“ฉันไม่ชอบนอนกับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ”
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยออกมานั้นเรียบสนิท ไร้ซึ่งความหวั่นไหวหรืออารมณ์ใคร่ใดๆ มันเป็นคำพูดที่ตอกหน้าปริมจนชาไปทั้งแถบ เธอรู้สึกเหมือนคนที่ไร้ซึ่งศักดิ์ศรี ความอัปยศพุ่งขึ้นถึงขีดสุด จนเธออยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปเสียตรงนั้น
“..........”
ปริมยืนนิ่งงัน หยดน้ำตาที่เพิ่งจะแห้งเหือดไปเริ่มคลอหน่วยขึ้นมาอีกครั้ง เธอเม้มริมฝีปากที่สั่นเทา มองดูใบหน้าหล่อเหลาที่ดูสูงส่งเกินกว่าที่เธอจะเอื้อมถึง
สำหรับเขา เธอคงเป็นแค่เด็กกะโปโลที่ไม่มีค่าพอจะชายตามองด้วยซ้ำ
“แต่... แต่หนูไม่มีทางเลือกแล้วจริงๆ ค่ะคุณ”
ปริมละล่ำละลักบอกเสียงสั่นพร่าด้วยความสิ้นหวัง
“หนูอายุ 18 ปีแล้วค่ะ... อีกไม่กี่ปีหนูก็จะบรรลุนิติภาวะแล้ว หนู... หนูทำได้ทุกอย่างเลยค่ะ ขอแค่คุณช่วยยายหนู”
คลาวด์ปรายตามองเด็กสาวที่ยืนสั่นเทาตรงหน้า แววตาคมกริบไล่มองตั้งแต่ใบหน้าจิ้มลิ้มที่เปื้อนคราบน้ำตา ลงมาจนถึงชุดนักเรียนที่ดูสะอาดสะอ้านแต่เก่าคร่ำ เขาขยับกายเข้าใกล้เธออีกนิด จนปริมต้องเผลอก้าวถอยหลังด้วยความประหม่า
“เธอคิดว่าร่างกายของเด็กอย่างเธอ มันมีค่าพอกับเงินเป็นล้านที่ฉันต้องจ่ายงั้นเหรอ”
คำพูดของเขาช่างร้ายกาจและตรงไปตรงมาจนปริมพูดไม่ออก เธอได้แต่ก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเองอย่างสมเพชในโชคชะตา
“กลับไปซะ... แล้วอย่าเสนอตัวให้ใครสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้อีก ถ้าไม่ใช่ฉัน... เธออาจจะถูกหลอกไปขายโดยที่ไม่ได้เงินสักบาทเดียว”
คลาวด์ทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ทิ้งให้ปริมยืนอยู่กลางโถงทางเดินที่หนาวเหน็บเพียงลำพัง พร้อมกับความจริงที่ว่า แม้แต่ร่างกายที่เธอคิดว่าเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายเขาก็ยังไม่ต้องการ
ฝีเท้าหนาของคลาวด์ก้าวไปได้เพียงแค่สามก้าว ร่างบางในชุดนักเรียนกลับฮึดสู้เป็นครั้งสุดท้าย ปริมรวบรวมแรงเฮือกใหญ่ขยับเท้าพุ่งตัวไปดักหน้าเขาไว้ เธออ้าแขนกว้างขวางทางเดินเขาแบบไม่คิดชีวิต
“หยุดก่อนค่ะ! ฟังหนูก่อน!”
คลาวด์ชะงักฝีเท้า คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนเป็นปม แววตาคมกริบฉายแววหงุดหงิดที่ยัยเด็กนี่ไม่ยอมจบง่ายๆ
“หนูทำได้ทุกอย่างจริงๆ นะคะ... แล้วที่บอกว่าไม่ชอบนอนกับเด็กน่ะ หนู... หนูไม่ได้ใสซื่อขนาดนั้นนะคะ!”
ปริมโพล่งออกมาทั้งที่หัวใจเต้นโครมครามจนแทบหลุดจากอก ใบหน้าจิ้มลิ้มเห่อร้อนด้วยความอายแต่เธอถอยไม่ได้แล้ว
“หนูเคยมีประสบการณ์มาแล้วค่ะ... หนู... หนูเก่งกว่าที่คุณคิดไว้เยอะ”
คำโกหกคำโต หลุดออกมาจากปากเด็กสาวที่เพิ่งร้องไห้ขี้มูกโป่งเมื่อครู่ คลาวด์นิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาที่มองสำรวจเธอเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นจนน่าขนลุก
“หนูสัญญา... หนูจะไม่ทำให้คุณเดือดร้อน จะไม่ออกไปป่าวประกาศให้ใครรู้ หนูจะเป็นแค่ผู้หญิงที่อยู่เงียบๆ ในที่ของคุณ เป็นแค่เด็กเลี้ยงคนหนึ่งที่พร้อมจะทำทุกอย่างให้คุณมีความสุข... คุณไม่ต้องให้สถานะอะไรหนูเลยก็ได้ หนูขอแค่เงินของคุณ... เงินที่จะรักษายายของหนูเท่านั้น”
ความเงียบเข้าปกคลุมโถงทางเดินอีกครั้ง ปริมยืนสั่นเทาแต่อ้าแขนขวางเขาไว้อย่างเด็ดเดี่ยว น้ำตาที่คลอหน่วยบ่งบอกว่าเธอกำลังกลัวแทบตาย แต่ความรักที่มีต่อยายมันค้ำคอให้เธอต้องขายทุกอย่างที่มี แม้แต่ร่างกายของเธอเอง
คลาวด์ขยับก้าวเข้าหาช้าๆ อีกครั้งจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ เขาโน้มตัวลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างใบหูของเด็กสาวที่พยายามทำใจกล้า
“เก่งกว่าที่คิดงั้นเหรอ”
เขาแค่นยิ้มเย็นที่มุมปาก
“รู้ไหมว่าคนอย่างฉัน... ถ้าลองแล้วสินค้าไม่ได้คุณภาพตามที่โฆษณาไว้ ฉันจะทวงคืนทุกบาททุกสตางค์พร้อมดอกเบี้ยที่เธอไม่มีวันจ่ายไหวไปตลอดชีวิต เธอแน่ใจนะว่าอยากจะเล่นเกมนี้กับฉัน”
“ค่ะ... หนูแน่ใจค่ะ”
ปริมตอบเสียงหนักแน่นสบตาคมกริบคู่นั้นอย่างไม่ลดละ แม้ในใจจะสั่นระริกเหมือนลูกนกที่กำลังตกน้ำก็ตาม
“ยอมไม่มีสถานะด้วยงั้นเหรอ”
คลาวด์ถามย้ำน้ำเสียงเย็นเยียบ ราวกับจะย้ำเตือนว่าสิ่งที่เธอร้องขอนั้นมันไม่มีเกียรติยศใดๆ รออยู่เลย
“ค่ะ... หนูไม่ขอสถานะใดๆ ทั้งนั้น”
“แล้วในวันที่ฉันเบื่อเธอล่ะ... เธอจะทำยังไง”
คำถามนี้จี้จุดตายที่สุด แต่ปริมกลับเชิดหน้าขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว
“หนูยินยอมที่จะเดินออกมาเองค่ะ... โดยไม่เรียกร้องอะไรเลย”
คลาวด์นิ่งไปครู่หนึ่ง สายตาที่เคยมองดูแคลนเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความพอใจลึกๆ ในความกล้าบ้าบิ่นของเด็กสาวตรงหน้า เขาขยับกายถอยห่างออกมาเพียงนิด ก่อนจะเอ่ยชื่อสถานที่ที่คนทั้งเมืองรู้ดี ว่าที่นั่นเป็นเขตหวงห้ามของมหาเศรษฐีอย่างเขา
“ดี... ถ้าอย่างนั้น พร้อมเมื่อไรก็ไปเจอฉันที่คอนโด XXX แล้วกัน”
“หนูพร้อมแล้วค่ะ... พร้อมตอนนี้เลยค่ะ”
คำตอบที่รวดเร็วและหนักแน่นของปริม ทำให้คลาวด์ถึงกับชะงักฝีเท้าที่กำลังจะหันหลังกลับ เขาหันมามองใบหน้าจิ้มลิ้มที่เปื้อนคราบน้ำตาอีกครั้ง แววตาของเธอไม่มีความลังเลเหลืออยู่เลย มีเพียงความเร่งรีบที่จะช่วยชีวิตยายให้ทันเวลา
“ตอนนี้เลยงั้นเหรอ”
คลาวด์ทวนคำพลางยกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุก
“ได้... ในเมื่อเธอรีบ ฉันก็จะสงเคราะห์ให้”
เขาหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมากดสั่งงานสั้นๆ เพียงไม่กี่คำ ท่ามกลางสายตาของปริมที่มองตามทุกการกระทำอย่างมีความหวัง
“ฉันจะให้คนจัดการโอนเงินตามจำนวนที่เธอต้องการเดี๋ยวนี้ ส่วนเธอตามฉันไปที่รถ อย่าให้ฉันต้องรอ”
ปริมพยักหน้าทั้งน้ำตาที่รื้นขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันคือน้ำตาแห่งความโล่งใจ เธอเดินตามแผ่นหลังกว้างของคุณลุงไปอย่างเงียบเชียบ โดยรู้ดีว่าก้าวที่เธอกำลังก้าวตามเขานั้น คือก้าวที่จะนำพาเธอเข้าสู่วงจรชีวิตใหม่ที่เธอไม่มีวันคาดเดาได้เลย
@คอนโด
ประตูห้องเพนท์เฮาส์สุดหรูบนชั้นสูงสุดของคอนโด XXX เลื่อนเปิดออกอัตโนมัติ เผยให้เห็นห้องโถงกว้างขวางที่ตกแต่งด้วยหินอ่อน และเฟอร์นิเจอร์นำเข้าราคาแพงระยับ แสงไฟสีส้มละมุนขับเน้นให้ทุกอย่างในห้องนี้ดูสูงส่ง และห่างไกลจากคำว่าบ้านที่ปริมเคยรู้จัก
ปริมก้าวขาที่สั่นเทาเข้าไปในห้องอย่างเกร็งๆ เธอพยายามทำตัวให้เล็กลงที่สุดเท่าที่จะทำได้ สายตาจ้องมองพรมขนสัตว์นุ่มละเอียดใต้เท้า สลับกับวิวระยิบระยับของกรุงเทพยามค่ำคืน ผ่านกระจกบานยักษ์ที่สูงจากพื้นจรดเพดาน
‘เขารวยมากจริงๆ... รวยจนน่ากลัว’ ปริมคิดในใจพลางกำมือแน่น ความหรูหราที่รายล้อมรอบตัว กำลังกดทับให้เธอรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่าเหลือเกิน เธอในชุดนักเรียนตัวเก่าที่ซีดจางจากการซักซ้ำๆ กับรองเท้าผ้าใบที่ขอบเริ่มปริแตก เมื่อมาอยู่ท่ามกลางความสมบูรณ์แบบของที่นี่ เธอก็ไม่ต่างอะไรจากเศษฝุ่นที่บังเอิญปลิวเข้ามาในพระราชวัง
‘คนระดับนี้... ทำไมเขาถึงต้องมาตกลงกับเด็กอย่างเราด้วยนะ’ ความรู้สึกต่ำต้อยแล่นริ้วเข้ามาในอกจนขอบตาร้อนผ่าว เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเพียงสินค้าเกรดต่ำ ที่ถูกหยิบยื่นเข้ามาในที่ที่ไม่คู่ควร และความรวยมหาศาลของเขาก็ตอกย้ำว่า เขาซื้อเธอได้ง่ายยิ่งกว่าซื้อนาฬิกาสักเรือนบนข้อมือเขาเสียอีก
“ยืนอยู่ทำไม... เข้าไปอาบน้ำซะ”
เสียงทุ้มของคลาวด์ดังขึ้นจากด้านหลัง เขาโยนกุญแจรถลงบนโต๊ะหินอ่อนอย่างไม่ใส่ใจ พลางถอดเสื้อสูทตัวนอกออก เผยให้เห็นแผ่นหลังกว้างภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวที่ดูภูมิฐาน ปริมสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับคำสั่งอย่างว่าง่าย
"ค่ะ"
“ชุดวางอยู่ในห้องน้ำ... จัดการตัวเองให้เรียบร้อย แล้วอย่าให้ฉันต้องรอนาน”
คำสั่งที่เฉียบขาดและไร้เยื่อใยนั้น ทำให้ปริมรู้ซึ้งว่านาทีนี้ศักดิ์ศรีของเธอไม่มีค่าอะไรเลย นอกจากหน้าที่เด็กเลี้ยง ที่ต้องทำตามความต้องการของเขา ให้คุ้มกับเงินทุกบาทที่เขาจ่ายไปเพื่อรักษายาย