คิริวขมวดคิ้วแน่น ก่อนจะขยับเท้าช้า ๆ ย่องไปทางประตูอย่างระมัดระวัง ทุกฝีเท้าของเขาแทบไม่มีเสียงแม้แต่น้อย อัญชันมองตามด้วยหัวใจที่เต้นระรัว มือเล็กเผลอกำชายเสื้อของตัวเองแน่น คิริวเอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูไว้แน่น สายตาคมยังไม่ละจากเงานั้นที่เคลื่อนไหวอยู่ด้านนอก เขาเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วนับในใจช้า ๆ หนึ่ง… สอง… สาม! “แอ๊ด!” เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อมแรงผลักที่รวดเร็วและเฉียบขาดจนบานไม้กระแทกผนังดัง ปัง! อัญชันสะดุ้งสุดตัว ส่วนคิริวยืนนิ่งอยู่หน้าประตู ดวงตาคมกริบกวาดมองไปรอบ ๆ ซ้าย ขวา หน้า หลัง อย่างจับผิด แต่… รอบบริเวณกลับมีเพียงความเงียบ แสงไฟจากในกระต๊อบส่องออกไปเห็นเพียงใบไม้ที่ปลิวไหวกับเงาของต้นไม้ใหญ่ ไม่มีแม้แต่เงาคน คิริวขมวดคิ้วเข้มกว่าเดิม “แปลก…” เขาพึมพำในลำคอ ก่อนจะหันกลับไปมองอัญชันที่ยืนอยู่กลางห้อง ใบหน้ายังซีดนิด ๆ จากความตกใจ “ไม่มีใคร” คิริวเอ่ยเสียงเรียบ แต่

