CHAPTER 4 | คนแสนรู้

1449 คำ
พริมโรสลงลิฟท์โดยสารจากคอนโดมิเนียมหรูชั้นสามสิบหกก่อนเวลาปกติที่ต้องขับรถไปเรียนเองเล็กน้อย เนื่องจากวันนี้ต้องไปเรียนด้วยแท็กซี่ระหว่างรอรถส่งซ่อม แต่เมื่อร่างบอบบางเดินลงมาถึงหน้าตึก ยังจุดรอคิวแท็กซี่ หญิงสาวก็สะดุดเข้ากับชายร่างสูงในชุดสูทและสวมแว่นสายตา แต่งกายหล่อเนี๊ยบยืนอยู่เบื้องหน้า ความหล่อราวกับนายแบบนิตยสารเป็นจุดดึงดูดสายตาผู้หญิงที่อยู่บริเวณนั้นได้ในทันที “คุณดีนส์ มาทำอะไรที่นี่คะ” เดินตรงไปหยุดชายหนุ่ม และเขาเองก็หันมามองเธอทันทีที่ได้ยินเสียงคนตัวเล็กเรียก “อรุณสวัสดิ์ครับคุณพิมโรส” เขากล่าวทักทายเธออย่างสุภาพ แววตาฉายประกายความสุขุม แตกต่างจากอารมณ์เยือกเย็นที่เห็นเมื่อคืนยามที่ถือปืนในมือ “นายให้ผมเอารถคันใหม่มาให้ครับ” กุญแจรถลักษณะเดียวกับซุปเปอร์คาร์สีแดงของเธอทำให้หญิงสาวมองอย่างแปลกใจ กุญแจสีดำเหมือนกับกุญแจรถที่เธอให้เขาไปเมื่อวาน แต่มีจุดที่แตกต่างกันด้านความใหม่ไร้รอยขีดข่วน บ่งบอกว่าไม่เคยใช้งานมาก่อน ดีนส์เดินนำไปที่จุดจอดรถซุปเปอร์คาร์สัญชาติเยอรมันสีแดงที่จอดอยู่ใกล้ๆ ถึงจะมองผ่านๆ เหมือนรถของหญิงสาว แต่มันใหม่กว่า อีกทั้งยังป้ายทะเบียนเดิม ไม่สังเกตก็คงไม่รู้ แต่ทำขนาดนี้ภายในวันเดียวได้ยังไงกัน “นายบอกว่าถ้าให้ใช้รถยี่ห้ออื่นที่บ้านคุณพิมโรสอาจจะสงสัย” น้ำเสียงทุ้มเนิบแฝงไปด้วยความสุภาพกล่าวออกมา หญิงสาวพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด ลองกดรีโมตเข้าไปสำรวจด้านในรถก็พบว่าการตกแต่งเหมือนกับรถคันเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ทำขนาดนี้ได้ภายในคืนเดียวเนี่ยนะ “พวกคุณเป็นใครกันแน่เนี่ย” พริมโรสถามคนที่ยืนอยู่ฝั่งประตูข้างคนขับอย่างอึ้งๆ ดีนส์ทำเพียงก้มหน้ายิ้มเท่านั้น ไม่ได้ตอบคำถามของหญิงสาว “นายบอกว่า ถึงมหาลัยแล้วให้คุณโทรหา” เขากล่าวสั้นๆ ออกมา จากนั้นจึงขยับเดินมายืนที่ฝั่งเดียวกันกับคนตัวเล็ก “เสร็จธุระผมแล้ว ขอตัวครับ” คนตัวเล็กมองตามแผ่นหลังคนตัวสูง ที่เดินไปยังรถยุโรป สีดำอีกคัน ก่อนจะขับหายออกไปจากคอนโดมิเนียมของตนเอง ซุปเปอร์คาร์คันหรูสีแดงโลดแล่นบนท้องถนนที่การจราจรติดขัดทุกช่วงเวลา มือเรียวกดโทรออกหาใครบางคนผ่านแอพลิเคชั่นแชต จากนั้นจึงคว้าแอร์พอดใส่หูตนเอง (ใช้มือถือระหว่างขับรถ ระวังโดนจับนะ) ปลายสายพูดขึ้นทันทีเมื่อสิ้นสุดสัญญาณการรอสาย คนตัวเล็กขมวดคิ้วยุ่งกันสิ่งที่ได้ฟัง นี่เขารู้ทุกการเคลื่อนไหวของเธอเลยหรือไง? “คุณเป็น FBI เหรอคะ โรสเริ่มกลัวขึ้นมาจริงๆ แล้วนะ” เธอพูดออกมาพลางหัวเราะ เท้าเรียวเหยียบคันเร่งให้รถเคลื่อนที่ไปด้านหน้าเมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียว “ไม่ทำงานเหรอคะ” (รอเธอโทรมา เลิกเรียนกี่โมง?) คำถามที่ร่างสูงถามออกมาทำให้เธอส่ายหน้าปรายตามองชื่อเขาที่ปรากฏบนหน้าจอ “รู้เรื่องโรสดีขนาดนี้ ยังจะต้องถามอีกเหรอคะ” ได้ยินเสียงปลายสายหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ แม้จะรู้สึกว่ากำลังถูกละเมิดความเป็นส่วนตัว แต่ก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแต่อย่างใด อย่างน้อยเหตุการณ์เมื่อคืนก็พิสูจน์ให้เธอเห็นว่า การถูกเขาคอยจับตามองมันอาจจะปลอดภัยกว่าด้วยซ้ำ (ของสำคัญในรถคันเก่า เดี๋ยวให้คนเอาไปวางที่โต๊ะคอมพ์ในห้อง) “มีคีย์การ์ดเข้าห้องโรส?” ไม่อยากจจะเชื่อเลย...วันนี้เธอคิดคำนี้ในหัวกี่รอบแล้วเนี่ย (กุญแจลิ้นชักหัวเตียงที่เธอทำหายเมื่อสี่เดือนก่อนฉันก็มี จะให้ปั๊มให้ไหม?) นี่มันโจรชัดๆ ไม่สิ อาชญากรระดับชาติหรือไงเนี่ย! “ขนลุก” แล้วปลายสายก็หัวเราะออกมาอีกครั้ง “ไม่ได้ติดกล้องในคอนโดโรสใช่ไหมคะ” คำถามทีเล่นทีจริงถูกเอ่ยออกมา รถยนต์คันสีแดงถูกดับเครื่องภายในลานจอดรถมหาวิทยาลัย ทว่าเจ้าของรถยังไม่ได้มีทีท่าว่าจะลงจากรถ เนื่องจากยังติดสนทนากับคู่สายอยู่ แม้เวลาจะล่วงเลยใกล้ถึงเวลาเรียนแล้วก็ตาม (เปิดให้ฉันดูทุกคืนจะกลัวอะไรอีก) นั่นสิ “เดี๋ยวคืนนี้เปิดให้ดูอีก” พริมโรสตอบรับด้วยน้ำเสียงยั่วยวน ซ่อนความประหม่าของตนเองเอาไว้จนมิด "โรสรอคืนนี้อยู่นะคะ" @ลานหน้าคณะบริหารธุรกิจ เจ้าของเรือนร่างผมเพรียว สัดส่วนโค้งเว้าชัดเจนเดินดุ่มๆ เข้ามานั่งที่ม้าหินอ่อนใต้ต้นไม้ใหญ่ เพราะวิชาเมื่อกี้พริมโรสต้องแยกไปเรียนคนเดียว เนื่องจากเป็นวิชาเสรีทำให้เธอตามมาสมทบกับเพื่อนอีกสองคนภายหลัง แน่นนอนว่าคนตัวเล็กไม่ได้เล่าเรื่องตื่นเต้นที่ประสบเมื่อวานให้เพื่อนฟัง ไม่อย่างนั้นคงจบที่การถูกต้อนถามเรื่องของเซนไม่จบไม่สิ้น “มาช้าไปห้านาที เมื่อกี้พี่แทนเพิ่งแยกไป” ใบเตยเอ่ยชื่อพี่รหัสของหญิงสาวออกมา พร้อมกับยกถุงขนมที่ถูกแกะกินแล้วขึ้น “เสร็จโจร” พริมโรสพยักเพยิศให้อย่างไม่ใส่ใจ ปกติเธอไม่ทานขนม ขบเคี้ยวอยู่แล้ว ก่อนจะหันมาสนใจพะแพงที่ทำหน้าตาสับสนอยู่ข้างๆ “อะไรแพง” “มันแปลกๆ” เพื่อนคนสวยพึมพำออกมาตามนิสัยที่เป็นคนพูดเสียงเบาจนเหมือนคุยกับตัวเอง “วันนี้ไม่ได้ยินเสียงไอ้เธอร์เลย” อาเธอร์ที่ปกติมักจะทำตัวเป็นจุดสนใจคนทั้งมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะเดินไปทางไหนก็มักจะมีลูกสมุนคอยเดินตาม และส่งเสียงดังสร้างความรำคาญให้คนในคณะอยู่บ่อยครั้ง “ก็ดีแล้ว แกคิดถึงมัน?” พริมโรสพูดจากค่อนขอดใส่เพื่อนด้วยความขบขัน รู้อยู่แล้วว่ามันไม่ใช่ “ประสาท คำพูดแกเมื่อกี้ฉันมองว่าเป็นการบูลลี่นะ” พะแพงทำหน้ามุ่ยใส่เพื่อน ยกมือมาเปิดผมหน้าม้าสีดำขลับ เอาชีทเรียนมาพัดระบายความร้อนจนเห็นหน้าผากขาวเนียน “แค่แปลกใจ มันหายไป เหมือนหายจากโลกไปเลย” “วันนี้คลาสวิชาย่อยมันก็ไม่เข้านะ” ใบเตยเอ่ยสำทับ “จะแปลกอะไร ปกติมันเรียนกับเขา?” พริมโรสพูดพลางใช้มือเปิดขวดน้ำดื่มกระดกดื่มไปพลาง “ปาร์ตี้จนแฮงค์ ไม่ก็ไปเที่ยวต่างประเทศมั้ง” “แล้ววันหยุดยาวนี้เราไปไหนกันดี~” “ฉันอยากไปเขาใหญ่” พะแพงพูดเสียงยานคางราวกับเด็กๆ “ภูทับเบิก ไปนอนโง่ๆ ดูหมอก” “โง่อยู่แล้ว จะนอนตรงไหนก็เหมือนกัน” “นังแพง!” พริมโรสนั่งมองเพื่อนสองคนนั่งหยุมหัวกันด้วยความสนุกสนาน ก่อนจะก้มมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือที่บอกเวลาสี่โมงเย็นนิดๆ คนสวยคว้าขวดน้ำมาถือในมือ ลุกขึ้นสะพายกระเป๋าแบรนด์เนมสีดำจนพะแพงและใบเตยหันมามองด้วยความสงสัย “ทำไมวันนี้กลับเร็ว” “ยุ่ง” ถ้อยคำที่สนทนาหากเป็นคนไม่รู้จักมาได้ยิน คงคิดว่าทั้งสามคนไม่ถูกกัน แต่ความเป็นจริงนั้นทั้งสามสนิทกันตั้งแต่เรียนมัธยมต้น จบจากโรงเรียนสตรีเอกชนชื่อดัง “จะกลับไปติ้วกับชายในฝัน?” คำพูดหยาบโลนออกมาจากปากเล็กเป็นกระจับ พริมโรสแทบไม่อยากเชื่อว่านี่คือลูกหลานจากตระกูลนักการฑูต ทุกวันนี้เพื่อนเธอชอบแอบพูดคำหยาบลับหลังบิดามารดาจนดูเหมือนเด็กเก็บกด “ไม่ได้ติ้ว” ริมฝีปากอวบอิ่มสวนกลับในทันที ส่วนเพื่อนทั้งสองก็ทำหน้าเหมือนกับไม่เชื่อสิ่งที่คนตัวเล็กกำลังพูด พริมโรสจึงหยักยิ้มมองเพื่อนรัก “ตอนนี้...นัดไว้ตอนดึก :) ” “กรี๊ดดดดด~!!” สะบัดก้นเดินออกจากลานใต้คณะ โดยไม่สนใจเสียงหวีดร้องตามหลังด้วยความตื่นเต้นของพะแพงและใบเตย ◂◂◂♡▸▸▸
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม