bc

ปรปักษ์ร้ายลวงราคี

book_age18+
46
ติดตาม
1K
อ่าน
จบสุข
หวาน
ตึงเครียด
จากศัตรูกลายเป็นคู่รัก
like
intro-logo
คำนิยม

เมื่อ จ้าวไป๋ชิง หญิงสาวกำพร้าพ่อแม่ชาวเป่ยฉิน ใช้ชีวิตอย่างยากลำบากกับตายาย พวกเขามีอาชีพเก็บของป่าขายที่ตลาด วันหนึ่งขณะเข้าป่าเปี้ยนจิ้งขุดหน่อไม้ ทั้งสามกลับถูกทหารโฉดจับตัวไปเป็นเชลย เพียงเพราะเผลอเดินล่วงล้ำเข้าไปเขตแดนหนานฉิน แคว้นที่เป็นศัตรูคู่แค้นกับกับเป่ยฉินมาช้านานทว่าโชคชะตาดันเล่นตลก นางโดนบังคับให้ปลอมตัวเป็นนางโลม เข้าไปอยู่ในหอโคมแดงหนิงซู เป็นไส้ศึกล้วงความลับทางการทหารจาก หวงซือหยาง แม่ทัพใหญ่ของแคว้นเป่ยฉิน ผู้ชื่นชอบเสพสมกับสตรีพรรมจรรย์แม้ไม่อยากทรยศต่อบ้านเกิดเมืองนอน แต่จ้าวไป๋ชิงก็จำเป็นต้องทำภารกิจนี้ เพื่อแลกกับชีวิตของตายายที่กำลังจะถูกประหารในไม่ช้ามาร่วมลุ้นกันนะคะ ว่าชิงชิงของเราจะทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายนี้สำเร็จหรือไม่ หรือนางจะมีวิธีใดให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของบุรุษใจทมิฬเหล่านี้ได้ :)

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตอนที่ 1 - ล่วงล้ำเข้าแดนเถื่อน
ดินแดน ต้าฉิน เคยรุ่งเรืองภายใต้การปกครองของฮ่องเต้เจียงซี ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องในฐานะผู้นำที่ทรงคุณธรรมและเปี่ยมไปด้วยพระปรีชาสามารถ ทว่าหลังจากที่พระองค์สวรรคต อาณาจักรก็เริ่มสั่นคลอนไม่ต่างจากเรือที่ไร้หางเสือ เหล่าแคว้นใหญ่น้อย อีกทั้งหัวเมืองต่างๆ ที่เคยเป็นปึกแผ่นภายใต้ธงแห่งต้าฉินกลับแข็งข้อ ไม่เว้นแม้แต่ เป่ยฉิน กับ หนานฉิน สองแคว้นบ้านพี่เมืองน้องที่เคยรักใคร่ราวกับเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกัน สาเหตุของความบาดหมางนี้มีที่มาจากความขัดแย้งของอ๋องผู้ปกครองของทั้งสองเมือง ทั้งการแย่งชิงอำนาจ การขัดผลประโยชน์ รวมทั้งความเข้าใจผิดที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน จากมิตรที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกลับกลายเป็นศัตรูที่จ้องจะห้ำหั่นรบราฆ่าฟัน ต่างฝ่ายต่างต้องการแยกตัวออกมาเป็นแคว้นอิสระ และต้องการพิชิตอีกแคว้นเพื่อควบรวมอำนาจ ทางเหนือคือเป่ยฉิน เป็นแคว้นขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มริมแม่น้ำหวงฝู่ เปรียบเสมือนอู่ข้าวอู่น้ำของอาณาจักร ด้วยผืนดินอันอุดมสมบูรณ์ที่ให้ผลผลิตทางการเกษตรอย่างล้นเหลือ ไม่ว่าจะเป็นข้าว ข้าวโพด ข้าวสาลี หรือพืชผักนานาชนิด ส่วนทางใต้คือหนานฉิน เป็นแคว้นเมืองท่าที่ตั้งอยู่ปากแม่น้ำหวงฝู่ที่ไหลลงสู่ทะเลแดง เป็นศูนย์กลางการค้าที่สำคัญ มีพ่อค้าวาณิชจากดินแดนต่างๆ เดินทางมาแลกเปลี่ยนสินค้ากันอย่างไม่ขาดสาย ทั้งผ้าไหม เครื่องเทศ หรือแม้กระทั่งอัญมณีล้ำค่า ความมั่งคั่งของทั้งสองแคว้นเป็นที่เลื่องลือไปทั่วสารทิศ ทว่าความขัดแย้งก็ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ สงครามที่กำลังจะเกิดขึ้นสร้างความเสียหายในวงกว้าง ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิต ชาวเมืองที่เคยอยู่อย่างสงบต้องถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร ความหวาดกลัวและความสิ้นหวังเริ่มปกคลุมแผ่ขยายไปทั่วทุกหย่อมหญ้า เว้นก็แต่ครอบครัวสกุลจ้าว ผู้เป็นชาวเป่ยฉิน พวกเขาประกอบอาชีพหาของป่าขาย พักอาศัยอยู่ที่กระท่อมหลังเล็กริมชายป่า มีเพียงบ้านไม้เก่าๆ ทรุดโทรมและผุพังให้พอเป็นที่ซุกหัวนอน ครอบครัวนี้ไม่สุงสิงกับใคร ไม่สนใจในการศึกใดๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น ตั้งหน้าตั้งตาทำมาหาเลี้ยงชีพ เก็บของป่าเอาไปขายแลกอาหารประทังชีวิต แต่เดิมครอบครัวนี้มีสมาชิกห้าคน ทว่าโรคร้ายได้พรากชีวิต จ้าวฝู่หยง ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวสกุลจ้าวไปอย่างไม่มีวันกลับ เขาจากไปด้วยโรคประหลาด จู่ๆ ก็เรี่ยวแรงเหือดหาย ผิวหนังซีดเซียวราวกับถูกดูดวิญญาณ ไม่ว่าจะพาไปรักษากับหมอเทวดาคนใดก็ไม่ดีขึ้นแม้แต่น้อย กระทั่งความตายพรากเขาจากภรรยาและบุตรสาวตัวน้อยๆ นามว่า จ้าวไป๋ชิง ให้เผชิญชะตากรรมเพียงลำพัง หลังจากสูญเสียสามีอันเป็นที่รัก ภรรยาของเขาต้องแบกรับภาระทั้งหมดแทน นางต้องทำงานหนักขึ้นเป็นเท่าตัวเพื่อหาเลี้ยงลูกน้อยและพ่อแม่ของตน ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย หากแต่ไม่กี่เดือนต่อจากนั้น สุขภาพของนางก็เริ่มทรุดโทรม ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหนักและความเศร้าโศกจากการสูญเสียสามี ทำให้นางอ่อนแอลงทั้งทางร่างกายและจิตใจ จนกระทั่งวันหนึ่ง ขณะที่นางปีนขึ้นไปเก็บของป่าบนหน้าผาสูงชัน นางเกิดอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ ก่อนจะพลัดตกลงไปเบื้องล่าง ทนพิษบาดแผลไม่ไหวและสิ้นใจตายในที่สุด ทิ้งบุตรสาวไว้กับพ่อแม่ของตนที่แก่ชราให้ต้องเผชิญโลกอันโหดร้ายเพียงลำพัง กระทั่งบัดนี้ จ้าวไป๋ชิงเติบโตเป็นสาวงามสะพรั่งในวัยสิบแปดหนาว นางมีรูปโฉมงดงามราวกับเทพบุปผา ผิวพรรณผ่องใสดั่งหยกสลัก เหมือนกับไม่เคยสัมผัสแสงแดด ริมฝีปากแดงระเรื่อดุจผลอิงเถาชวนให้หลงใหล ผมยาวสลวยดั่งแพรไหมสีดำสนิทที่พลิ้วไหวไปตามแรงลม อีกทั้งดวงตากลมโตเป็นประกายสดใสราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า สะท้อนความเฉลียวฉลาดและความมีชีวิตชีวา ความงามของนางเป็นที่เลื่องลือไปทั่วหมู่บ้าน ชายหนุ่มมากหมายต่างหมายปอง หากแต่ภาระหน้าที่ที่ต้องดูแลตากับยาย ทำให้จ้าวไป๋ชิงไม่อาจมีเวลาไปสนใจเรื่องความรักได้ ชีวิตส่วนใหญ่ของนางอยู่แต่ป่าละแวกบ้าน ในทุกๆ วัน นางจะออกเดินทางพร้อมกับสองเฒ่า ลัดเลาะเข้าไปในป่าลึกอันเป็นเสมือนเส้นแบ่งเขตแดนระหว่างแคว้นเป่ยฉินและหนานฉิน ป่าเปี้ยนจิ้งแห่งนี้เปรียบเสมือนขุมทรัพย์ อุดมไปด้วยพืชพรรณนานาชนิด ทั้งผลไม้ป่ารสเลิศที่ชวนให้ลิ้มลอง สมุนไพรหายากที่สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บได้สารพัด รวมไปถึงของป่าล้ำค่าอื่นๆ เช่น เห็ดหลินจือ หรือรังนก ที่สามารถนำไปขายแลกเงินมาจุนเจือครอบครัว แต่ช่างน่าแปลกที่ช่วงนี้ ความอุดมสมบูรณ์ของป่ากลับผิดแผกแปลกไปจากเดิม ผลไม้ป่าที่เคยหาได้ง่ายดายตามพุ่มไม้ รากไม้ที่เคยขุดได้เพียงแค่คุ้ยดินเล็กน้อย หรือแม้แต่หน่อไม้ที่เคยผุดขึ้นมาให้เห็นอยู่ทั่วไป กลับหายากยิ่งกว่างมเข็มในแม่น้ำหวงฝู่ คล้ายกับมีคนมาเก็บตัดหน้าไปก่อนแล้ว หรือไม่ก็ธรรมชาติกำลังเล่นตลกกับพวกเขา ทำให้การหาของป่าในวันนี้เป็นไปอย่างยากลำบากกว่าที่เคย ด้วยความจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง ทั้งสามจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทาง มุ่งหน้าเข้าไปในเขตป่าลึกที่แสงแดดส่องลงมาแทบไม่ถึง หวังเพียงว่าจะพบเจอของป่าหายากและมีมูลค่าสูง เพื่อนำไปขายยังตลาดในเมือง ทว่าในขณะที่กำลังขุดรากไม้หายากอยู่นั้น พลันเสียงฝีเท้าหนักแน่นเหยียบย่ำใบไม้แห้งเกิดเสียงแว่วดัง จนหญิงสาวละมือออกจากงานที่ทำ หันไปถามท่านตาของนางทันที “ท่านตา นั่นเสียงอะไรหรือเจ้าคะ?” ไป๋ชิงเอ่ยถามอย่างสงสัย ใจหนึ่งกลัวว่าเป็นสัตว์ป่าอย่างเสือหรือช้างป่าโขลงใหญ่ อีกใจก็กลัวจะเป็นโจรป่ามาปล้นฆ่า ชายชราที่หูไม่ค่อยดีแล้วเงี่ยฟังเสียงนั้นอีกครั้ง ก่อนสีหน้าจะเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน จากที่เคยนิ่งสงบกลับกลายเป็นตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด “ชิงชิง เจ้ารีบหาที่ซ่อนเร็วเข้า!” ชายชราร้องบอกหลานสาวด้วยน้ำเสียงร้อนรนและเร่งรีบ แม้จะไม่รู้ว่าเกิดเหตุอันใด และไม่รู้ว่าเสียงฝีเท้าเหยียบย่ำใบไม้แห้งพวกนั้นมาจากสัตว์หรือคน แต่จ้าวไป๋ชิงก็ไม่รอช้า รีบพาตัวเองไปซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ตามที่ท่านตาของนางสั่งทันที ก่อนจะค่อยๆ ชะโงกหน้าออกมาดูด้วยความอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่นานนัก กลุ่มชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้า นำโดยนายทหารที่แต่งกายด้วยชุดเกราะสีดำสนิทน่าเกรงขาม มีกระบี่เล่มใหญ่ถืออยู่ในมือ ดูแตกต่างจากเหล่าทหารที่นางเคยเห็นในเมืองอย่างสิ้นเชิง ทั้งรูปร่างที่สูงใหญ่กำยำ รวมทั้งแววตาดุดันที่เต็มไปด้วยความแข็งกร้าว ภาพตรงหน้าก่อเกิดความคิดสายหนึ่งแล่นปราดเข้ามาในหัวของหญิงสาว พร้อมกับก่อเกิดเป็นความหวาดกลัวที่เริ่มก่อตัวขึ้นในใจ ...หรือว่าพวกเขาจะเป็นทหารจากหนานฉิน? “พวกเจ้าเป็นคนเป่ยฉินใช่หรือไม่” “ชะ...ใช่ขอรับ” “กล้าดีอย่างไรถึงบังอาจล่วงล้ำเข้ามาในเขตหนานฉิน พวกเจ้าอยากลองดีอย่างนั้นหรือ” นายทหารตวาดก้องด้วยน้ำเสียงที่ดุดันและแววตาเต็มไปด้วยความแข็งกร้าว เขาจ้องมองตาของชายชราและหญิงชราราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ พานพาให้สตรีวัยแรกแย้มที่แอบซ่อนอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ถึงกับอกสั่นขวัญผวา ไม่กล้าส่งเสียงใดๆ ออกมา เกรงว่าจะถูกอีกฝ่ายจับได้ “ชะ...ช้าก่อนขอรับนายท่าน” ตาของจ้าวไป๋ชิงพยายามรวบรวมสติ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ “พวกข้าเป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดา เข้ามาหาของป่าเพื่อเลี้ยงชีพ ไม่มีเจตนาอื่นใดแอบแฝงเลยขอรับ” “หึ! ข้าควรจะเชื่อคำพูดของเจ้าหรือตาเฒ่า?” นายทหารเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาและแฝงไปด้วยความดุดัน “สารภาพมาตามตรงเสียดีกว่าว่าเจ้าเป็นไส้ศึกมาสอดแนมให้กับพวกเป่ยฉิน ข้าให้โอกาสเจ้าพูดความจริง แต่หากยังบ่ายเบี่ยง ข้าคงต้องลงโทษตามกฎของหนานฉิน” สิ้นคำ นายทหารก็ชักกระบี่คู่กายออกมาจากฝัก ปลายกระบี่วาววับสะท้อนแสงอันน้อยนิดที่ลอดผ่านต้นไม้ในป่าลึก ชี้ตรงไปสองเฒ่า เป็นการข่มขู่ว่าหากยังไม่ยอมปริปากพูดความจริง ชีวิตของพวกเขาคงต้องจบลงตรงนี้

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.9K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.5K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.0K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
34.0K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook