CHAPTER 1 เลขากับท่านประธาน

1403 คำ
คิรินทร์โยนแฟ้มเอกสารลงบนโต๊ะเสียงดังจนผู้ช่วยเลขาสะดุ้งไปทั้งตัว เธอก้มหน้ามองแฟ้มที่กระเด็นไปเล็กน้อย หัวใจเต้นแรงไม่ต่างจากตอนที่เข้าประชุมครั้งแรกกับเขา “คุณไม่ดูหรือไงว่าพิมพ์ผิดมาตัวหนึ่งงานง่ายๆ แค่นี้ยังทำพลาด!” น้ำเสียงของชายหนุ่มเต็มไปด้วยความไม่พอใจ จนทุกคำพูดเหมือนมีมีดคมเฉือนหัวใจของเธอ “ขอโทษค่ะท่านประธาน แต่…” ไข่มุกรีบเงยหน้าขึ้น พยายามควบคุมลมหายใจ เธอกำลังจะอธิบายว่าเธอรับงานนี้มาจากเลขาคนอื่นอีกที แต่คำพูดก็ถูกตัดลงเมื่อเขายกมือขึ้น “ไม่ต้องเถียง! กี่ครั้งแล้วที่คุณทำงานพลาด ผมไม่เลี้ยงคนโง่ๆ ไว้หรอกนะ!” เขาตวาดเสียงเข้ม กำมือแน่นราวกับควบคุมความอดทนจนเกือบขาด ไข่มุกกัดริมฝีปากจนเจ็บ เธอรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบกำลังถล่มลงมาบนหัว แต่ก็ไม่กล้าสบตาเขากลัวว่าจะเห็นเพียงความผิดหวังในสายตาของผู้ชายตรงหน้า “คุณทำงานกับที่นี่มาสามปีเต็มแล้ว ชื่อมหาลัยที่แบกอยู่ก็ไม่ช่วยให้คุณเก่งขึ้นบ้างเลยหรือไง หรือคุณมีสมองเอาไว้ แค่คั่นหูไว้เฉยๆ” “มุกขอโทษค่ะ” เธอก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองไม่กล้าแม้แต่จะหายใจเสียงดัง “เอาแต่ขอโทษๆ ทั้งวันฝ่ายบุคคลรับคุณเข้ามาเพราะเรียนดี แต่การทำงานติดลบหรือมัวแต่ไปอ่อยแฟนคนอื่นเลยไม่มีสมาธิทำงาน” เขามักได้ยินพนักงานพูดถึงผู้ช่วยเลขาของเขาในทางไม่ดี หญิงสาวเป็นคนหน้าตาดีมากไม่แปลกที่ผู้ชายมักจะเข้าหา แต่ช่วงนี้หญิงสาวทำงานพลาดบ่อย บางทีอาจจะโฟกัสอย่างอื่นมากกว่างาน “มุก...” “ผมให้โอกาสคุณแก้ไขงานนี้ และคราวหน้าถ้าพลาดอีกคุณก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่แล้ว” คิรินทร์สูดลมหายใจลึก ก่อนจะยืนขึ้นตรงเงยหน้ามองไข่มุกด้วยสายตาที่เข้มข้น แต่แฝงความคาดหวังบางอย่างไว้ “มุกจะทำให้ดีค่ะ” เธอพยักหน้าช้าๆ รู้ดีว่านี่ไม่ใช่คำขู่เล่นๆ แต่เป็นบททดสอบที่หนักหนาสำหรับเธอ เมื่อหญิงสาวออกไปเขาถอนหายใจไม่ได้ตั้งใจจะว่าไข่มุกแรงขนาดนั้น คนเรามีโอกาสทำงานพลาดได้อีกฝ่ายอายุยังน้อยอาจจะยังไม่รอบคอบ แต่ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงหงุดหงิดทุกครั้งที่เจอหน้าหญิงสาว “ฉันเป็นถึงท่านประธาน K-Metha Holding จะไปสงสารเด็กที่เพิ่งจบมหาลัยได้ยังไง” คิรินทร์ กฤตเมธานนท์ อายุ 32 ปี สูงโปร่งร่างกายกำยำแต่ไม่ล่ำเกินไป ท่วงท่าทุกก้าวดูสง่างามและมั่นใจเหมือนชายที่อยู่เหนือทุกสถานการณ์ ใบหน้าคมคายจมูกโด่งเป็นสัน ปากเรียวแต่มีรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเย็นชาและมีเสน่ห์ดึงดูด ดวงตาคมกริบเป็นสีเข้ม ลึกเหมือนมีความลับซ่อนอยู่ ขอบตาเรียวทำให้สายตาของเขามีอานุภาพราวกับสามารถอ่านใจคนได้ในเสี้ยววินาที ผมดำสนิทสลวยเรียบและเงางามเหมือนเพชรที่ได้รับการเจียระไนมาอย่างพิถีพิถัน เสื้อเชิ้ตขาวเรียบเนียน สวมสูทเข้ารูปอย่างดี เสริมด้วยเนกไทสีเข้ม ทุกองค์ประกอบบนตัวเขาเหมือนถูกออกแบบมาเพื่อสะท้อนทั้งอำนาจ ความมั่งคั่ง และความเฉียบขาด แม้รอยยิ้มของเขาจะบางครั้งดูเย็นชาและเข้าถึงยาก แต่ก็เต็มไปด้วยแรงดึงดูดที่ทำให้คนรอบข้างทั้งเกรงกลัว และหลงใหลในเวลาเดียวกัน แต่เขาไม่ใช่หนุ่มโสดเพราะเขามีคู่หมั้น ถึงแม้เขาจะไม่ได้รักอีกฝ่ายก็ตาม ทั้งสองหมั้นหมายกันเพราะเรื่องธุรกิจจนวันที่พ่อของเสียชีวิตไป เขาจึงหาทางถอนหมั้นตลอดเวลา แค่คู่หมั้นกลับหนีไปเรียนต่อที่ต่างประเทศเพื่อหวังจะยื้อเวลาออกไป ประตูห้องทำงานเปิดออก เดวิดถือแฟ้มเอกสารเข้ามาอย่างเรียบร้อย “งานเลี้ยงบริษัททุกอย่างพร้อมแล้วครับ คุณลิต้ากลับมาแล้วด้วยครับ คาดว่าคืนนี้เธอจะเข้าร่วมงานเลี้ยงด้วย” คิรินทร์พยักหน้าเบาๆ แต่ดวงตายังคงแข็งกร้าว ขณะที่ริมฝีปากบางขยับพูดอย่างไม่แยแส “มาแล้วก็ดีจะได้หลุดพ้นจากคนพวกนั้นเสียที หน้าด้านหน้าทนเกินไป” เขาเพียงทำตามความต้องการของพ่อเท่านั้น ในเมื่อท่านไม่อยู่แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องสนใจใครอีกต่อไป ไข่มุกเดินมายืนรอรถหน้าบริษัท มือเล็กกุมกระเป๋าแน่น ร่างกายยังสั่นเล็กน้อยจากความเครียดเมื่อตอนอยู่ในสำนักงาน “น้องมุกกลับกับพี่ไหม?” ตะวันหนุ่มรุ่นพี่ที่ทำงานอยู่ที่นี่เหมือนกัน เดินเข้ามาแล้วยิ้มทักทายด้วยน้ำเสียงเป็นมิตร “มุกกลับเองได้ค่ะ” เธอส่ายหน้าเล็กน้อย พยายามเรียบเรียงความรู้สึกให้สงบ “ตาแดงโดนใครดุมาอีกแล้วใช่ไหม?” ตะวันเลิกคิ้วมองเธอสักพัก ก่อนจะเอ่ยติดตลกอย่างห่วงใย “เปล่าค่ะ” เธอรีบก้มหน้าหลบสายตารุ่นพี่ ไม่กล้าบอกความจริงว่าพึ่งแอบไปร้องไห้หลังจากถูกเจ้านายดุ เธอแค่ส่ายหน้าอย่างรวบรัด ตะวันถอนหายใจเบาๆ แต่ก็ไม่ได้ซักถามต่อ แค่ยิ้มบางๆ เหมือนเข้าใจ คิรินทร์นั่งอยู่ในรถหรูจ้องมองออกไปทางกระจกข้าง สายตาเย็นเฉียบหยุดอยู่ที่ไข่มุกซึ่งกำลังยืนอยู่กับผู้ชายอีกคน ทุกครั้งที่เห็นภาพแบบนี้ ความหงุดหงิดก็พุ่งขึ้นในอกไม่ต่างจากไฟที่ลุกโชน “อ่อยแต่ผู้ชาย” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงเย็นชา แต่เต็มไปด้วยความรำคาญ “มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ” ศิวกรนั่งข้างคนขับเจ้านายไม่ได้ยินชัด เขาจึงหันไปถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงห้วนๆ “พรุ่งนี้ติดต่อฝ่ายบุคคลให้ใบเตือนพนักงานที่ชื่อชลาลี” “น้องมุกเหรอครับ? ผมเห็นน้องเขาทำงานดีมาตลอดนะครับ” ศิวกรเลิกคิ้วเห็นสายตาของเจ้านายเต็มไปด้วยความหงุดหงิด แต่ก็แอบลังเล “ห่วงมากนักก็รับเอาไปเอง” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิดปนเย็นชา ไม่มีแม้แต่รอยยิ้มให้ ศิวกรก้มหน้าพยักหน้ารับคำ สายตาเห็นชัดว่าเจ้านายกำลังอารมณ์เสีย และครั้งนี้ไข่มุกกำลังตกอยู่ในสายตาของเขาแบบที่เขาไม่อาจปล่อยผ่าน “คืนนี้งานเลี้ยงให้พี่ไปรับไหม” ตะวันหันมาถามหญิงสาวอีกครั้ง “มุกมาเองได้ค่ะเกรงใจแฟนพี่ตะวัน อีกอย่างมุกไม่อยากมีปัญหา” แฟนของตะวันขี้หึงมาก ครั้งนั้นก็เข้าใจเรื่องของเธอกับตะวัน จนทำให้เธอต้องออกห่างจากอีกฝ่าย เพื่อความสบายใจของทุกคน “พี่ขอโทษด้วยนะ” “มุกไปก่อนนะคะ” “เจอกันที่งานนะ” เขามองจนเห็นหญิงสาวขึ้นรถเมล์ไป ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายยามที่นึกถึงคนรักตัวเอง “มองตามมันตาละห้อยอยากไปส่งมันจนตัวสั่นหรือไง” เพลงมีนามาเห็นภาพนั้นพอดี เธอไม่ไว้ใจผู้หญิงคนนั้นเพราะตะวันมักส่งข้อความห่วงใยไปหา “เธอมาได้ยังไง” “ถ้าไม่มาจะเห็นภาพนั้นเหรอ รักมันหรือไงก็ไปคบกับมันเลยสิ” “ไร้สาระ” เขาไม่อยากคุยกับคนอารมณ์ร้อนจึงลากเพลงมีนาขึ้นรถมาพร้อมกัน “ตะวันชอบมันใช่ไหม หรือได้กันแล้วถึงตามราวีมันตลอดเลย” “ไม่มีคือไม่มีเธออย่าทำตัวน่าเบื่อแบบนี้ได้ไหม น้องมุกเขาไม่ได้คิดอะไรกับฉันเลย” “ถ้ามันคิดตะวันก็จะไปกับมันใช่ไหม” เพลงมีนาโวยวายลั่นรถ เธอไม่ยอมให้ทั้งสองคนสมหวังเด็ดขาด “เพลง! เราเลิกกันเถอะ” “กรี๊ดดด ทำไมได้มันแล้วใช่ไหมถึงทิ้งกัน” หญิงสาวกรีดร้องคบกันมาตั้งแต่เรียนปีหนึ่งจนถึงวันนี้ คราวนี้ยอมรับว่าตะวันเปลี่ยนไปมาก “ไม่เกี่ยวกับใครทั้งนั้น เธอนิสัยไม่ดีรู้ไหมโวยวายน่าเบื่อ ทั้งที่ฉันไม่เคยทำอะไรให้เธอระแวงเลย มีแต่เธอที่เป็นประสาทอยู่คนเดียว” “ฉันไม่เลิก ถ้าเลิกฉันจะไปประจานมันว่าตะวันทิ้งเมียไปเอากับมัน” “เธอมันเกินเยียวยาจริงๆ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม