บทที่ 1: รสชาติช็อกโกแลต (NC 18+++)

1454 คำ
เสียงฝีเท้าเล็กย่ำลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพงที่ทอดยาวไปตามทางเดินของคฤหาสน์ ‘ตระกูลเลอกรองจ์’ นาฬิกาเรือนใหญ่ตีบอกเวลาสามทุ่มตรง ‘ลาริมาร์’ หรือ ‘หนูมาร์’ ในชุดนักศึกษาที่ยับเล็กน้อย พาร่างกายที่เหนื่อยล้าจากการเตรียมตัวออกฝึกงานกลับมาถึงรังมาเฟียร้าย หญิงสาววัยยี่สิบเอ็ดถอนหายใจยาว มือเรียวแกะห่อช็อกโกแลตที่แวะซื้อจากร้านสะดวกซื้อเข้าปาก หวังให้ความหวานช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้า ร่างอวบอิ่มสมส่วนดันประตูห้องนอนเข้าไป ภายในห้องมืดสนิทไร้แสงไฟมือบางคลำหาสวิตช์ไฟข้างผนัง ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้แตะ... “ไปร่านที่ไหนมา ถึงได้กลับเอาป่านนี้” เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าเย็นเยียบดังขึ้นจากมุมมืดของห้อง ทำเอาหัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ ลาริมาร์ชะงักช็อกโกแลตในปากแทบกลืนไม่ลง ดวงตากลมโตพยายามเพ่งมองฝ่าความมืด จนกระทั่งแสงไปสว่างจ้าเผยให้เห็นร่างสูงใหญ่กำยำของ ‘โดมินิค’ ที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาปลายบุหรี่ในมือเขาสว่างวาบเป็นจุดสีแดงท่ามกลางความมืด “คะ...คุณดอม มะ... มาได้ไงคะ” หญิงสาวพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น แม้จะรู้ดีว่าอารมณ์ของชายตรงหน้าตอนนี้ไม่สบอารมณ์ขนาดไหน “ฉันถามว่าไปไหนมา! ไม่ใช่ให้เธอมาย้อนถามกลับ!” “มะ...มาร์ไปมหาลัยมาค่ะ ช่วงนี้ต้องเตรียมเอกสารฝึกงาน...” “มหาลัย?” โดมินิคแค่นหัวเราะในลำคออย่างเย้ยหยัน ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเท้าเข้ามาหาเธอช้าๆ ทว่าคุกคามราวกับเสือร้ายที่กำลังต้อนเหยื่อ “ฉันส่งคนไปดูที่คณะตอนทุ่มตรง... ไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ ลาริมาร์!” “มาร์ไปทำงานบ้านเพื่อน...” “โกหก!” ปัง! มือหนากระแทกฝ่ามือลงกับประตู ลาริมาร์สะดุ้งสุดตัวแผ่นหลังบางแนบชิดติดประตู กลิ่นนิโคตินผสมกับน้ำหอมราคาแพงประจำตัวเขาโชยแตะจมูก มันเป็นกลิ่นที่เธอคุ้นเคย... กลิ่นความอันตลายและป่าเถื่อน “ฉันให้เธออยู่ในบ้านนี้ ในฐานะคนรับใช้ที่มีหน้าที่อ้าขาให้ฉัน ไม่ใช่ให้เธอร่านไปเสนอตัวให้ไอ้หน้าโง่ตัวไหนเอาตอนฉันไม่อยู่!” โดมินิคบีบปลายคางมนอย่างแรงจนหญิงสาวนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ดวงตาสีน้ำตาลเข้มเต็มไปด้วยความหึงหวงที่เจ้าตัวไม่มีวันยอมรับ “มาร์เปล่านะคะ! มาร์แค่ไปทำงานจริงๆ อื้อ...” คำแก้ตัวถูกกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อริมฝีปากหยักได้รูปฉกวูบลงมาบดขยี้ริมฝีปากบางอย่างป่าเถื่อน โดมินิคไม่สนใจความยินยอมสอดเรียวลิ้นร้อนชื้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานภายในโพรงปากอย่างเอาแต่ใจ รสชาติของช็อกโกแลตที่เธอเพิ่งกินเข้าไปผสมผสานกับรสบุหรี่ของเขากลับสร้างความวาบหวามที่แสนจะดิบเถื่อน ลาริมาร์พยายามผลักไส ทว่าเรี่ยวแรงเธอหรือจะสู้มาเฟียอดีตทหารหน่วยรบพิเศษได้ มือหนารวบข้อมือทั้งสองข้างตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างเริ่มลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้าภายใต้ชุดนักศึกษา ร่างกายอวบอิ่มที่ซ่อนรูปของเธอคือสิ่งที่เขาเสพติด... เสพติดจนน่าโมโห “อืม... หวานดีนี่แต่ฉันเกลียดช็อกโกแลต” เขากระซิบชิดริมฝีปากที่บวมเจ่อ น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ลุกโชน “และฉันเกลียดที่เธอใส่ชุดนี้ไปให้ไอ้พวกเวรนั่นมอง!” แควก! กระดุมเสื้อนักศึกษาถูกกระชากออกอย่างแรงจนหลุดกระเด็นไปบนพื้น โดมินิคช้อนร่างอวบอิ่มขึ้นอุ้มพาดบ่าราวกับเธอเป็นตุ๊กตา ลาริมาร์หวีดร้องเบาๆ ก่อนจะถูกโยนลงบนเตียงอย่างแรง พร้อมร่างสูงใหญ่ทาบทับลงมาสายตาคมจ้องมองเรือนร่างเธอราวกับจะกลืนกิน “คืนนี้ฉันจะลงโทษคนโกหก... จะเอาจนไม่มีแรงไปเรียนพรุ่งนี้เลยดีมั้ย ลาริมาร์” สิ้นคำรามมาเฟียร้ายไม่ปล่อยให้เหยื่อได้หยุดพักหายใจ มือหนากระชากชิ้นเสื้อผ้าที่เหลืออยู่บนเรือนร่างอวบอิ่มออกจนขาดวิ่น ร่างกายขาวที่ซ่อนรูปเปลือยเปล่าสั่นเทาอยู่ใต้ร่างแกร่ง โดมินิคกวาดสายตามองความร่างเปลือยเปล่าด้วยไฟปรารถนาที่ลุกโชน เขาปลดเข็มขัดหนังราคาแพงของตัวเองออก ก่อนรวบข้อมือเล็กทั้งสองข้างขึ้นเหนือศีรษะ ด้วยมือเพียงข้างเดียวกดตรึงร่างเธอไว้แน่นไม่ให้ขยับหนีไปได้ “อ๊ะ! คุณดอม... มาร์เจ็บ ฮือ... อย่าทำแบบนี้นะคะ” ลาริมาร์นิ่วหน้า “เจ็บก็จำไว้! ว่าร่างกายเธอเป็นของฉันคนเดียว!” ใบหน้าหล่อเหลาที่แฝงไปด้วยความดุดันโน้มลงมาแนบชิด ลมหายใจร้อนผ่าวที่เจือกลิ่นนิโคตินรินรดลงบนผิวแก้มเนียน ก่อนริมฝีปากหยักจะทาบทับลงมาไม่ใช่จุมพิตที่อ่อนโยนทะนุถนอมเหมือนในนิทานหลอกเด็ก แต่เป็นการบดขยี้อย่างหนักหน่วงหื่นกระหายราวกับสัตว์ป่าที่กำลังกลืนกินเหยื่อ “อื้อ…” หญิงสาวประท้วงในลำคอกลับถูกเรียวลิ้นร้อนชื้นสอดแทรกเข้ามาตักตวงความหวานอย่างเอาแต่ใจ เขากวาดต้อนเกี่ยวพันรุนแรงจนเกิดเสียงเฉอะแฉะน่าละอาย สติสัมปชัญญะของหญิงสาวเริ่มพร่าเลือนลมหายใจถูกปล้นชิงไปครั้งแล้วครั้งเล่าจนหน้าอกอวบอิ่มสะท้อนขึ้นลงอย่างหนักหน่วง ฝ่ามือหนาลูบไล้ไปตามสัดส่วนโค้งเว้า น้ำหนักมือที่บีบเคล้นเต็มไปด้วยความดิบเถื่อน ทว่ากลับจุดประกายไฟวาบหวามให้แล่นพล่านไปทั่วทุกอณูขุมขน “อ๊ะ… คุณดอม…” เสียงหวานหลุดครางกระเส่าเมื่อริมฝีปากร้อนผละจากกลีบปากบวมเจ่อ เลื่อนต่ำลงมาขบเม้มซอกคอหอมกรุ่น เขี้ยวคมกัดลงบนผิวเนื้อนวลจนเจ็บจี๊ด มันเจ็บ... แต่ความเจ็บแสบนั้นกลับถูกแทนที่ด้วยความซาบซ่านจนต้องเกร็งจิกปลายเท้า เมื่อเขาตวัดปลายลิ้นโลมเลียรอยแดงนั้นซ้ำๆ ราวกับมันเป็นของหวานรสเลิศ เนื้อแนบเนื้ออุณหภูมิในกายพุ่งทะยานจนแทบหลอมละลาย โดมินิคตรึงข้อมือเล็กไว้เหนือศีรษะ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่สั่นระริกเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา เสียงแหบพร่าเอ่ยสั่งชิดริมฝีปาก แววตาเขาเปรียบเหมือนพายุหมุนที่พร้อมจะดูดกลืนเธอให้จมดิ่ง “จดจำสัมผัสของฉันไว้... แล้วอย่าริอ่านไปให้หมาตัวไหนแตะต้องตัวเธออีก” ร่างกายสาวสั่นสะท้านไปกับน้ำเสียงทรงอำนาจและความช่ำชองที่เขาสาดซัดเข้าใส่ ปลายนิ้วร้ายกาจเริ่มรุกล้ำปลุกปั่นจุดไวต่อสัมผัส บดขยี้ความดื้อรั้นของเธอให้แหลกสลาย สัมผัสของเขาช่างป่าเถื่อน ทว่ากลับทำให้ร่างกายเธอร้อนวูบวาบแอ่นรับอย่างไม่อาจควบคุมได้ “ฮื่อ… คุณดอม!” “หุบปาก...” ฝ่ามือหนาที่เต็มไปด้วยเส้นเลือดปูดนูนเลื่อนต่ำลงมาตามส่วนเว้าโค้ง ก่อนจับแยกเรียวขาเนียนให้ออกกว้าง เปิดเปลือยทุกความงดงามให้ประจักษ์แก่สายตา โดมินิคแทรกกายเข้าไปแนบชิด ลาริมาร์สัมผัสได้ถึงความร้อนระอุและความแข็งขืนที่ดุนดันอยู่บริเวณช่องทางรัก ความยิ่งใหญ่ที่แผ่ซ่านไอความร้อนราวกับท่อนเหล็กหลอมละลายทำเอาหญิงสาวชาวาบไปทั้งตัว หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวจนแทบทะลุออกจากอก ความหวาดกลัวตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ... หนึ่งปีเต็ม เป็นเวลาหนึ่งปีเต็มที่โดมินิคหายหน้าไป หนึ่งปีที่ร่างกายเธอไม่เคยถูกรุกล้ำหรือแตะต้องจากชายใด ผิวเนื้อที่เคยบอบช้ำเยียวยาตัวเองจนกลับมาปิดสนิทราวกับดอกไม้ที่ไม่เคยถูกเด็ดดม และตอนนี้... ดอกไม้ดอกนั้นกำลังจะถูกพายุลูกใหญ่บดขยี้อีกครั้ง “คะ... คุณดอม มาร์กลัว... อย่าเพิ่งนะคะ มัน...” ลาริมาร์ละล่ำละลัก เสียงสั่นเครือเมื่อรับรู้ถึงขนาดที่ใหญ่โตเกินมาตรฐานของชายตรงหน้า มันดุดันจนเธอหนีบเรียวขาเข้าหากันตามสัญชาตญาณ ทว่ากลับถูกท่อนแขนแกร่งสอดเข้าใต้ข้อพับแล้วยกขึ้นพาดบ่ากว้าง “กลัวอะไร? หนึ่งปีที่ฉันไม่อยู่... ลืมไปแล้วหรือไงว่าของฉันมันทำให้เธอมีความสุขแค่ไหน” เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดใบหูอย่างร้ายกาจ ก่อนที่เขาจะขบเม้มติ่งหูเล็กจนเธอสะดุ้งสุดตัว…
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม