ข้อตกลง

1285 คำ
น้องเอื้อยังมีอาการไข้ขึ้นสูงและลงสลับกันอีกสองวัน จนเข้าวันที่สี่ของการรักษา ผลการรักษาเป็นไปในทางที่ดีขึ้น ความดันโลหิตและชีพจรเริ่มคงที่ เข้าสู่ระยะหายเป็นปกติ ไข้ลดลง น้องเอื้อเริ่มรับประทานอาหารได้ ตลอดระยะเวลานั้นคิมหันต์อยู่ที่ห้องพักคนไข้ของน้องเอื้อ ทั้งเรื่องการกินอยู่และการอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนลดาวัลย์และวสนต์กลับไปตั้งแต่ครบวันลางานสามวันแล้ว อวิกาต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างลำพูนและเชียงใหม่ทุกวันจนหญิงสาวเริ่มเหนื่อย ช่วงนี้เองทำให้คิมหันต์มีโอกาสอยู่กับลูกสาวมากขึ้น ทำให้น้องเอื้อติดพ่อมากขึ้นจนเธอรู้สึกชัดเจน และพออาการดีขึ้นปัญหาใหม่ของน้องเอื้อคือการงอแง ร้องโยเยง่ายขึ้น บางทีร้องติดต่อกันหลายชม. ซึ่งคิมหันต์บอกว่าเป็นอาการปกติ “เด็กหายไข้ใหม่ๆ ก็แบบนี้ จะไม่สบายตัวอ้อนเก่ง เอาใจยากขึ้น เดี๋ยวพี่ช่วยดูเอง” อวิกาทำเป็นไม่ได้ยิน เช้าวันที่ห้าเธอถามอาจารย์หมอว่า “ถ้าจะย้ายน้องเอื้อกลับไปรักษาที่ลำพูน ย้ายได้รึยังคะอาจารย์” “ถ้าจะย้ายจริงๆ ก็ได้นะ แต่อาจารย์ว่ารักษาให้หายไปเลยจากที่นี่ไม่ดีกว่าหรือ เด็กเล็กเข้าๆ ออกๆ โรงพยาบาลไม่ดีหรอก เชื้อโรคเยอะ” เหตุผลนั้นทำให้อวิกาต้องยอม และเมื่อเจ้าหน้าที่การเงินขึ้นมาเคลียร์ค่าใช้จ่ายตามรอบบิล เธอเห็นว่าในรอบสามวันก่อนมีค่าใช้จ่ายราวๆ แสนสี่ หญิงสาวพลิกใบแจ้งยอดไปมา “รอบก่อนแสนสี่ยังไม่ได้จ่ายเลยนะคะ แล้วรอบนี้เก้าหมื่น” จนท.การเงินรีบแจ้ง “ทั้งหมดคุณหมอคิมหันต์จัดการแล้วค่ะ ทางเราแค่เอาเอกสารมาให้ลูกค้าเผื่อจะเคลมประกัน” อวิกาถอนใจ เธอฝืนยิ้มให้เจ้าหน้าที่การเงิน ก่อนจะรับเอกสารทั้งหมดมาเก็บ วันนี้เธอดูลูกตามลำพัง เนื่องจากคิมหันต์มีเคสพิเศษที่อาจารย์หมอขอตัวเขาไปช่วย ทำให้เธอรู้สึกปลอดโปร่งขึ้นที่ได้อยู่กับน้องเอื้อสองคน หญิงสาวดูเอกสารเกี่ยวกับเนอสเซอรี่แต่ละที่ คิมหันต์กลับเข้ามาเห็นพอดี “อ้อมจะส่งลูกเข้าเนอสเซอรี่แล้วเหรอ น้องเอื้อยังเด็กไปรึเปล่า” เขาถาม อวิกามองหน้าเขา แต่เธอไม่ตอบทำเหมือนไม่ได้ยิน หันไปเล่นกับลูกหน้าตาเฉย คิมหันต์ข่มใจอดทน เขารู้ว่าตัวเองมีความผิดมาก ขอโทษตอนนี้ก็คงไม่ฟัง เขานึกถึงบทสนทนาที่คุยกับน้องชายเมื่อครู่ “อ้อมเลือด rh+ แต่ลูกเป็นลบ ตอนคลอดน้องเอื้อหมอให้ยาทำลายเม็ดเลือด rh- ของน้องเอื้อที่จะเข้าสู่ร่างกายแม่รึเปล่า” วสนต์ถึงกับหัวเราะเมื่อได้ยินคำถามนั้น “พี่คิม อ้อมเขาก็เคยเป็นนักเทคนิคการแพทย์ เขาต้องรู้สิว่าถ้าเขาอยากมีลูกคนต่อไปได้ ตอนคลอดเขาต้องได้ยาทำลายเม็ดเลือดแดงของลูกภายในสามวัน” เพราะการที่แม่และลูกมีเลือดต่างชนิดกัน เช่นแม่มีเลือด rh+ และลูกในครรภ์เป็น rh- ในตอนคลอดจะมีเลือดของลูกบางส่วนที่ตกค้างในร่างกายแม่ และจะทำให้ร่างกายแม่สร้างแอนติบอดี้ขึ้นมาต่อต้านเลือดต่างชนิดนั้น จะมีผลทำให้เธอไม่สามารถมีลูกคนต่อไปได้ เพราะแอนติบอดีนั้นจะเป็นอันตรายกับลูกคนต่อไป หากมีเลือดต่างชนิดกับแม่อีก “ผมว่าก่อนที่จะคิดถึงลูกคนที่สอง พี่จะทำยังไงให้อ้อมเขามองหน้าพี่ได้เหมือนเดิมอ่ะ คิดตรงนี้ก่อนดีกว่า” ผู้เป็นน้องชายตอกย้ำซ้ำเติม แต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือความจริง คิมหันต์เล่าเรื่องที่อาจารย์หมอทาบทามเขาให้มาประจำที่เชียงใหม่ ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายศัลยแพทย์หัวใจให้น้องชายฟัง วสนต์เองก็เห็นดีด้วยข้อแรกคือความก้าวหน้าทางหน้าที่การงาน ข้อสองจะได้เอาหน้าไปให้แม่ของลูกเห็นได้บ่อยๆ เพราะใกล้กันเผื่ออวิกาจะให้อภัย ในเรื่องงานของเขา มารดาก็เห็นดีด้วยสนับสนุนอย่างดี ถึงขั้นบอกว่าไม่ต้องกลับมากรุงเทพฯ แล้ว จะเอาอะไรเดี๋ยวเอามาให้หรือจะส่งมาให้ แต่เขาก็เห็นด้วยที่จะให้อวิกาย้ายลูกกลับไปลำพูน หญิงสาวจะได้ไม่เหนื่อยมาก ###################### ในอีกสองวันต่อมาน้องเอื้อได้ออกจากโรงพยาบาลเรียบร้อย อวิการู้สึกโล่งใจที่จะได้ไม่ต้องพบคิมหันต์อีก แต่ทว่า..เธอคิดผิด เมื่อน้องเอื้อร้องไห้ทุกเย็นไม่ยอมเงียบ วันแรกเด็กน้อยร้องไห้จนหลับ วันที่สองพอหกโมงเย็นปุ๊บน้องเอื้อก็เริ่มร้องไห้อีก แต่วันที่สองหลังจากที่น้องเอื้อเริ่มงอแงไปได้สิบนาที ก็มีเสียงแตรรถที่หน้าบ้าน หญิงสาวละมือจากลูกสาวเดินไปดูอย่างหงุดหงิด “คุณคิมหันต์ คุณมาทำไม” คิมหันต์ลงจากรถ เขาจอดรถชิดริมรั้ว ทำเป็นไม่เห็นสีหน้าที่บอกบุญไม่รับของอวิกา “พี่มาหาลูก เดี๋ยวก็กลับ ไม่รบกวนอ้อมนานหรอก” เธอจึงยอมเปิดประตูให้ เพราะได้ยินเสียงน้องเอื้อร้องดังขึ้นเรื่อยๆ คิมหันต์รีบสาวเท้าเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว “น้องเอื้อ โอ๋...พ่อมาแล้วค่ะ” ชายหนุ่มอุ้มร่างเล็กของเด็กหญิงขึ้นมา น้องเอื้อสะอึกสะอื้นซบหน้ากับบ่าของบิดาเหมือนจะฟ้อง อวิกามองภาพนั้นอย่างแทบไม่อยากเชื่อสายตา คิมหันต์พาลูกเดินไปมา ตบหลังเบาๆ สักพักน้องเอื้อก็เงียบ “ลูกทานข้าวรึยังครับ” เขาหันมาถามแม่ของลูก “ยังค่ะ ร้องไม่ยอมกิน” เธอตอบส่งถ้วยข้าวของน้องเอื้อให้เขา คิมหันต์จัดการให้ลูกสาวทานข้าว ทานยาจนเรียบร้อย เขานั่งเล่นกับลูกบนพื้นโฟมปูพื้นสำหรับรองคลานของเด็ก “ลูกไม่มีพี่เลี้ยงเหรอครับอ้อม” เขาถามเธอที่นั่งบนโซฟาห่างไปไม่มาก “มีค่ะ อยู่ข้างบนเตรียมน้ำของน้องเอื้ออยู่” สักพักมีหญิงสาวอายุอ่อนวัยกว่าอวิกา เดินเข้ามาถามว่า “พี่อ้อมคะ น้ำของน้องเสร็จแล้วค่ะ” “เอาน้องไปอาบน้ำเลยจ้ะ เดี๋ยวพี่ปิดบ้านจะตามขึ้นไปข้างบน” เธอพูดเป็นเชิงไล่คิมหันต์ ชายหนุ่มจึงลุกขึ้นเขาโบกมือบ๊ายบายลูกสาว บอกว่า “พรุ่งนี้พ่อมาใหม่นะคะ” น้องเอื้อหัวเราะคิกคัก ยอมไปกับพี่เลี้ยงแต่โดยดี อวิกาถอนใจอย่างไม่สบายใจ “คุณกลับไปได้แล้ว ฉันอยากพักผ่อน” คิมหันต์พูดว่า “พี่จะมาหาลูกทุกวัน อ้อมจะโอเคไหม” “ถ้าฉันบอกว่าไม่” เธอย้อนถาม “พี่แค่อยากมาดูลูก จะไม่รบกวนอะไรอ้อมเลย จะไม่ยุ่งเรื่องส่วนตัวของอ้อม” คิมหันต์พยายามหว่านล้อม อวิกาเหลือบตามอง แต่จริงๆ เธอก็ยังไม่เห็นว่าเขาจะมีท่าทีอะไรที่จะเกินเลยมากกว่าการมาดูลูกจริงๆ คนอื่นหย่ากันแต่ยังทำหน้าที่พ่อกับแม่ได้ มันคงไม่ต่างจากเรื่องของเธอกับผู้ชายคนนี้สักเท่าไหร่ “คุณจะมากี่โมงก็ได้ แต่ต้องกลับก่อนหนึ่งทุ่ม และห้ามพาน้องเอื้อออกไปข้างนอก” หญิงสาวพูดออกมาในที่สุด มองอีกมุมเธออาจจะมีเวลาส่วนตัวมากขึ้นก็ได้ อวิกาคิดในแง่ดี คิมหันต์หน้าตาสดใส “ขอบคุณครับอ้อม งั้นพรุ่งนี้พี่มาใหม่นะ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม