หลังจากอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อย
อัญชันก็ยังไม่วายรู้สึกกระสับกระส่าย เดินวนไปมาหน้าประตูเหมือนคนที่ยังตั้งสติไม่ทัน
ภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ยังวนเวียนอยู่ในหัว สายตาคมของคิริวที่เผลอมองเธอในจังหวะที่ไม่ควรมอง
ทำให้ใบหน้าของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง
“บ้าจริง… อัญชัน แกจะคิดถึงหน้าเขาทำไมอีกเนี่ย!”
เธอบ่นกับตัวเองเบา ๆ พลางเอามือแตะที่แก้มทั้งสองข้างที่ยังร้อนระอุไม่หาย
ขาเรียวเดินวนกลับไปกลับมาหลายรอบ ก่อนจะหยุดอยู่ตรงหน้าประตู สูดหายใจลึกเหมือนกำลังรวบรวมความกล้า
“เขา…คงไม่ได้เห็นอะไรหรอกมั้ง”
เธอพึมพำออกมาเบา ๆ แต่เสียงหัวใจกลับดังชัดเจนกว่าเสียงพูดเสียอีก
อัญชันค่อย ๆ แง้มประตูออกทีละนิด เธอสอดสายตาออกไปมองทางเดินอย่างระมัดระวัง
เงียบ… ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น เสียงลมหายใจของตัวเองดังชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงอื่นใด
เมื่อแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่ อัญชันจึงค่อย ๆ ขยับตัวออกจากห้อง
มือเล็กจับบานประตูไว้แน่น ก่อนจะดึงให้ปิดลงช้า ๆ พยายามอย่างที่สุดไม่ให้มันส่งเสียงดัง
แกร๊ก
เสียงเบา ๆ ดังขึ้นในความเงียบ แต่ก็เพียงพอให้หัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอีกระลอก
อัญชันกลั้นหายใจชั่วขณะ ก่อนจะรีบหมุนตัวแล้ววิ่งลงจากบันไดไปอย่างเงียบที่สุดเท่าที่จะทำได้
ฝ่าแสงไฟสลัว ๆ จากทางเดินในบ้าน เธอวิ่งตรงไปยังสวนด้านหลัง
“สวนลับ” ของเธอ สถานที่เดียวที่เธอเชื่อว่าปลอดภัยจากสายตาของทุกคน
เมื่ออัญชันวิ่งมาถึงสวนลับของตัวเอง เธอก็หยุดหอบหายใจแรง
สองมือเท้าลงบนเข่า ก้มตัวลงอย่างเหนื่อยล้า หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
ลมยามเย็นพัดแผ่วผ่านพุ่มไม้ ส่งกลิ่นดอกไม้หอมอ่อน ๆ ลอยมากับอากาศ
เธอเงยหน้าขึ้น มองสวนดอกไม้ที่ตัวเองปลูกด้วยน้ำมือ
ดอกเดซี่ขาวสะบัดไหวเบา ๆ ใต้แสงไฟจากระเบียงหลังบ้าน
กลีบดอกสะท้อนแสงราวกับกำลังยิ้มรับเธออยู่
อัญชันหลุดยิ้มบาง ๆ ออกมา ความเหนื่อยเมื่อครู่พลันมลายหายไปในพริบตา
สวนแห่งนี้คือโลกของเธอ…
ที่เดียวที่เธอรู้สึกว่าทุกอย่างสงบและปลอดภัยจากความวุ่นวายในบ้านหลังนั้น
“โอ๊ะ! ดอกกุหลาบออกดอกแล้วเหรอ?”
เสียงของอัญชันดังแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ดวงตากลมโตเป็นประกายทันทีที่เห็นกลีบสีแดงสดโผล่พ้นพุ่มใบขึ้นมา
เธอรีบก้าวเท้าเข้าไปใกล้ แสงไฟยามเย็นสะท้อนบนกลีบดอกที่กำลังแย้มบานจนดูราวกับเปลวไฟเล็ก ๆ กำลังเต้นระยิบอยู่ในสวน
“ออกจริง ๆ ด้วย…”
เธอเอ่ยซ้ำเบา ๆ พลางย่อตัวลง ใช้ปลายนิ้วสัมผัสกลีบดอกอย่างทะนุถนอม รอยยิ้มบางคลี่บนใบหน้าอย่างไม่รู้ตัว
กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกุหลาบคล้ายช่วยกลบความเขินอายจากเหตุการณ์ก่อนหน้าไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความสุขเล็ก ๆ ที่อบอวลอยู่ในใจ
อัญชันหยิบบัวรดน้ำขึ้นมา ก่อนจะค่อย ๆ รินน้ำใส่ลงบนแปลงดอกไม้ทีละต้น เสียงน้ำไหลกระทบกลีบดอกดังเบา ๆ คล้ายเสียงกระซิบของธรรมชาติในยามเย็น
เธอก้มตัวขุดดิน กรวดหน้าดินเล็กน้อยด้วยความตั้งใจ ใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มบาง ๆ เหมือนกำลังใช้ช่วงเวลาในสวนนี้ปลอบหัวใจให้สงบลง
แสงสุดท้ายของวันลอดผ่านเรือนยอดไม้ลงมาส่องกระทบไหล่บาง เผยให้เห็นเงาอ่อนของหญิงสาวที่กำลังอยู่กับโลกของตัวเองอย่างเงียบงาม
…แต่เธอไม่รู้เลยว่า
มีสายตาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องอยู่จากมุมเงามืดของสวน
สายตาคมเย็นนั้นนิ่ง ราวกับกำลังเฝ้าสังเกตเธอทุกการเคลื่อนไหวโดยไม่ปริปากแม้แต่น้อย
เสียง “แกร๊ก!” ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของสวน
อัญชันสะดุ้งเฮือก มือที่ถือบัวรดน้ำถึงกับชะงักกลางอากาศ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก
เธอหันขวับไปตามเสียงนั้น ดวงตากลมโตเบิกกว้าง
ใต้แสงอาทิตย์ยามเย็นที่ลอดผ่านเรือนใบไม้ เธอเห็นร่างสูงในชุดเชิ้ตสีขาวสะอาดยืนอยู่ไม่ไกล
ปลายรองเท้าหนังของเขาเหยียบลงบนกิ่งไม้แห้งจนแตกเสียงดัง
และคนนั้น…คือ คิริว
“พะ…พี่!” เสียงของอัญชันสั่นนิด ๆ ปนความตกใจและเขินจนหน้าเริ่มขึ้นสี
คิริวขยับยิ้มบาง ๆ มุมปาก ก่อนจะพูดเสียงเรียบ
“ขอโทษ… ไม่คิดว่าจะมีใครอยู่ตรงนี้”
สายตาคมลึกของเขามองเธอจากหัวจรดเท้า ไม่ได้ด้วยความหยาบคาย แต่เหมือนกำลังประเมินใครบางคนที่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงมองไม่ละสายตา
“พี่คิริวหายดีแล้วเหรอคะ ทำไมถึงออกมาเดินแบบนี้ เดี๋ยวพ่อก็ดุเอาหรอกค่ะ”
เสียงของอัญชันเต็มไปด้วยความเป็นห่วง เธอก้าวเข้าหาเขาอย่างช้า ๆ พลางกวาดตามองร่างสูงที่ยังมีร่องรอยผ้าพันแผลตรงแขน
คิริวยกยิ้มบาง “ก็ไม่ได้เจ็บขนาดนั้นแล้วล่ะ ดีขึ้นมากแล้วแหละ”
เขาหยุดเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ขอบคุณอัญชันด้วยนะ ที่ช่วยพี่กับเพื่อนพี่ไว้”
อัญชันเผลอยิ้มออกมา ดวงตาเป็นประกายอย่างโล่งใจ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อัญชันดีใจที่พี่ปลอดภัย”
เธอพูดพลางก้มลงจัดเรียงกระถางดอกไม้ที่วางเรียงไว้ตามทางเดินหินเล็ก ๆ ของสวน ลมยามเย็นพัดผ่านใบไม้ส่งกลิ่นหอมของดอกกุหลาบลอยคลุ้ง
“ว่าแต่พี่มาที่นี่ได้ยังไงคะ”
เธอเงยหน้าขึ้นมองเขา แววตาเจือความสงสัย “ตรงนี้มันคือ สวนลับของอัญชัน นะคะ”
คิริวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มบาง ๆ “สวนลับเหรอ?”
อัญชันพยักหน้า ยิ้มเจือความภูมิใจ “ใช่ค่ะ… สวนลับของอัญชัน ขนาดพ่ออัญชันยังไม่ให้ใครเข้ามาเลยนะ”
คิริวหัวเราะในลำคอเบา ๆ พลางเอื้อมมือเกาศีรษะตัวเองอย่างเก้อ ๆ “พี่ไม่ได้ตั้งใจจะเข้ามาหรอกนะ แค่…ออกมาเดินเล่น แล้วก็ไม่รู้ตัวเหมือนกันว่า…โผล่มาที่นี่เฉยเลย”
เขาพูดจบ น้ำเสียงเรียบแต่แฝงความอารมณ์ขำ ๆ ทำให้อัญชันเผลอยิ้มตาม แม้ในใจจะยังรู้สึกประหลาด ๆ กับการมาเยือนที่ไม่คาดคิดของเขา
อัญชันเอียงหัวเล็กน้อย ดวงตาเป็นประกายสดใส รอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏบนใบหน้า “พี่คิริวนี่หล่อจังเลยนะคะ… แล้วพี่คิริวมีแฟนหรือยังคะ?”
คิริวหน้าขึ้นสีเล็กน้อย พยายามรักษาน้ำเสียงเรียบ ๆ แต่ก็ยังแฝงความเก้อเขิน “คะ… คือพี่ยังไม่มีหรอก”
อัญชันพยักหน้ารับ ก่อนสายตาแฝงความใคร่รู้จ้องเขาอย่างซื่อ ๆ ราวกับโลกทั้งใบของเธอในตอนนี้มีเพียงเขาอยู่ตรงหน้า
อัญชันเงยหน้ามองคิริว ดวงตาใสซื่อเต็มไปด้วยความสงสัย “จริงหรอคะ พี่คิริวหล่อจะตาย ทำไมถึงยังไม่มีล่ะคะ?”
คิริวสูดลมหายใจเข้าลึก ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น แต่แฝงความหนักแน่น “พี่มีไม่ได้หรอก… พี่มันตัวอันตราย”
อัญชันขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนเอียงหัวถามด้วยความสงสัย “หืมม? ตัวอันตราย… ยังไงหรอคะ?”
สายตาของคิริวจับจ้องไปที่เธอ ราวกับวิเคราะห์ความคิดของเด็กสาวตรงหน้าอย่างระมัดระวัง และแววตาแฝงความจริงจังที่ทำให้อัญชันรู้สึกได้ทันทีว่า… เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ