ไนท์พาคิริววิ่งลึกเข้าไปตามซอยมืด จนรอบตัวมีแต่ป่าทึบและเงาไม้หนาทึบ เสียงปืนกับฝีเท้าจากผู้ตามยังคงก้องไม่หยุด บางทีก็ดังเป็นจังหวะ บางทีก็เป็นเสียงพลุ่งขึ้นอย่างรุนแรง ทำให้ทั้งสองคนหายใจไม่เป็นจังหวะ
“แม่งเอ้ย หายไปไหนวะเนี่ย!” เสียงหนึ่งตะโกนอย่างหัวเสีย ก่อนจะได้ยินฝีเท้าวิ่งแยกออกไปเป็นหลายคู่รอบ ๆ พุ่มไม้
“กูรู้ว่าพวกมึงอยู่แถวนี้ ออกมาดี ๆ เถอะ” เสียงอีกคนตะโกนตามมา แล้วแสงไฟฉายถูกส่องไล่ไปทั่วบริเวณ พื้นดินและใบไม้สะท้อนแสงเป็นริ้ว ๆ
ไนท์กดคิริวให้แนบต้นไม้มากขึ้น ดวงตาของเขาเบิกกว้างแต่ยังพยายามเก็บความตึงเครียดไว้ในลมหายใจหนึ่งเดียว ทั้งคู่ก้มตัวจนแทบกลืนเข้ากับความมืด
หูทั้งสองข้างจับทุกเสียง เสียงใบไม้กระทบ เสียงลมหายใจของผู้ตาม และเสียงหัวเราะแผ่ว ๆ ที่แฝงความเหี้ยมโหด
คิริวกระซิบเบา ๆ ให้ไนท์คอยฟังจังหวะฝีเท้า “ถ้ามันแยกกำลังไปทางนั้น มึงวิ่งไปตามท่อระบายน้ำนะ พอไฟฉายส่องมาถึง มึงก็ค่อย ๆ ก้มไป”
ไนท์พยักหน้าอย่างตึงเครียด มือกำแน่น หัวใจเต้นสั่นราวกับจะกระเด็นออกมา
ไม่นาน…เสียงกิ่งไม้หักดังแปะใกล้ ๆ เหมือนใครก้าวพลาดหนึ่งก้าว แสงไฟฉายหมุนมาทางต้นไม้ที่พวกเขาซ่อนอยู่
วินาทีต่อมาเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด เศษเสียงแตกกระจายท่ามกลางความมืด
ปัง!
กระสุนพุ่งทะลุมาตัดผ่านอากาศแล้วชนเข้าที่แขนขวาของคิริว เจ็บปวดแถว ๆ ต้นแขน
แรงกระแทกทำให้ร่างของเขาสะดุ้ง หลังกระแทกเข้ากับเปลือกต้นไม้ ไอร้อนจากบาดแผลคละคลุ้งปนกลิ่นควันปืน เลือดซึมเปรอะเสื้อเชิ้ตสีขาวเป็นทางเล็ก ๆ
“เฮีย!” เสียงเรียกของไนท์ดังขึ้นพร้อมกับแรงสั่นสะเทือนจากฝีเท้าที่ตามมา
ไนท์รีบยกปืนขึ้นยิงสวนกลับไปทันที ปัง! กระสุนพุ่งทะลุความมืด เสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วซอยทำให้ผู้ตามชะงักเล็กน้อย ใบไม้กระเด็นและฝุ่นผงลอยฟุ้งรอบตัว
คิริวกัดฟัน ก้มตัวแนบกับต้นไม้ มือขวาที่ถูกยิงแนบ ลพตัว มือซ้ายหยิบปืนขึ้นมาเล็งต่อ ร่างเขาแม้เจ็บปวด แต่สายตายังคงเย็นเฉียบและตั้งมั่น
ปัง! ปัง!
กระสุนจากปืนมือซ้ายของคิริวพุ่งออกไปอย่างแม่นยำ ฝั่งตรงข้ามไม่ทันตั้งตัว ไม่มีโอกาสยิงสวน
“ไอไนท์…วิ่งต่อไป!” คิริวตะโกนเสียงเข้ม พร้อมพุ่งตัวลึกเข้าไปในป่ามืด
แต่ไม่ทันไร ปัง! กระสุนพุ่งเข้าที่อกซ้ายของคิริว แรงกระแทกทำให้ร่างสะดุ้ง มือขวากอดแผลแน่น มือซ้ายยังถือปืนยิงสวน
“เฮีย!” ไนท์ร้องเสียงหลง ก่อนจะถูกอีกหนึ่งกระสุนยิงเข้าที่ขา ทำให้ก้าวขาไปข้างหน้าได้ลำบาก ร่างทรุดลงครึ่งหนึ่ง
คิริวกัดฟันแน่น ก้าวต่อไปแม้แรงเจ็บจากกระสุนแผ่ไปทั่วร่าง มือซ้ายประคองปืน มือขวากอดแผลที่อกแน่น
“ไนท์!” เขาตะโกนเสียงดัง ก่อนพุ่งเข้าไปประคองเพื่อน
ไนท์ทรุดตัวลง แต่คิริวดึงร่างเพื่อนขึ้นพยุงไว้ แขนทั้งสองพันกันแน่น ก่อนที่ทั้งคู่จะก้าววิ่งลึกเข้าไปในป่ามืดอย่างสุดแรงกาย
เสียงปืนและฝีเท้ายังคงดังตามหลังมาไม่ลดละ แต่ไม่มีเวลาให้หยุดพัก พวกเขาต้องวิ่งต่อเพื่อเอาชีวิตรอด
ทั้งคู่พยายามฝ่าความมืดของป่า ไม้หักและใบไม้กระแทกร่าง เสียงปืนยังดังตามหลังเป็นจังหวะไม่หยุด
คิริวหอบหายใจแรง แต่ยังคงประคองไนท์ไว้แน่น
“มึงกับกูต้องรอดไปให้ได้ไอไนท์..” เขากระซิบเสียงแผ่ว แต่หนักแน่น
ไนท์กัดฟัน พยุงตัวเองก้าวต่อ แม้ขาจะเจ็บปวดจนแทบทรุด
ฝีเท้าและเสียงปืนจากด้านหลังเริ่มใกล้เข้ามา คิริวใช้มือข้างที่ถือปืน ยิงสวนออกไปสองสามนัด ปืนลั่นดัง ปัง! ปัง! ปัง! แต่ก็ไม่ทำให้คู่ตามหยุด
“กูรอดไปได้ กูจะฆ่าพวกมึงให้หมดเลยไอเหี้ย!” คิริวตะโกนพลังเสียงสุดตัว ก่อนทั้งคู่จะพุ่งตัวลัดเลาะเข้าไปในซอกเขาเล็ก ๆ
ที่มีความสูงของต้นไม้ปกคลุม พวกเขาหวังว่าเสียงปืนจะเบาลงบ้าง…แต่ก็ยังรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ
สุดท้ายทั้งคู่ก็ฝ่าความมืดของป่ามาจนถึง ถนนใหญ่ ริมทางมีแสงไฟถนนสลัว ๆ
สายตาของคิริวเหลือบไปเห็น รถกระบะคันเก่าจอดอยู่ข้างทาง แปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นผู้ชายด้านในนอนหลับ ร่างผ่อนคลายจนชัดเจน… เมาแล้วหลับไปอย่างไร้สติ
คิริวกวาดสายตาเช็กรอบ ๆ ป่าและถนน ว่าฝ่ายตามหลังยังอยู่ไหม ก่อนจะก้าวเข้าไปหยุดอยู่ข้างรถ
“ไอไนท์ มาช่วยกันดึงมันออกหน่อย!” เขาสั่ง
ไนท์พยักหน้า แม้ขาเจ็บก็พยายามเข้ามาช่วยดึงเจ้าของรถออกจากเบาะ คนเมายังคงนอนงง ๆ ไม่ทันตั้งตัว
เมื่อเคลียร์คนออกไปเรียบร้อย คิริวปีนขึ้นไปนั่งคนขับ มือซ้ายกอดแผลที่อก มือขวาประคองพวงมาลัย เขายกสายตามองถนนต่อหน้าตัวเอง
“ขึ้นรถดิว่ะ…จะรอให้มันมายิงมึงตายก่อนหรือไง!” คิริวกัดฟันพูด เสียงหอบหนักสลับกับลมหายใจแรงจากความเจ็บ
เขาเหวี่ยงประตูฝั่งคนขับปิดเข้าไปอย่างรวดเร็ว มือสั่น ๆ สตาร์ทรถ เครื่องยนต์เก่ากระตุกส่งเสียง กรอด ๆ ก่อนจะติดในที่สุด
ล้อหมุนบดกับกรวดและใบไม้ เสียงเครื่องคำรามก้องท่ามกลางความมืด คิริวเหยียบคันเร่งพารถกระบะเก่าพุ่งออกจากซอยป่าลึก
มุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ ทิ้งเสียงปืนที่ยังดังไล่หลังอยู่ข้างหลังเหมือนฝันร้ายที่ยังไม่ยอมจาง
เสียงเครื่องยนต์เก่าดังครางสม่ำเสมอในความเงียบของถนนร้างตอนตีสี่ ไฟหน้ารถส่องทะลุความมืดไปข้างหน้าเป็นเส้นแสงยาว
คิริวจับพวงมาลัยแน่นด้วยมือซ้าย ส่วนมือขวากดทับแผลบริเวณหน้าอกไว้แน่นจนปลายนิ้วเปื้อนเลือด
เลือดยังซึมออกมาจากบาดแผลไม่หยุด แม้จะพยายามกดไว้เท่าไหร่ ความร้อนแผ่กระจายไปทั่วร่าง
รู้สึกเหมือนเรี่ยวแรงกำลังไหลออกไปพร้อมกับเลือดทุกหยด
เขาหันไปมองข้าง ๆ ไนท์หลับพิงกระจกอย่างหมดแรง ขาของมันยังมีเลือดแห้งเกรอะกรังจากบาดแผลที่โดนยิง
คิริวหันกลับมามองถนนอีกครั้ง สายตาเริ่มพร่า เสียงหัวใจเต้นกระหน่ำในอกเหมือนจะหลุดออกมาพร้อมลมหายใจ
“แม่ง…” เขาพึมพำออกมาเบา ๆ ก่อนจะกัดฟันแน่น
ทุกอย่างรอบตัวเริ่มหมุนเล็กน้อย เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังขับไปทางไหน ถนนเปลี่ยว
เสียงล้อบดกับหินกรวดดังขึ้นเป็นระยะ ๆ มีเพียงแสงจันทร์และกลิ่นเลือดที่ยังไม่จางหาย
มือที่กดแผลเริ่มอ่อนแรง ร่างของเขาเริ่มเอนพิงพวงมาลัย สติพร่ามัว แต่ยังฝืนหายใจให้สม่ำเสมอ
“ยังไม่ได้… กูยังตายตอนนี้ไม่ได้…” เสียงแหบพร่าของคิริวพูดกับตัวเองในความมืด
แสงไฟจากป้ายริมทางสะท้อนเข้าตา ลำปาง 10 กิโลเมตร
เขากระตุกยิ้มบาง ๆ ทั้งที่เลือดยังไหลอยู่ไม่หยุด “อย่างน้อยก็ยัง…ไม่ถึงนรกซะทีเดียว”
เขาเร่งเครื่องอีกครั้ง เสียงเครื่องยนต์ดังแผดกลบเสียงลมหายใจของเขาเอง ก่อนที่ร่างจะเริ่มสั่นเทา…
แต่ถึงอย่างนั้น รถกระบะเก่าก็ยังแล่นต่อไปในความมืด พาร่างที่แทบหมดแรงของคิริวเข้าสู่เมืองลำปางอย่างช้า ๆ