เมื่อเดินออกมาจากร้าน ทิพย์ธาราจึงเอ่ยขึ้นว่า "ค่ากับข้าวที่สั่งกลับเดี๋ยวดิฉันจ่ายเองนะคะ" แต่อิงควัตฟังเฉยๆ เขาไม่ว่าอะไรเธอจึงตั้งใจจะหักออกจากในบิล
เธอไปส่งเขาที่โรงแรมเพื่อให้ชายหนุ่มไปเก็บของเตรียมไปโฮมสเตย์ เขาใช้เวลาเพียงสิบนาทีก็กลับลงมา ทิพย์ธาราจึงขับรถไปที่บ้านของเธอเพื่อหยิบเอกสารไปด้วย
"สักครู่นะคะ" หญิงสาวจอดรถหน้ารั้ว รีบเดินเข้าบ้านไปเอาของ อิงควัตมองสำรวจไปรอบๆ บ้านหลังนั้น มันเป็นบ้านหลังย่อมๆ มีพื้นที่พอสมควร ก็สมควรที่จำนองได้เป็นล้านแต่ราคาจริงมันน่าจะหลายล้านเลยทีเดียว เขานึกถึงตอนกลางวันที่คุยกับคิรินทร์
ทิพย์ธาราหันมามองเขา “กลับไปพักบนฝั่งได้นะคะคุณอิงควัต”
ปกติโฮมสเตย์จะมีห้องพักสองแบบ ถ้าแบบดั้งเดิมจริงๆ คือห้องพักในบ้านเจ้าของบ้านที่แบ่งให้แขกมานอนด้วย ร่วมบ้านหลังเดียวกัน และมีส่วนร่วมในกิจกรรมเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร การร่วมสำรับทานอาหารด้วยกัน
แต่โฮมสเตย์รุ่นใหม่ จะมีแบบที่เป็นบ้านพักเดี่ยวได้ สำหรับคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว และที่ทิพย์ธาราโฮมสเตย์จะมีห้องพักทั้งสองแบบ แต่แบบที่เป็นห้องพักในบ้านเดียวกับเจ้าของ ส่วนมากแขกที่เลือกพักมักจะเป็นลูกค้าที่คุ้นเคยกันดี หรือเป็นผู้หญิงมากันหนึ่งหรือสองคน
ซึ่งทิพย์ธาราคิดว่าอิงควัตไม่น่าจะโอเคกับที่พักแบบนี้ เขาน่าจะอยากได้ความเป็นส่วนตัวมากกว่า แต่เธอคาดผิด
“ผมนอนได้” ชายหนุ่มหันไปคุยกับธง “พี่ไม่เรื่องมากหรอก แค่ไม่มียุงก็โอเค”
เด็กหนุ่มยิ้มกว้าง “ไม่มีครับพี่รับรองเลย ห้องพักบนเรือนจะมีมุ้งครอบเตียง แบบสี่เสาสวยครับ แต่ถ้าพี่ไม่ชอบก็ไม่ต้องเอามุ้งลงก็ได้ หน้าต่างมีมุ้งลวดอยู่แล้ว”
“โอเค งั้นไปกันเลยไหม พี่ง่วง” ชายหนุ่มคุยกับธงอย่างเป็นกันเอง
“ครับ” ธงช่วยแขกยกกระเป๋าหนึ่งใบ อีกใบเขายกเองจากนั้นเด็กหนุ่มเตรียมสตาร์ทรถ ทิพย์ธาราก้าวขึ้นบนพ่วงข้างที่ต่อเป็นที่นั่งอีกสองที่ อิงควัตนั่งลงข้างๆ เธอ หญิงสาวฟังอิงควัตกับธงคุยกันไปตลอดทางด้วยความรู้สึกที่แปลกประหลาดกับคนทั้งคู่
อิงควัตปกติน่าจะเป็นคนพูดน้อย แต่เขากลับคุยถูกคอกับน้องชายเธอ ธงเองยิ่งแล้วใหญ่ด้วยความที่ช่วยงานเธอตั้งแต่เด็ก เด็กหนุ่มมีความเป็นผู้ใหญ่เกินอายุ ไม่ค่อยยิ้มหรือเล่นหัวกับใครมากนัก
ไม่นานนักรถก็มาถึงจุดหมาย ชายหนุ่มมองไปรอบๆ ที่เริ่มค่ำแล้วแต่ตามทางยังเปิดไฟเป็นระยะๆ
“ขอโทษด้วยนะคะที่น้องชายปล่อยห้องให้แขกคนอื่น” หญิงสาวเดินนำเขาเข้ามาในห้องพัก เธอเปิดไฟชายหนุ่มมองไปรอบๆ ห้องพัก ค่อนข้างกว้างและสะอาดมีกลิ่นหอมจางๆ จากดอกไม้แห้งหรือบุหงารำไปที่วางตามจุดต่างๆ ในห้อง
พื้นห้องปูด้วยปาร์เก้ถูกขัดจนเงาวับ ตรงกลางเป็นเตียงขนาดขนาด 5 ฟุตมีเสาสี่เสาแบบโบราณและมีมุ้งครอบดูสวยไปอีกแบบ
“ห้องน้ำอยู่ด้านขวานะคะติดกับระเบียง อาหารเช้าแปดโมงจะมีกาแฟปาท่องโก๋ โจ๊กไก่เดี๋ยวจะมีเด็กมาเรียกส่งให้ที่ห้องค่ะ” เธอแจ้งรายละเอียดการเข้าพัก
“หรือถ้าจะออกไปทานข้างนอกก็ได้ มีจุดที่ให้นั่งทานอาหารเช้าแล้วชมพระอาทิตย์ขึ้นไปพร้อมกันได้ ถ้าแบบนั้นต้องออกไปประมาณ 6 โมงเช้านะคะ”
“ผมออกไปเองดีกว่า ขอบคุณมาก”
“ราตรีสวัสดิ์ค่ะ” หญิงสาวปิดประตูห้องเธอถอนใจอย่างโล่งอกที่วันนี้ผ่านไปด้วยดี ทิพย์ธาราเหนื่อยมากกับวันนี้เธออยากพักเต็มที่แล้ว หากก็ต้องหัวเสียอีกเมื่อมีโทรศัพท์มาจากพนักงานที่ภูริดา
“คุณทิพย์คะ คุณทองธาราพาเพื่อนมาเปิดห้องสิบห้องค่ะ ขอไม่ให้ลงบัญชีนะคะ”
คำว่าขอไม่ให้ลงบัญชีนั้นก็แปลว่าขอพักฟรี ซึ่งเธอยอมไม่ได้ ห้องพักสิบห้องเงินหายไปเท่าไหร่
“ให้เขาลงบัญชีค่ะ โทรตามให้คุณอาชว์มาจัดการได้เลย” หญิงสาวพูดถึงผู้จัดการฝ่ายห้องพัก ซึ่งเป็นไม้เบื่อไม้เมากับทองธารา
“ค่ะคุณทิพย์”
หญิงสาวอาบน้ำแล้วลงมาข้างล่าง พบว่าน้องๆ กำลังทานอาหารมื้อค่ำกัน
“พี่ทิพย์กินไหม” แต้วน้องสาวคนรองจากธง อายุ 13 เรียก
“พี่กินแล้ว พวกเรากินกันเลยจ้ะ” เธอนั่งลงบนชุดรับแขก เด็กหญิงวัย 7 ขวบตามมานั่งกับเธอ
“ว่าไงเรา ไม่กินเหรอ” เธอมองน้องสาวคนเล็กด้วยความเอ็นดู เตยเป็นเด็กหญิงที่อายุน้อยที่สุดที่มารดาเธอรับมาอุปการะ
ทิพย์ธาราเหมือนคนตัวคนเดียวที่อยู่ท่ามกลางฝูงแร้งที่คอยรุมทึ้งตักตวงผลประโยชน์จากเธอ บ้านหลังนี้รวมถึงที่โฮมสเตย์ที่ติดจำนองอยู่ เจ้าหนี้ก็คอยบีบเพื่อที่จะยึดบ้าน
เธอเดินกลับมาขึ้นรถและทั้งสองได้เดินทางต่อไปยังท่าเรือที่จะข้ามไปเกาะกลาง ใช้เวลาสิบนาทีก็ข้ามไปถึงฝั่งนั้น เมื่อไปถึงเกาะกลางน้องชายของเธอมารอรับ
แต่ปัญหาใหม่ก็คือ น้องชายของเธอบอกว่า
"เมื่อเช้าพี่ทิพย์บอกว่าลูกค้าจะมาพรุ่งนี้ ตอนสายมีลูกค้าวอล์คอินผมเลยปล่อยห้องให้ลูกค้าคนนั้นไปแล้ว"
เด็กหนุ่มพูดต่อว่า "ห้องแบบวิลล่าหมดแล้วครับ เหลือแต่ห้องพักแบบที่อยู่ในบ้านเดียวกับเราไม่ทราบว่าคุณเขาจะพักได้ไหม"