Chapter : 11
หลังจากเช่าห้องเสร็จ ทั้งสามคนก็เข้ามาในห้องที่มีบรรยากาศสะดวกสบาย พวกเขาเลือกเมนูอาหารทานเล่นและน้ำอัดลมมากินกัน ขณะที่มินนี่ยังคงลังเลเลือกเพลงที่เธออยากร้อง ไททันและนีลจึงตัดสินใจร้องกันก่อน “งั้นพวกกูร้องก่อนนะ” ไททันพูดก่อนจะหันไปยิ้มให้มินนี่ ซึ่งยังคงเลื่อนหาชื่อเพลงอยู่
ทั้งไททันและนีลต่างก็เป็นนักร้องมือสมัครเล่นที่มีฝีมือพอตัว เสียงเพลงจากพวกเขาดังออกมาอย่างไพเราะ จนทำเอาเครื่องให้คะแนนคาราโอเกะเกือบจะเต็ม “โหแม่ง! พวกมึงสองคนนี่ร้องกันเก่งเกินไปแล้ว!” มินนี่พูดพร้อมกับยิ้ม “คราวนี้ตากู รอฟังกันให้ดีล่ะ”
เมื่อถึงตาของมินนี่บ้าง ไททันและนีลต่างก็ทำใจให้พร้อมฟัง แต่เมื่อมินนี่เริ่มร้องเพลงเท่านั้นแหละ ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เสียงของเธอผิดเพี้ยนไปทุกทิศทาง ทำเอาสองหนุ่มต้องหันมามองหน้ากันอย่างตกใจ “โอ้โห นี่แม่งเสียงคนหรือเสียงไซเรนวะ? สากหูเป็นบ้าเลย!” นีลพูดเบา ๆ จนไททันหลุดขำ แต่ก็พยายามกลั้นเสียงไว้เนื่องจากไม่อยากให้คนร้องได้ยิน
ถึงแม้เสียงของมินนี่จะเพี้ยนมากจนแทบจะทำให้เครื่องคาราโอเกะหยุดทำงาน แต่เธอก็ยังคงร้องต่อไปเรื่อย ๆ จนจบเพลง และสกอล์ของเธอก็ดิ่งลงเหว ทำเอาเธอแอบรู้สึกน้อยใจไป
ถึงจุดนี้ไททันและนีลก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “รอดตายแล้วกู!” ไททันพูดทีเล่นทีจริง มินนี่หันมามองพวกเขาทั้งคู่ด้วยสายตางง ๆ “อะไร กูร้องไม่ดีขนาดนั้นเลยเหรอ?” เธอถามด้วยน้ำเสียงกึ่งขำกึ่งจริงจัง
“ไม่ได้ว่าร้องไม่ดี แต่เสียงมึงแม่งเกือบทำให้หูพวกกูดับกันเลยทีเดียว” นีลพูดพร้อมหัวเราะ แต่มินนี่ได้แต่หัวเราะตาม
“ไม่เอาแล้ว ไม่ร้องแล้ว! ให้พวกมึงร้องกันไปเถอะ” มินนี่ตอบพลางเบี่ยงตัวหนีเล็กน้อยด้วยความขวยเขิน มือของเธอเผลอจับแขนนีลเอาไว้เล็กน้อยเพื่อไม่ให้เขาเข้ามาใกล้มากกว่านี้
แต่นั่นเป็นเพียงแค่การเริ่มต้น ทั้งสามคนนั่งเบียดเสียดกันบนโซฟาโดยมีมินนี่นั่งอยู่ตรงกลาง เสียงหัวเราะคิกคักของพวกเขาทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนิทสนมและไร้กังวล จนกระทั่งจุดหนึ่ง ไททันหันมามองมินนี่ที่ยังคงหน้าแดงอยู่ รอยยิ้มที่มุมปากของเขาบอกว่าเขากำลังคิดบางอย่างขณะที่มือของเขาเลื่อนมาจับยังต้นขาขาวนวลของเธอ
“มินนี่…ตอนนี้…” เขาพูดพร้อมกับจ้องตาเธออย่างจริงจัง “กูค่อนข้างอึดอัดเลยว่ะ”
มินนี่ขมวดคิ้วงง ๆ ก่อนจะหันไปมองนีลที่ดูไม่ค่อยสบายตัวเหมือนกัน นีลยิ้มแหย ๆ พลางก้มลงมองเป้ากางเกง “ใช่...กูก็เหมือนกัน” เขาพูดออกมาเบา ๆ
มินนี่กระพริบตาสองสามครั้งก่อนจะถามด้วยความสงสัย “อะไรนะ? อึดอัดอะไร? พวกมึงเป็นเหี้ยอะไรกัน?” เธอยังไม่เข้าใจสถานการณ์
นีลกัดปากเล็กน้อยก่อนจะยิ้มแบบเกร็ง ๆ “มินนี่… มึงอาจจะไม่รู้ตัวแต่มึงทำให้พวกกูตื่นเต้นเกินไป”
คำพูดนั้นรวมถึงสายตาของทั้งสองที่จับจ้องมายังส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเธอ รวมถึงการแนบตัวเข้ามาชิดใกล้เกินธรรมดา ทำให้มินนี่เข้าใจในที่สุด และใบหน้าของเธอก็แดงซ่านขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ความเขินอายที่ถาโถมเข้ามาทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะละลาย
“อะไรนะ? จริงเหรอ? นี่พวกมึงมาเ****นเหี้ยอะไรกันตอนนี้...” มินนี่ถามเสียงแผ่ว รู้สึกทั้งตกใจและอายจนแทบไม่รู้จะทำยังไง
ไททันยิ้มขำ ๆ แต่แววตาเขาดูอึดอัดเล็กน้อย “ความเ****นล้วนไม่เข้าใครออกใครเว้ย กูไม่ได้ตั้งใจจะบอกหรอก แต่มันรู้สึกอึดอัดจริง ๆ ว่ะ นึกสภาพว่ามึงมีของใหญ่ของในกางเกงแล้วมันถูกรัดแน่นดูสิ...”
นีลพยักหน้าเบา ๆ “ใช่…มันเป็นความจริง มินนี่ มึงแม่งน่ารักเกินไปว่ะ...”
มินนี่หน้าแดงจนถึงใบหู รู้สึกว่าตัวเองถูกล้อมกรอบไว้ด้วยความใกล้ชิดของนีลและไททัน ตอนนี้เธอไม่กล้าสบตาพวกเขาเลย หัวใจของเธอเต้นแรงและเธอก็ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง
“กูขอโทษ...กูไม่ได้ตั้งใจ...” มินนี่พูดเสียงสั่นเล็กน้อย ขณะที่พยายามจะขยับตัวให้ห่างจากทั้งสองคน แต่ก็ไม่สามารถทำแบบนั้นได้เนื่องจากเธอถูกพวกเขาประกบเอาไว้
ในตอนนั้นเองนีลและไททันที่เห็นได้อย่างชัดเจนถึงท่าทีน่าเอ็นดูของมินนี่ยามเขินอาย พวกเขาก็หัวเราะออกมาเบา ๆ พร้อมกัน
“ไม่ต้องขอโทษหรอกมินนี่ พวกกูก็แค่ล้อเล่น” ไททันยิ้ม
‘ล้อเล่นบ้านพ่อมึงอะ’ มินนี่แอบครุ่นคิดพลางเหม่อมองเป้าของทั้งคู่ที่ตุงขึ้นมาแล้วชี้หน้าเธอ พวกมันราวกับจะบอกเธอว่า—เราอยากจะเข้าไปในตัวเธอแล้ว! เธอพร้อมยัง!?
“ใช่ แต่ถึงจะล้อเล่น มันก็ยังเป็นความจริงนะที่ว่าพวกกูแข็งเพราะมึง...” นีลพูดด้วยเสียงอ่อนโยนขณะที่โน้มหน้าเข้ามาใกล้เธอ
คำพูดของทั้งคู่ไม่ได้ช่วยบรรเทาความเขินอายของมินแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำบรรยากาศรอบข้างก็ยังยิ่งอึดอัดและเต็มไปด้วยความตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ จนมินนี่รู้สึกว่าทุกสัมผัส ทุกการเคลื่อนไหวของพวกเขามันกำลังทำให้เธอรู้สึกถึงห่วงอารมณ์จากเมื่อคืนที่ทั้งเร่าร้อนและดุเดือด ซึ่งยังคงค้างขาอยู่ในหัวเธอ
ในขณะที่เสียงดนตรีทำนองสนุกจากคาราโอเกะยังคงถูกเล่นไปเรื่อย ๆ มินนี่ที่ขวยเขินจนไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงดีแล้ว เธอพูดขึ้น “แล้วพวกมึงอยากให้กูทำอะไรล่ะ?” เธอรู้ว่าลึก ๆ ทั้งสองคนนี้คิดจริงจังเกี่ยวกับเธอสำหรับเรื่องเมื่อเมื่อคืนที่เธอเป็นฝ่ายทำให้พวกเขาฮึกเหิม แต่ตอนนี้มันแตกต่างออกไป เนื่องจากว่าเธอไม่ได้ทำอะไรเลยที่เป็นการยั่วยวน กลับกันพวกเขาทั้งคู่ดันดูจะหื่นกระหายยิ่งกว่าเมื่อคืนเสียอีก!?
To be continued...