พ่อหนุ่มเสื้อขาว
เวลาย่างเข้าเที่ยงคืน ดึกดื่นเช่นนี้ควรเป็นเวลาหลับใหล ทว่ากลับไม่ใช่สำหรับกลุ่มเด็กมหาลัยที่รักในความสนุก
ท่ามกลางเสียงเพลงที่ดังสนั่น สาวสวยต่างสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นออกมาท่องราตรี และเต้นประชันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร
“บัวตอง แกมาเต้นเป็นเพื่อนฉันก่อนสิ”
เสียงยานคางของสาวชุดแดงชิ้นบางว่าพลางฉุดกระชากเพื่อนให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้ หลังจากที่เธอเพิ่งทิ้งตัวลงนั่งพลางยกเหล้าขึ้นกระดกได้ยังไม่ถึงนาที
“บอกกี่ครั้งแล้ว อย่าเรียกชื่อเต็ม!”
บัวตองวีนเสียงดังแข่งกับเสียงเพลง เพราะตอนนี้หูเริ่มอื้อได้ที่แล้ว
“อายทำไมวะ ชื่อเพราะจะตาย”
มินนี่ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หันมาพูดบ้าง แม้จะรู้มาตลอด ว่าที่บัวตองไม่ชอบชื่อนี้เพราะเธอรู้สึกว่ามันโบราณ เนื่องจากบัวตองเป็นคนเดียวในแก๊งที่มาจากต่างจังหวัด และรู้สึกว่าชื่อตัวเองไม่เข้าพวก เลยขอให้เพื่อนเรียกแค่ตองเฉย ๆ
“เพราะตรงไหน”
เธอเบ้หน้าพร้อมกับส่ายหัวอย่างต่อต้าน พลันยกมือขึ้นมากุมที่ขมับเพราะเริ่มเวียนหัวขึ้นมาแล้ว
“อะ ๆ ไม่บังคับแกเต้นแล้ว งั้นเรามาเล่นเกมกัน”
มายด์ทิ้งตัวที่กำลังยืนโซเซลงเก้าอี้ของตัวเอง ก่อนจะคว้าเหล้ามาเทใส่แก้ว และยังใจดีเผื่อแผ่เทใส่แก้วให้คนอื่นอีกด้วย
“โอ๊ยย พอแล้ว จะให้ฉันตับแข็งตายพรุ่งนี้เลยหรือไง”
มินนี่รีบกระชากแก้วเหล้าของตัวเอง แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะเหล้าถูกเทเข้าไปเพิ่มจนแก้วเธอขึ้นสีเข้มขึ้นมาเท่าตัว
“มาเล่นหมุนขวดกัน เหมือนสมัยที่เราเล่นกันตอนปีหนึ่ง ใครแพ้ต้องทำตามคำสั่ง”
มายด์ไม่สนใจเสียงโวยวาย ยังคงพูดถึงจุดประสงค์ของตัวเองต่อ
“ก็ได้ แต่ตาเดียวนะ ดึกมากแล้ว พรุ่งนี้มีเข้าเวรเช้าอีก”
บัวตองยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาจ่อดูใกล้ ๆ เพราะเริ่มตาลาย ก่อนจะเอ่ยบอกเพื่อนอย่างกังวล เพราะถึงแม้พวกเธอจะชอบเที่ยว แต่เรื่องการเรียนก็ไม่เคยขาดตกบกพร่อง ยิ่งตอนนี้อยู่ในเทอมสุดท้ายของพยาบาลฝึกงานแล้ว เธอยิ่งต้องเคร่งครัด บัวตองไม่เคยลืมสัญญาที่ให้ไว้กับแม่ ว่าจะเรียนให้จบ แล้วเป็นพยาบาลอย่างที่แม่เฝ้าฝันให้ได้
“เออ ๆ ตาเดียวก็ตาเดียว”
ว่าแล้วก็ยกขวดเปล่า ๆ ขึ้นมาวางบนโต๊ะ ก่อนจะเริ่มการเสี่ยงทายว่าใครจะดวงซวย
ทันทีที่ขวดเริ่มหมุน แม้จะเมาจนเดินไม่ตรงกันแล้ว แต่ทุกสายตายังคงจับจ้องไปที่ขวดบนโต๊ะไม่วาง
จนในที่สุด ปลายขวดสีใสก็ค่อย ๆ หยุดลงอย่างเชื่องช้าต่อหน้าบัวตองพอดิบพอดีราวกับจับวาง
“เอาอีกละ เกมนี้ทีไรแพ้ทุกที”
คนตัวเล็กในชุดเกาะอกสีดำเผยให้เห็นเนินเนื้อขนาดใหญ่กอดอกทำหน้าเซ็งขั้นสุด
“สั่งอะไรดีน้าา”
มินนี่ยกมือแตะที่ริมฝีปากตัวเองพลางทำหน้าครุ่นคิด ก่อนจะโพล่งออกมาเสียงดัง
“บิลวันนี้ แกจ่าย”
“โห!”
บัวตองตาโตขึ้นมาทันที แต่จะประท้วงก็คงทำไม่ได้ เพราะเธอเองก็เคยสั่งให้มินนี่จ่ายค่าเหล้าเหมือนกัน แถมตอนนั้นยังสั่งมาเยอะกว่านี้อีก ต่างแค่เพียงบัวตองไม่ใช่คนฟุ่มเฟือยเท่าเพื่อน เลยรู้สึกเสียดายที่ต้องจ่ายเงินเยอะไปกับความสนุก
“อะ ๆ ถือว่าเมตตา จ่ายมาแค่สองพันก็พอ”
บัวตองมองกับแกล้มและขวดเหล้าที่วางกองอยู่ คำนวณคร่าว ๆ ประมาณเกือบสามพัน อย่างน้อยก็ยังดีกว่าจ่ายเต็มอยู่หรอก
“เออ ๆ จ่ายก็จ่ายวะ”
ว่าแล้วก็ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าสีขาวสายโซ่ แล้วหยิบธนบัตรสีเทาออกมาสองใบวางลงบนโต๊ะ
“ว่าไงคะคุณมายด์ รีบบอกจะได้รีบกลับ หนักหัวฉิบหายเลยตอนนี้”
“ฉันขอสั่งให้... แกไปวันไนต์กับผู้ชายที่เดินเข้าประตูมาคนแรก”
“...”
บัวตองนิ่งงัน ไม่คิดว่าจะโดนเพื่อนเล่นแรงขนาดนี้ เพราะทุกคนก็น่าจะรู้ ว่าทั้งชีวิตของเธอนั้นเคยมีแฟนมาเพียงคนเดียว แต่นั่นมันตั้งแต่สมัยปีหนึ่งแล้ว
“จะบ้าเหรอ ฉันไม่กล้าหรอก”
“ไม่กล้าก็ต้องกล้า ทีแกยังเคยสั่งให้ฉันทำเลย”
“...”
บัวตองชะงักไปอีกครั้ง เพิ่งรู้ซึ้งถึงคำว่าเวรกรรมก็วันนี้ แต่มันเหมือนกันเสียที่ไหน เพราะใคร ๆ ก็รู้ว่ามายด์เป็นสาวล่าแต้มที่ควงผู้ชายไม่เคยซ้ำหน้า แต่กับบัวตอง เธอไม่ใช่แบบนั้น
“แกก็รู้ว่าฉันไม่เคย...”
“ต้องลอง ของแบบนี้มันเร้าใจจะตาย”
มายด์รีบยกนิ้วชี้ขึ้นมาทาบปิดปากบัวตองไว้
“เออ ก็จริงนะ ชีวิตแกอะโคตรจืดชืด ลองสักครั้งดิ รับรองว่าติดใจ”
มินนี่หันมากระซิบใกล้หู ท่าทางตื่นเต้นกว่าบัวตองที่โดนสั่งให้ไปทำเสียอีก
“ไม่เอาอะ แกเปลี่ยนคำสั่งเลย”
“ไม่เปลี่ยน เริ่มเลยแล้วกัน”
มายด์ว่าอย่างหนักแน่น ก่อนที่ทั้งสามจะหันไปจ้องที่หน้าประตู ในขณะนี้มีแต่คนเดินออก เพราะเป็นช่วงที่ผับใกล้ปิด คนที่เดินเข้ามาก็มีแต่ผู้หญิงหรือไม่ก็กระเทย ซึ่งไม่ขอนับเพราะถือว่ายากเกินไป
“นั่นไง ๆ มาแล้ว”
ชายเสื้อดำผมเซอร์สวมกางเกงยีนขาขาดอายุประมาณสี่สิบต้น ๆ เดินเข้ามาด้วยท่าทางเมากรึ่ม บัวตองเห็นแบบนี้ก็ทำหน้าเหยเกเหมือนจะร้องไห้ สาบานให้ตาย เธอจะไม่มีวันร่วมหลับนอนกับผู้ชายคนนี้เด็ดขาด
ทว่าจังหวะที่ใกล้จะถึงหน้าประตู เขากลับหยุดไปเสียดื้อ ๆ ก่อนจะก้มลงผูกเชือกรองเท้า จังหวะนี้เองก็มีชายอีกคนเดินตามหลังมาติด ๆ ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาปรากฏตัวขึ้น
บัวตองที่จ้องอยู่ถึงกับเปลี่ยนสีหน้าแทบไม่ทัน เพราะนอกจากเขาจะหล่อจนเด่นสะดุดตา ยังแต่งตัวดูดีมีสไตล์ มองตาเดียวก็รู้ว่าลูกคุณหนูผู้ดี
“แรงมากแม่! หล่อเหมือนลอยออกมาจากสวรรค์เลยว่ะ”
มายด์ตาค้าง ก่อนจะหันมาเขย่าบัวตองที่กำลังจ้องชายผู้มาใหม่ด้วยสายตาไม่ต่างกัน
“แกจะเอาไม่เอา ถ้าไม่เอาฉันเอานะ”
มินนี่รีบเสนอตัว เพราะกว่าจะเจอคนหล่อขนาดนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย ต่อให้ไม่ได้คบ แต่ขอได้ขึ้นสวรรค์สักคืนก็ยังดี
“ได้ไงล่ะ... คนนี้ของฉัน”
บัวตองหันไปคว้าแก้วเหล้าขึ้นกระดกเพื่อเรียกความกล้าให้ตัวเอง ก่อนจะลุกพรวดขึ้นอย่างรวดเร็ว เป้าหมายคือชายเสื้อขาวที่ฟ้าประทานมาให้