ตอนที่ 8 เมาขาดสติ

1816 คำ
(- -) (o o) (0 0) นี่คือสีหน้าของฉันเมื่อลืมตาตื่นขึ้น ‘เชี้ยแล้ว ยัยฟ้า ตัวแกทำอะไรลงไปเนี่ย’ ดวงตาฉันเบิกกว้าง ร่างกายที่รู้สึกว่าไร้การห่อหุ้มจากเสื้อผ้า เมื่อเปิดดูร่างกายตัวเองภายใต้ผ้าห่มที่คลุมอยู่ ก็รับรู้ได้ถึงความวาบหวิวจากร่างกายเปลือยเปล่า ดูเหมือนจะมีรอยไปทั่วตัว ‘ระ..รุนแรงอะไรอย่างนี้’ ฉันเริ่มทำตัวไม่ถูก และค่อยๆ หันมองไปยังคนที่นอนข้าง ๆ ‘คุณพระ!!! นี่มันคุณเอ็ดเวิร์ด’ ฉันยกมือปิดปากตัวเองทันที จากที่สะลืมสะลือ ตอนนี้รู้สึกตื่นเต็มที่ชนิดที่อยากจะวาปหนีจากตรงนี้ไปให้ไกล แล้วรอยตามตัวเขานั่นมันอะไรกันทำไมถึงเยอะขนาดนั้น คราวก่อนที่เคยเจอกัน แม้เขาจะกำลังมีเซ็กซ์กับผู้หญิงหลายคน แต่ตอนนั้นร่างกายเขาแทบขาวสะอาด ไร้รอยประทับด้วยซ้ำ แม้แต่รอยลิปสติกยังไม่มี แต่คราวนี้ตามตัวเขาดันเป็นรอยใหม่ ๆ ซะด้วย เดี๋ยวนะ อย่าบอกนะว่า เป็นฉันที่ฝากไว้ ยัยหื่น ยัยเรื้อน ยัยลามกเอ้ย คอแกได้ขาดสะบั้นแน่ถ้าเขาตื่น ทั้งที่รู้ว่าฉันเมาแล้วฉันจะเป็นแบบนี้ ฉันก็ยังดื่มเหล้าอีก เรื่องนี้จะโทษใครไม่ได้เลยนอกจากตัวฉันเอง คุณเอ็ดเวิร์ดคงไม่คิดอะไร ไม่งั้นคงไม่ปล่อยให้ฉันจนตื่นมาตอนนี้ เพราะเขาเองก็คั่วสาวไปทั่วอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่ฉันล่วงเกินเขาไป เขาคงไม่ถือสาอะไรแน่ ๆ อยากจะเก็บความบริสุทธิ์ให้สามีในอนาคต ดูท่ามันคงพังทลายไปตั้งแต่ต้นแล้วสินะ พอดื่มเหล้าแล้วธาตุแท้ดันออก อยากสัมผัสเขาจนตัวสั่นสิท่า ยัยฟ้าครามคนโง่ “ฉันต้องรีบหนีก่อนที่เขาจะตื่น” ฉันค่อย ๆ พยุงตัวเองลุกขึ้นอย่างเบาที่สุด ไม่ให้เตียงสะเทือน ไม่ให้เกิดเสียงใด ๆ ที่เสี่ยงจะทำให้เขาตื่นขึ้น จากการนอนหลับสนิทหรอก “อั่ก....ปะ...ปวดหนึบชิบหาย” ร่างกายที่เมื่อได้ยืนก็รับรู้ได้ถึงความปวดร้าวไปทั้งตัว ยิ่งมองไปรอบ ๆ มุมนั้นก็เละ มุมนี้ของก็หล่นตกไปหมด ชุดเขา และ ชุดของฉันทั้งเดรส กางเกงใน บรา คือปลิวไปคนละทาง โอ๊ยยยยยยยยย อยากจะบ้ารู้ถึงไหนอายถึงนั่น ครั้งแรกดันมีกับคนแปลกหน้า แถมมอบให้กับคนเจ้าชู้ เซ็กซ์ไม่เลือกอีก หัวจะปวดเลยกู เมื่อฉันสวมใส่ชุดและรวบผมให้เรียบร้อยที่สุดเท่าจะทำได้แล้วนั้นก็คว้ากระเป๋าเพื่อเตรียมออกจากห้องทันที ก่อนออกจากห้องฉันหันไปมองร่างเปลือยของเขาเป็นบุญตาตอนยังมีสติอีกสักหน “เอาวะ อย่างน้อยครั้งแรกก็ได้กับคนหล่อฟ้าประธานขนาดนี้ถือว่ากำไรได้อยู่ จากนี้ยังไงก็คงไม่ได้เจอกันอีกหรอก” ฉันส่ายหน้าไปมาก่อนจะเดินออกจากห้องนี้ไปแบบระแวดระวัง เมื่อมองว่าไม่มีใคร ก็วิ่งกุลีกุจอกลับไปยังห้องของตัวเองอย่างเร่งด่วน อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องเข้าร่วมประชุมโครงการแล้วนะสิ ( ณ.ห้องพัก สวีทรูม วีไอพี ชายร่างกำยำลืมตาตื่นขึ้น แท้จริงแล้วเขาตื่นนอนก่อนที่เธอจะตื่นขึ้นเสียอีก แต่เพราะเขาอยากดูปฏิกิริยาของเธอ จึงทำให้เขาแสร้งทำเป็นยังนอนอยู่ เขายกแขนก่ายหน้าผาก และจู่ ๆ ใบหน้าเขาก็ยกยิ้มขึ้นเมื่อนึกท่าทีของเธอเมื่อสักครู่ “หึ...คิดว่าจะหนีไปง่าย ๆ อย่างนั้นเหรอ” ไม่นานนักลูกน้องคนสนิทของเขาก็เข้ามาภายในห้องเพื่อแจ้งกำหนดการ “ท่านครับ ใกล้ถึงเวลาประชุมแล้วนะครับ” “รู้แล้วเตรียมชุดให้ฉัน” “ผมจัดเตรียมทุกอย่างไว้แล้วครับ” “ดี วันนี้ถึงเวลาที่ต้องเปิดตัวซะที” “เอ่อ วันนี้สีหน้าท่านดูอารมณ์ดีนะครับ เมื่อคืนนอนหลับสบายหรือเปล่าครับ” “อืม เหมือนจะเป็นแบบนั้น” “จริงเหรอครับ ที่ท่านบอกว่าหลับสบาย” สีหน้าของลูกน้องคนสนิท อ้าปากเหวออย่างตกใจ เพราะเป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินนายของตัวเองพูดว่านอนหลับสบาย “ว่าแต่คุณผู้หญิงคนสวยเมื่อคืนไปไหนแล้วล่ะครับ” “หนีไปแล้ว” เสียงทุ้มเข้มตอบ “ท่านปล่อยให้เขากลับเหรอครับ นาน ๆ ท่านจะมีผู้หญิงที่ทำให้นอนหลับได้” ลูกน้องคนสนิทรู้สึกเสียดายมาก และแปลกให้ที่นายของเขาปล่อยเธอออกไปอย่างง่ายดาย ทั้งที่เขาควานหาคนที่จะทำให้เขานอนหลับได้สบายมาหลายปี “หึ ไม่ต้องกังวลไป ยังไงซะเธอคนนั้นก็ลูกไก่ในกำมือฉัน” สีหน้าของเอ็ดเวิร์ดแสดงออกมาด้วยความมั่นใจ ก่อนที่เขาจะคว้าผ้าเช็ดตัวและเดินเข้าไปห้องน้ำอย่างสบายอารมณ์ “ยังไงซะ เดี๋ยวเราก็ได้เจอกันแล้ว” ) ณ.ห้องพักของฟ้าคราม ฉันกลับมาถึงห้อง อันดับแรกฉันต้องการอาบน้ำอย่างแรง เนื้อตัวฉันมันทั้งเหนียว แถมกลิ่นน้ำหอมของเขาก็ติดไปทั่วตัวฉัน ราวกับไม่มีส่วนไหนเลยที่ไม่ได้แนบเนื้อกัน ยิ่งอาบน้ำแล้วจ้องมองไปยังกระจกก็ยิ่งพบร่องรอยอารยธรรมตามตัว ตั้งแต่คอ เนินนม ลามไปจนต้นขา วดฟ. มากแม่ ดีนะที่ฉันยังพกเครื่องสำอางชุดใหญ่มาด้วย ดังนั้นการลบรอยพวกนี้ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับสาว ๆ ล่ะนะ วันนี้แต่งตัวด้วยชุดสูทที่จัดเตรียมไว้ ทรงผมก็รวบเก็บให้ดูสุภาพ แต่งหน้าด้วยโทนสีอ่อนไม่จัดจ้าน หันตัวซ้ายขวามองกระจก เพื่อตรวจดูความเรียบร้อย "อืม ใช้ได้แล้วล่ะ" ฉันยิ้มให้ตัวเองในกระจกเสริมความมั่นใจ แน่ล่ะดีงานมูลค่าพันล้านครั้งนี้ต้องเป็นของบริษัทกรณ์กับฉันให้ได้เลยคอยดู ไม่รู้เหมือนกันว่ากลุ่มนายทุนจะเป็นรูปแบบไหน แต่ก็ต้องระแวดระวังไว้ก่อนเพราะหากเขาจะสร้างโรงแรมนี้ นอกจากเป็นที่พักแล้วยังมีบ่อนในตัว นายทุนก็คงไม่ได้ขาวสะอาดนักหรอก อาจจะเป็นพวกกลุ่มตาแก่นักเลงที่ชอบข่มเหง วางมาดก็เป็นได้ ดังนั้นทำใจรับคำดูถูกไว้หน่อยดีกว่า ฉันหยิบมือถือเพื่อโทรไลน์หากรณ์ผู้เป็นทั้งหัวหน้า และเพื่อนสนิท “ฮัลโหล กรณ์ฉันพร้อมแล้ว นายอย่างลืมเตรียมเอกสารของนายให้ดีด้วยล่ะ” (เรียบร้อยทุกอย่างแล้ว เรามาคว้างานใหญ่กันเถอะเพื่อน) “เออ เจอกันหน้าห้องประชุมนะกรณ์” “ได้เลย” ฉันเดินออกจากห้องพักตัวเอง ถามว่าตื่นเต้นไหม ก็มีนิดหน่อย แต่ก็เตรียมเผื่อใจรับความผิดหวังไว้บ้างแล้ว แม้ที่ผ่านมาฉันจะมั่นใจในการดีลงานที่ไม่เคยพลาดสักครั้ง แต่งานพวกนั้นมันเทียบไม่ได้กับโครงการนี้เลย แต่ไม่ว่าผลจะเป็นยังไง อย่างน้อยขอแค่ให้บริษัทเราได้แสดงศักยภาพในการนำเสนอให้ประจักษ์ต่อสายตานายทุนรายใหญ่ไว้ก่อน หากพลาดโอกาสนี้ อย่างน้อยหากมีโอกาสหน้าพวกเขาจะได้มองเห็นบริษัทเราในสายตาบ้าง ถือว่าเป็นการวางคอนเนคชั่นได้ดี ตอนนี้ฉันเดินมาจนถึงหน้าประตูทางเข้าห้องประชุมแล้ว เนื่องแน่นไปด้วยนักธุรกิจที่พกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยมว่าจะได้งานใหญ่แห่งนี้ ฉันเองก็เหมือนกัน ความมั่นใจในการเสนองานของฉันเต็มร้อยสุด ๆ แต่จะได้ไม่ได้ก็อีกเรื่อง “อยู่ไหนกันนะ” ฉันพยายามมองหากรณ์ มองหาไม่นานก็พบว่ากรณ์กำลังยืนคุยกับนักธุรกิจคนอื่น ๆ อยู่ “ท่านคะ ฉันมาแล้วค่ะ” ฉันที่ต้องสวมบทบาทเป็นเลขาเฉพาะกิจ “คุณฟ้าครามมาแล้วสินะ เอกสารที่ผมให้เตรียมเรียบร้อยดีใช่ไหม” “ค่ะท่าน ดิฉันเตรียมเรียบร้อยแล้วค่ะ” “งั้นก็ดี เราเข้าไปด้านในกันเถอะ” กรณ์ หันมาพูดกับฉันก็ที่จะ หันไปพูดกับนักธุรกิจตรงหน้า “ผมขอตัวเข้าไปก่อนนะครับ หวังว่าบริษัทเราจะได้ร่วมงานกันในอนาคต” “แน่นอนครับ ผมตั้งตารอวันนั้นที่จะมาถึงเลยครับ” นักธุรกิจคนหนึ่งตอบรับเช่นกัน ดูท่ากรณ์มันคงจะพยายามหาคอนเนคชั่นไว้เหมือนกัน ทำดีมากเพื่อน เมื่อปลีกตัวออกมาจากวงสนทนาได้แล้ว พวเราเข้าไปยังที่นั่งประจำจุดโดยมีป้ายชื่อกำกับไว้ซึ่งเป็นส่วนที่ทางโรงแรมได้เตรียมไว้ พอเรานั่งเสร็จ กรณ์ก็หันมากระซิบกับฉัน “วันนี้ดูสีหน้าสดชื่นนะ เมื่อคืนหลับสบายมาเหรอ” “หืม...ก็นอนปกตินิ” “ปกติ ดวงตาต้องดูหม่น ๆ เหมือนคนไม่ได้นอนนิหว่า บอกมาเมื่อคืนไปทำอะไรมา ฟ้า” “เสียงดังไปแล้ว ฉันไม่ได้ทำอะไร นี่ก็เพิ่งลุกจากเตียงตื่นมาเนี่ย” สีหน้ากรณ์ดูไม่เชื่อที่ฉันพูดเท่าไหร่ พวกเรารู้จักกันมานานไม่แปลกที่หากฉันจะเปลี่ยนไปนิดมันก็จะจับสังเกตได้ทันที ไม่ทันไรภายในห้องประชุมก็เต็มถนัดตา ดูเหมือนเหล่านักธุรกิจจะเข้ามาครบทุกที่นั่งแล้ว “เอาล่ะครับพวกเราจะเริ่มประชุมกันแล้วนะครับ ขอให้ทุกท่านอยู่ในความสงบ” คนที่กล่าวน่าจะเป็นคนหนึ่งในหมู่กลุ่มนายทุน ดูภูมิฐานมาก สมเป็นพวกคนรวมขนานแท้ แต่แล้ว ก็มีนักธุรกิจคนหนึ่งยกมือขึ้น เหมือนจะกล่าวถามอะไรบางอย่าง “ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่า ประธานของพวกคุณจะมาหรือยังตั้งแต่ผมมาผมไม่ยักกะเห็น” สิ้นคำของนักธุรกิจคนหนึ่งเอ่ย หนึ่งในกลุ่มนายทุนได้เอ่ยถามเขาอย่างเสียงเรียบนิ่ง “คุณมาจากบริษัทไหนครับ” “ผมมาจากบริษัท Y ครับ” “งั้นทางเราของเรียนแจ้ง ยกเลิกการว่าจ้างบริษัทคุณเชิญออกจากห้องประชุมได้ครับ” สิ้นเสียง นักธุรกิจทุกคนในห้องประชุม ต่างก็ตกใจที่ทางกลุ่มนายทุนปฏิเสธการดีลง่ายกับบริษัทด้วยเหตุผลเช่นนี้ ทำให้ทุกคนที่กำลังพูดคุยเซ็งแซ่ ต้องหุบปากเงียบสงัดไปโดยพร้อมเพรียง ฉันเองก็เช่นกัน ใครจะคิดว่าแค่เอ่ยถามหาประธานของพวกเขา จะถึงขนาดโดยปฏิเสธโดยไม่มีการต่อรองใด ๆ ทั้งสิ้น นะ...นากลัวไปแล้ว
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม