7 นี่มันที่ทำงานนะคะบอส

1254 คำ
“ค่ะบอส” ‘เข้ามาในห้องหน่อยครับ’ “รับทราบค่ะ” เอวารับสายที่ต่อตรงมาจากห้องทำงานของบอส ซึ่งวันนี้นับเป็นสายที่เท่าไหร่แล้วก็จำไม่ได้ และมันก็เป็นการเรียกที่ไร้สาระซะจนเอวาเริ่มเอือมระอาขึ้นมาเล็กน้อย ตั้งแต่ชงกาแฟไปให้ คืนเอกสารที่เซ็นอนุมัติทีละหนึ่งงาน หรือแม้แต่ถามตารางประจำวันซ้ำทั้งที่ปกติไม่เคยทำเพราะบอสความจำดียิ่งกว่าเธอซะอีก หรือบางทีบอสอาจจะคิดว่างานเธอมันน้อยจนต้องขยันเรียกงั้นสินะ สงสัยว่าแผนทำธุกิจของเธอจะต้องเลื่อนเข้ามาไวกว่าเดิมซะแล้ว “มีอะไรให้ทำเหรอคะบอส” “เปล่าครับ” “อะไรนะคะ…” เอวาเงยหน้ามองเฟยแล้วถามอย่างเหลือเชื่อ นี่บอสเธอบ้าไปแล้วสินะถึงได้มาล้อเล่นทั้งที่เธองานยุ่งแบบนี้ และยังไม่ทันได้พูดอะไรออกไปเฟยก็พูดออกมาอีกประโยคที่ทำให้เอวาเบิกตาโตอย่างตกใจยิ่งกว่าเดิม “แค่อยากเห็นหน้าเฉยๆ” “บอสคะ นี่มันที่ทำงานนะคะ” เอวาต่อว่าออกมาอย่างไม่สามารถรักษาสีหน้าเรียบนิ่งได้อีกต่อไป ทั้งคำพูดหยอกล้อ ทั้งรอยยิ้มกับสายตาของบอสที่เปลี่ยนไปทั้งหมด มันกำลังทำให้เอวาทำตัวไม่ถูกและเสียอาการอย่างหนัก นี่มันไม่ถูกต้องเอาซะเลย “แล้วไงครับ ที่ทำงานห้ามบอสคุยเล่นกับเลขาด้วยเหรอ” “เกรงว่าเราจะไม่มีเวลาคุยเล่นขนาดนั้นค่ะ บอสเซ็นอนุมัติด่วนเรียบร้อยแล้วเหรอคะ รู้มั้ยว่าคุณมัทนาแผนกจัดซื้อจัดจ้างเร่งเอวามาสามรอบในหนึ่งวันแล้วนะคะ” “อืม ชอบคำว่าเราจังเลยแฮะ ฟังแล้วนึกถึงคืนนั้นจัง” แทนที่จะสนใจเรื่องที่เอวาพูด เฟยกลับฟังแค่สิ่งที่ตัวเองชอบเท่านั้น เอวาแทบสติแตกอยู่รอมร่อกับท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวราวกับเด็กประถมของบอสจนเผลอเรียกอีกคนเสียงดัง “บอสคะ!” “โธ่ๆ ตกอกตกใจหมด ทำไมเรียกผมเสียงดังขนาดนั้นล่ะครับคุณ” เฟยแสร้งทำท่าตกใจเอามือทาบอก เอวามองค้อนอย่างหมั่นไส้ก่อนจะพ่นลมหายใจแล้วบ่นออกมา “แล้วทำไมบอสพูดแบบนั้นออกมาล่ะคะ” “แล้วพูดไม่ได้เหรอครับ” “ต้องให้บอกอีกกี่ครั้งคะว่ามันไม่เหมาะสม นี่เป็นที่ทำงานนะคะ อีกอย่างเราตกลงกันแล้วนี่คะว่าจะไม่พูดถึงมันอีก นั่นมันก็แค่เรื่องสนุกที่เราทำนอกเวลางานค่ะจบแล้วก็จบกัน” “ทำไมคุณต้องจริงจังขนาดนั้นด้วย ไหนบอกว่าชอบมากไม่ใช่เหรอครับ” เฟยเถียงกลับไปราวคนที่ไม่ยอมรับความจริง เขาไม่ชอบท่าทีห่างเหินของเอวาตอนนี้เลยสักนิด ไม่ชอบที่เธอบอกว่าเราแค่สนุกกัน ทั้งที่เขาเองก็รู้ดีทุกอย่างถึงข้อตกลงในคืนนั้น เอวาถอนหายใจ มองใบหน้าหล่อเหลาของบอสที่เธอชอบมาตลอดอย่างไม่อยากเชื่อ ว่าอีกคนกำลังแสดงออกว่างอนเธออยู่อย่างไม่ปิดบัง นี่ัมันเกิดอะไรขึ้นกับบอสกันแน่นะ มาทำแบบนี้ใส่กันให้ใจเต้นทำไมไม่ทราบ คนเขายิ่งลำบากใจที่จะไม่ล้ำเส้นแท้ๆเชียว “บอสคะ ถ้าคุณยังแยกแยะไม่ได้อีกแม้แต่เรื่องงานดิฉันก็จะจบมันเองเหมือนกันค่ะ” “หมายความว่าไงครับ” เฟยถามกลับพลางจ้องหน้าเอวาเขม็งอย่างไม่พอใจ ประโยคนั้นฟังดูยังไงก็เหมือนว่าเธอจะลาออกไปเลย แล้วก็จริงอย่างที่คิด เพราะเอวาช่วยขยายความให้เขาเข้าใจชัดเจนมากขึ้นทันที “ถ้าไม่อยากให้ลาออก รบกวนบอสอย่าพูดถึงมันอีกนะคะ แล้วก็ช่วยปฏิบัติตัวเหมือนที่เคยเป็นด้วยค่ะ ขอตัวนะคะ” เอวาหันหลังกลับทันทีที่พูดจบ ทิ้งให้เฟยมองตามเรือนร่างระหงด้วยอาการอึ้งในสิ่งที่ได้ยิน มือหนากำหมัดแน่นก่อนจะบ่นพึมพำกับตัวเองอย่างไม่อยากยอมรับความจริง “เฮอะ เหมือนที่เคยเป็นงั้นเหรอ มีใครที่ไหนกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันขนาดนั้นแล้วทำตัวเหมือนเดิมได้บ้าง ตลกเกินไปแล้วเอวา” —---------------------------- “แล้วไง แกก็เลยขู่ว่าจะลาออกเนี่ยนะ” หลินถามออกมาเสียงดังจนเศษขนมที่เคี้ยวอยู่กระเด็นไปโดนเอวาที่นั่งข้างๆ เธอมองแรงใส่หลินที่ปัดออกให้แล้วส่งเสียงอยู่ในลำคอ “อือ” “อยากจะบ้าตายจริงๆ ในเมื่อบอสแกอยากล้ำเส้นเองแกจะรออะไรวะเอวา ชอบมาตั้งนานก็คบกันไปเลยให้มันจบๆ แหม่…ทีคืนนั้นนะ หนีไปแซ่บกันแล้วปล่อยฉันทิ้งไว้คนเดียวแท้ๆ” หลินถามพลางอดจะแซะเพื่อนไม่ได้เพราะเคืองที่คืนนั้นเอวาหายไปไม่บอกไม่กล่าว ปล่อยเธอนั่งรออยู่ตั้งนานสองนานกว่าจะส่งข้อความมาบอกได้ “ไม่ได้หรอก ฉันตั้งใจไว้แล้วว่าจะไม่หาเรื่องยุ่งยากให้ตัวเอง ไม่งั้นจะไปเล่นสนุกแบบนั้นรึไง” “แต่คนเราก็ต้องมีแฟนที่คบกันจริงจังนะ ไหนแกบอกว่าอยากมีครอบครัวไง” “ก็ใช่ แต่จะเป็นบอสไม่ได้สิ” เอวาส่ายหน้าปฏิเสธทันทีแบบไม่ต้องคิด “ทำไมไม่ได้วะ” “เคยบอกแล้วนี่ว่าสังคมบอสมันน่ากลัว เราอยู่กันคนละโลกเลยนะ” “เราก็อยู่โลกเดียวกันนี่แหละแกจะบ้าเหรอเอวา” หลินว่าออกมาหน้านิ่วคิ้วขมวด ไม่เข้าใจเพื่อนเลยสักนิดว่าจะปฏิเสธทำไม ทั้งที่ตัวเองก็ชอบมาตั้งนานแท้ๆ “ไม่ใช่ไง ฉันไม่ชอบสังคมคนรวยเท่าไหร่ ฉันอยากมีชีวิตสงบ” เอวายกเข่าสองข้างขึ้นมากอดพลางวางคางลงไป ในหัวอดคิดภาพตามที่เพื่อนพูดไม่ได้ทั้งที่ปากก็คอยปฏิเสธตลอดเวลา “การที่แกทำงานกับเขามาตลอดไม่ใช่ว่าชินสังคมนั้นไปแล้วเหรอ แล้วก็ใช่ว่าคนรวยจะหาความสงบไม่ได้สักหน่อย แค่มีเงินอยากทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น” “ชินอะไรล่ะ เพราะเห็นมาตลอดเลยเบื่อไง ฉันวางแผนหลังลาออกไว้แล้วด้วย” เอวาเถียงออกมาราวกับย้ำไม่ให้ตัวเองไขว้เขว แผนที่วางไว้มานานจะล่มเพราะใจที่สั่นคลอนของเธอไม่ได้เด็ดขาด อีกอย่างบอสไม่ใช่คนที่เธอจะไปรู้สึกด้วยมากกว่านี้อีกแล้ว ไม่งั้นจะเป็นเธอเองที่ตัดใจลำบาก หลินที่ได้ยินเพื่อนยืนยันหนักแน่นแบบนั้นก็พยักหน้าแม้จะไม่เข้าใจเลยสักนิด “เออๆ ช่างเถอะ เอาที่แกต้องการนั่นแหละฉันไม่เข้าใจแกหรอก แล้วทำไมต้องนั่งทำท่ากอดเข่าเหงาหงอยแบบนี้ด้วยวะ” “ไม่รู้สิ สงสัยฉันคงเหนื่อยแหละ” เอวาตอบออกมาอย่างเอื่อยเฉื่อย ทำเอาหลินถอนหายใจแล้วเปลี่ยนเรื่องถาม “งั้นอาทิตย์จะไปอีกมั้ยล่ะ ฉันจะได้จองโต๊ะไว้เลย” “อืม ไปสิ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม