกันแน่?

หัวใจของพวกเขาจะยังเป็นของตัวเองได้อยู่ไหม เมื่อความรู้สึกที่พยายามซ่อน กลับกำลังจะถูกเปิดเผยทีละนิด…

และเมื่อความรักมันดื้อ จะหนียังไงก็หนีไม่พ้น!

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
“เปิดตัว”
“อย่ามองมาแบบนั้นได้ไหม เดี๋ยวคนอื่นก็สงสัยหรอก” ฉันพิมพ์แชตไปอย่างรวดเร็ว ขณะนั่งลงที่โต๊ะโรงอาหาร ดวงตายังคงหลบเลี่ยงสายตาคนฝั่งตรงข้ามอย่างจงใจ “ก็แค่มองเมียตัวเอง ผิดตรงไหนวะ?” ข้อความตอบกลับเด้งขึ้นมาพร้อมกับร่างสูงที่นั่งลงตรงข้าม ท่ามกลางเพื่อนในกลุ่มที่กำลังคุยเล่นกันเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “นี่! บอกแล้วไงว่าไม่ใช่!!” ฉันพิมพ์สวนกลับในทันที พลางเหลือบมองซ้ายขวาเพื่อเช็กว่าไม่มีใครแอบดูมือถือ แต่เขากลับยักไหล่ วางขวดน้ำตรงหน้าฉัน พร้อมข้อความใหม่ที่ทำเอาหัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด “งั้นเมื่อคืน… ใครเป็นคน ‘ครางชื่อฉัน’ ละ :) ” ฉันนิ่งไป มือที่ถือโทรศัพท์เริ่มชื้นเหงื่อ ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันไม่มีสถานะ ไม่มีชื่อเรียก มีแค่คำว่า “ลับ” ที่แขวนค้างอยู่กลางใจเหมือนมีดคมปลายหนึ่ง … ฉันชื่อ แบมแบม เด็กผู้หญิงวิศวะภาคคอมพิวเตอร์คนหนึ่ง ที่ไม่เคยคิดเลยว่าชีวิตมหาลัยจะมีอะไร “ไม่ธรรมดา” ขนาดนี้ โดยเฉพาะกับคนอย่างเขา… ไทเกอร์ วิศวะรุ่นพี่ปีสาม หน้าตาดี ดีกรีความหล่อที่ใคร ๆ ก็พูดถึง แต่จะมีใครรู้บ้าง ว่าคนอย่างเขา… กลับเป็นคนที่ ฉันเผลอไผลให้ไปแบบโง่ ๆ ฉันเป็นเด็กบ้านนอกที่ไม่มีอะไรโดดเด่น ครอบครัวแตกแยกตั้งแต่ยังไม่ทันจำความได้ พ่อกับแม่เลิกรากันไปนานแล้ว แม่มีสามีใหม่ แล้วฉัน…ก็ต้องมีครอบครัวใหม่โดยปริยาย พร้อมกับสมาชิกแปลกหน้าที่ไม่เคยขอให้เข้ามาในชีวิตเลยสักนิด “นะโม” ลูกติดของพ่อเลี้ยง เป็นผู้หญิงที่ขี้เกียจขั้นสุด งานบ้านทุกอย่างมักจะตกอยู่ที่ฉัน หรือไม่ก็แม่ ส่วนเธอ…นั่งสวยอยู่หน้ากระจก หวีผมไป ดูคลิปไป แล้วก็โพสต์ลงโซเชียลว่าชีวิตตัวเองรันทด บ้านที่ฉันอยู่…ไม่ใช่บ้าน มันคือกล่องเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยเสียงบ่น การขอเงิน และกลิ่นบุหรี่ พ่อเลี้ยงติดพนัน ลูกสาวเขาก็ติดของแบรนด์ แล้วแม่ฉันล่ะ? ทำงานตัวเป็นเกลียว หอบความหวังทั้งชีวิตใส่ถุงขนม กับรถเข็นขายของหน้าตลาด บางวัน ฉันคิดนะ ว่าทำไมชีวิตมันถึงไม่แฟร์ แต่บางวัน ฉันก็บอกตัวเองว่า… ชีวิตที่ไม่มีเซฟโซนให้พัก ต้องรีบสร้าง “เกราะ” ขึ้นมาป้องกันตัวเองให้เร็วที่สุด นั่นแหละ…เหตุผลที่ฉันเลือกมาเรียนในเมือง เหตุผลที่ฉันตั้งใจเรียนสุดชีวิต ทำงานพิเศษสารพัด เพราะที่บ้าน…ไม่เคยมีที่ให้ฉันยืนจริง ๆ แล้วฉัน…ก็ไม่อยากกลับไปยืนตรงนั้นอีก ตัดเวลาผ่านไปไม่นาน… แต่ความเปลี่ยนแปลงในชีวิตฉันมันเหมือนคนละโลกกับเมื่อก่อน ผลของความพยายามมันไม่เคยทรยศใครจริง ๆ และฉัน…ก็ไม่ผิดหวังในตัวเองเลย ฉันสอบติดคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ใช่ คณะที่คนเคยมองว่าผู้หญิงเรียนยาก เรียนหนัก แต่มันคือคณะที่ฉันเลือกด้วยหัวใจ และมันคือครั้งแรก…ที่ฉันรู้สึกว่าความฝันของตัวเอง เริ่มเข้าใกล้เข้ามาทุกที ไม่มีใครรู้หรอกว่าฉันดีใจแค่ไหน วันที่ได้เห็นชื่อตัวเองอยู่ในรายชื่อคนสอบติด ฉันร้องไห้…ไม่ใช่เพราะเสียใจ แต่เพราะรู้ว่า ตัวฉันในวันนั้นที่กัดฟันสู้มาโดยลำพัง เขาทำได้แล้ว ฉันเก็บกระเป๋า ออกเดินทางเข้าสู่เมืองใหญ่ ทิ้งทุกอย่างที่ทำให้รู้สึกอึดอัดไว้ข้างหลัง และเริ่มต้นชีวิตใหม่…ในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ที่ที่ไม่มีใครรู้จักฉัน ที่ที่ฉันไม่ต้องทำความสะอาดห้องน้ำแทนใคร ที่ที่ฉันเลือกได้…ว่าจะยิ้มให้ใครหรือไม่ยิ้มให้ใคร และที่สำคัญ ที่ที่ทำให้ฉันได้เจอเขา… ไทเกอร์ …. นี่เป็นวันแรกของการก้าวเข้าสู่เมืองกรุงของฉัน วันแรกของการเตรียมตัวเป็นนักศึกษาคณะวิศวะที่ใฝ่ฝันไว้มาโดยตลอด ทุกอย่างรอบตัวดูแปลกใหม่ไปหมด เสียงรถ เสียงคน เสียงเมืองที่ไม่เคยหลับ แม้จะดูวุ่นวาย…แต่สำหรับฉัน มันเต็มไปด้วยความหวัง กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ลากตามตัว ฉันยืนอยู่ริมฟุตบาท มือถือเปิดแอปดูแผนที่ไปด้วย พร้อมกับหารายชื่อหอพักที่จดไว้ในสมุดเล่มเล็ก ตอนนี้…สิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรกคือ หาที่พักที่ใกล้กับมหาวิทยาลัย ไม่ใช่แค่เรื่องของเวลาเดินทาง แต่มันคือเรื่องของ ‘เงินในกระเป๋า’ ด้วย ค่ารถ ค่ากิน ค่าเทอม ยังไม่นับค่าหนังสือ ค่าวิชาเรียนพิเศษที่จะตามมา ฉันต้องประหยัดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ …เพื่อให้อยู่รอดในเมืองที่ไม่มีใครรอฉันแบบนี้ แม้จะรู้สึกตื่นเต้น แต่ในใจก็อดหวั่นไม่ได้ เมืองใหญ่ มันไม่ใช่ที่ที่คนอย่างฉันจะวางใจใครได้ง่าย ๆ แต่ฉันก็บอกตัวเองในใจเสมอว่า “มาถึงตรงนี้แล้ว ต้องไปให้สุด” เสียงล้อกระเป๋าลากเสียดสีกับพื้นซีเมนต์ของตรอกแคบ ๆ ทำให้ฉันต้องชะงักไปเล็กน้อย หยุดยืนมองป้ายไม้เล็ก ๆ ที่แขวนอยู่หน้าตึกสีหม่น “หอพักรุ่งเรือง” แม้ชื่อจะดูดี แต่สภาพรอบข้างกลับไม่ค่อยสดใสตามชื่อเท่าไหร่ ตึกสี่ชั้นสีซีดที่เหมือนถูกแดดเผามาหลายสิบปี หน้าต่างบางบานยังเปิดค้างไว้ พัดลมเก่า ๆ หมุนเอื่อย ๆ อยู่ริมขอบหน้าต่าง มีกลิ่นอับบางอย่างโชยออกมาแต่ไกล แต่…ที่นี่อยู่ห่างจากมหาลัยแค่เดินไม่ถึงสิบนาที และที่สำคัญ… “ห้องพัดลม เดือนละสองพันห้าจ้ะ น้ำไฟจ่ายแยก ตามมิเตอร์” ป้าเจ้าของหอพูดพลางใช้ไม้พัดโบกเหงื่อที่หน้าผาก ฉันเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเหลือบมองรอบ ๆ พื้นซีเมนต์หน้าตึกมีคราบน้ำเก่า ๆ กลิ่นห้องน้ำจากด้านล่างแว่วมาเบา ๆ แต่สำหรับคนที่มีเงินจำกัด และต้องการที่พักใกล้มหาลัยแบบฉัน… “เอ่อ…ขอขึ้นไปดูห้องก่อนนะคะ” บันไดเก่าที่ขึ้นไปชั้นสองมีเสียงลั่นเอี๊ยด ๆ ทุกครั้งที่ก้าวเดิน ข้างทางมีห้องหลายห้องปิดสนิท บางห้องเปิดอยู่แต่ไม่มีเสียงพูดจาใด ๆ รู้สึกเงียบเกินไปจนขนลุกแปลก ๆ พอเปิดห้องออก…กลิ่นอับก็ปะทะจมูกทันที ห้องเล็ก ๆ มีเตียงเหล็กที่ดูเหมือนพร้อมจะล้มได้ทุกเมื่อ กับโต๊ะไม้เก่าที่มุมห้อง ไม่มีตู้เย็น ไม่มีเครื่องทำน้ำอุ่น มีแค่พัดลมเพดานหมุนเบา ๆ อย่างหมดแรง แต่…มันก็พอมีหน้าต่าง มองออกไปเห็นยอดตึกมหาลัยอยู่ลิบ ๆ สำหรับฉันตอนนี้ มันอาจจะไม่ดีที่สุด แต่…มันพออยู่ได้ อยู่ได้ ถ้าฉันยังไม่ยอมแพ้ “หนูเอาห้องนี้เลยค่ะ” ฉันพูดเสียงแน่วแน่ แม้ภายในใจจะมีความลังเลบาง ๆ เจืออยู่ ป้าเจ้าของหอยิ้มเล็กน้อยก่อนพยักหน้า “โอเค เดี๋ยวลงไปทำสัญญา แล้วก็จ่ายค่ามัดจำก่อนนะจ๊ะ เดือนแรกพร้อมมัดจำล่วงหน้าอีกหนึ่งเดือน เป็นห้าพันถ้วน” ฉันพยักหน้าเบา ๆ หยิบกระเป๋าสตางค์จากกระเป๋าผ้าเก่า ๆ ที่สะพายอยู่ มือสั่นนิดหน่อยตอนหยิบแบงค์ออกมา เงินที่แม่ให้มาก่อนขึ้นรถเข้ากรุง บางส่วนมาจากการเก็บออม บางส่วนจากการขายขนมในตลาดนัดด้วยกัน เงินทั้งหมดในมือนี้…คือผลจากความพยายามของหลายปี “หนูจะอยู่กี่เดือนก็ได้นะ แต่ถ้าจะออกต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อยครึ่งเดือนนะจ๊ะ” ป้ายังพูดเรื่อย ๆ ระหว่างหยิบสมุดลงทะเบียน “ค่ะ หนูเข้าใจค่ะ” ฉันตอบขณะเซ็นชื่อบนเอกสารด้วยลายมือที่ตั้งใจที่สุด หลังจากจ่ายเงินและรับกุญแจห้องเรียบร้อย ฉันเดินกลับขึ้นห้องอีกครั้งพร้อมกระเป๋าใบใหญ่ น้ำหนักมันเหมือนจะถ่วงหลังให้ยิ่งหนักกว่าตอนเดินเข้ามาแรก ๆ พอถึงขั้นที่สองของบันได… “อ๊ะ ขอโทษค่ะ!” ฉันเบรกกะทันหันเกือบจะชนกับใครบางคนที่กำลังเดินลงมา ผู้ชายตัวสูง หน้าตาหล่อเข้ม ผิวขาวจัด ตัดผมสั้นและแต่งตัวลวก ๆ แบบไม่ได้ตั้งใจ…แต่กลับดูดีชะมัด เขามองฉันนิดนึงก่อนเอียงตัวหลบให้ ฉันหลบตาทันทีเหมือนโดนจับได้ว่ามองเขาแรงไปหน่อย “ขอโทษค่ะ” ฉันพูดอีกครั้งพร้อมขยับกระเป๋าไปอีกข้าง “ไม่เป็นไร” เขาพูดเสียงเรียบ ไม่ยิ้ม ไม่ถามอะไร แต่ก่อนจะเดินผ่านไป เขาก็หันกลับมามองฉันนิดหน่อยแล้วถามขึ้นเบา ๆ “เพิ่งย้ายมาอยู่เหรอ?” ฉันพยักหน้า “ค่ะ” “โชคดีละกัน” เขาว่าก่อนจะเดินลงไปเฉย ๆ ทิ้งฉันไว้กับความรู้สึกแปลก ๆ ที่จู่ ๆ ก็เกิดขึ้น ฉันยืนมองตามแผ่นหลังกว้างของเขาที่กำลังเดินหายไปในเงาบันได รู้แค่ว่า…ผู้ชายคนนั้น ดูไม่น่าจะใช่คนธรรมดาแน่ ๆ

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.9K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.5K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.0K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
34.0K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook