3. เพื่อนเก่า

1678 คำ
บรรยากาศในงานแต่งคึกคักอย่างมากผู้คนมากหน้าหลายตาจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะแวดวงธุรกิจ หรือ ภาครัฐก็ละลานตาเต็มไปหมด ในขณะที่พิธีการยังไม่เริ่ม ฉันจึงหันไปเอ่ยกับผอ.ขอปลีกตัวไปห้องน้ำสะหน่อยโดยอ้างว่าจะไปเติมเครื่องสำอาง ฉันเดินออกจากจากในงาน ก่อนจะเดินมายังห้องน้ำจริง ๆ นั่นแหละ แต่ไม่ได้มาเติมแป้งอะไร แต่กลับนั่งลงม้านั่งบริเวณนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงจากผู้คนที่แอดอัดต่างหาก ฉันจะเกลียดจริง ๆ กับสายตาของคนที่มองมาด้วยนัยน์ตาที่รู้ว่ากำลังตั้งคำถามว่าฉัน เป็นเลขาของผอ.จริงหรือเปล่า ชิ...อยากจะตะโกนอัดหน้าพวกเขาในเร็ววันเสียจริงว่า ฉันเนี่ยแหละบุตรบุญธรรมของท่าน แต่ก็นั่นแหละบ่นได้แค่ในใจเท่านั้นตอนนี้ “เฮ้อ...” ฉันถอนหายใจแรง ก่อนจะเงยหน้ามองไปตามโถงทางเดิน เจอเด็กน้อยสองคน เด็กชายตัวเล็กวิ่งยังไม่แข็งแรงเท่าไหร่เซไปเซมา กับ เด็กสาวที่ดูโตกว่าขึ้นมาหน่อยกำลังวิ่งตามเด็กชาย จู่ ๆ เด็กชายก็ดันล้มคะมำตรงหน้าฉันร้องไห้โฮ ก่อนที่เด็กหญิงที่วิ่งตามมาหยุดมองแล้วร้องไห้ตาม ให้ตายเถอะจังหวะนรกมาก ถ้าฉันไม่ทำอะไรมีหวังโดนคนที่เดินไปมามองว่าฉันเป็นคนทำให้เด็กร้องไห้แหง ๆ “หนูจ๊ะ เจ็บตรงไหนรึเปล่า ไม่ร้องนะคะ” ฉันลุกจากม้านั่งก่อนจะโน้มตัวเพื่อพยุงเด็กทั้งสองให้ลุกขึ้น จากนั้นพามานั่งตรงม้านั่งที่ฉันลุกมา กว่าจะปลอบให้เด็ก ๆ หยุดร้องก็ทำเอาฉันเสียพลังงานไปมากทีเดียว ‘ซิก..ซิก’ เสียงสะอื้นไห้ของเด็กน้อยทั้งสองยังพอให้ได้ยิน ฉันจึงหยิบลูกอมเม็ดเล็กให้คนล่ะเม็ดเพื่อเป็นการปลอบใจเด็ก ๆ จากนั้นสีหน้าของเด็กทั้งสองคนก็ฉายรอยยิ้มออกมาทันที “ว่าแต่ทำไมพวกหนูมาวิ่งเล่นกันสองคนล่ะจ๊ะ พ่อแม่หนูละ” “คุณพ่อคุณแม่ยุ่งอยู่ค่ะ” เด็กผู้หญิงที่โตกว่าตอบด้วยใบหน้ายิ้มแย้มทำให้ฉันรู้สึกยิ้มไปด้วยจนอดที่จะลูบศีรษะเด็กน้อยทั้งสองคนไม่ได้ “ซี...สกาย” เสียงของผู้หญิงคนหนึ่งตะโกนเรียกชื่อคนเสียงดังไม่ไกลนัก จนเด็ก ๆ ได้ยิน ก็ลุกขึ้นวิ่งไปหาผู้หญิงคนนั้นอย่างรวดรวดเร็ว ฉันมองเห็นเด็ก ๆ วิ่งไปกอดผู้หญิงคนนั้นดูท่าคงเป็นคุณแม่ของใครสักคนนั่นแหละ แต่แล้วเด็กหญิงก็ดึงมือแม่ของเธอให้เดินมาทางฉัน ‘แล้วฉันต้องทำตัวยังไงเนี่ย’ “คุณแม่คะ พี่สาวคนนี้ช่วยสกายที่ล้มด้วยค่ะ แถมให้ลูกอมพวกหนูด้วย” เสียงเล็กสดใสเอ่ยก็ผู้เป็นแม่ของเธอ ดวงหน้าสวยของเธอมองมาที่ฉันด้วยรอยยิ้ม ซึ่งฉันเองก็ส่งยิ้มตอบตามมารยาท “ขอบคุณมากนะคะ และต้องขอโทษที่เด็ก ๆ รบกวนคุณ” “ไม่เป็นไรค่ะ เด็ก ๆ น่ารักและก็มีมารยาทมาก ๆ เลยฉันไม่ถือสาหรอกค่ะ” จากนั้นพวกเราก็ได้ยินเสียงพิธีกรในงานประกาศดูเหมือนพิธีการจะเริ่มขึ้นแล้ว ฉันเองก็คงต้องรีบเข้าไปหา ผอ.แล้วสินะ แต่แม่ของเด็กคนนี้ก็เอ่ยกับฉันก่อน “คุณมางานแต่งนี้ด้วยใช่ไหมคะ งั้นเดินเข้าไปด้วยกันดีไหมคะ” “อะ...เอ่อยินดีค่ะ” ฉันยิ้มก่อนจะเดินตามเธอและเด็ก ๆ ไป เราเดินฝ่าฝูงคนเข้าไปด้านหน้า ซึ่งผอ.ของฉันก็อยู่ด้านหน้าเหมือนกัน และเมื่อฉันมาถึง ตำแหน่งที่ ผอ.อยู่สิ่งที่ทำให้ฉันตกใจคือ เจ้าบ่าวในงานแต่งวันนี้กับเพื่อนที่ยืนอยู่ด้วยกันทำเอาฉันสะดุ้งเบิกตาโพลง ชายคนหนึ่งในนั้นหันมาจ้องฉันตาโตก่อนจะเอ่ยชื่อที่ฉันไม่เคยใช้มานานแสนนาน “ปลายฝน??” เสียงทุ้มหล่อ สวมแว่นกรอบเงินมองมาที่ฉัน ทำเอาฉันกลืนน้ำลายไปหลายอึก เพราะไม่คิดไม่ฝันว่าจะกลับมาเจอเพื่อนเก่าที่นี่ “เอ็ดเวิร์ด...นายมาอยู่ที่นี่ได้ไง” เอ็ดเวิร์ดเดินฝ่าคนเข้ามาหาฉัน และนั่นก็ทำให้เจ้าบ่าวในงานหันมามองเช่นกันสายตาที่เจเดนเห็นฉันไม่ต่างจากเอ็ดเวิร์ดเลย แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะปลีกตัวเดินมาหาไม่ได้เพราะตอนนี้ พิธีการกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ‘เจ้าบ่าววันนี้คือ เจเดนเหรอเนี่ย ก็ว่าทำไมชื่อถึงคุ้นเคยนัก’ พอฉันเห็นทั้งเอ็ดเวิร์ดและเจเดนอยู่ในนี้ พานทำให้ฉันกรอกตาซ้ายขวาว่าจะมีอีกคนอยู่ที่นี่รึเปล่า ด้วยใบหน้าที่ไม่สู้ดีนักจนเอ็ดเวิร์ดคงคาดเดาได้ “ไอ้ตินไม่อยู่นี่หรอก ออกไปข้างนอกสักพักคงเข้ามา” “ไม่ได้สนใจซะหน่อยว่ามาตินจะอยู่ไม่อยู่” ฉันหันไปมองเอ็ดเวิร์ดแล้วตอบไปโต้ง ๆ ก่อนที่เอ็ดเวิร์ดจะคลายแขนจากการกอดอกลง “ที่ผ่านมาเป็นไงบ้างสบายดีไหม ปลาย” “อื้อ สบายดีนายก็เห็นอยู่ว่าฉันยังยืนอยู่ตรงนี้ แล้วนายละเอ็ดเวิร์ด” “สบายดี นี่เมียฉัน ฟ้าคราม ส่วนนี่ก็ลูกฉัน น้องซี” เอ็ดเวิร์ดดึงผู้หญิงคนเมื่อกี้ กับเด็กหญิงที่ฉันปลอบไปก่อนหน้า นั่นก็ทำให้ฉันเข้าใจอะไรหลาย ๆ อย่าง ‘เฮ้อไม่คิดเลยว่า พวกมันจะเป็นฝั่งเป็นฝากันหมดแล้ว เอ็ดเวิร์ดแต่งงานมีลูกแล้ว เจเดนก็กำลังจะแต่งงาน ดูท่ามาตินเองคงก็...นี่ฉันคิดอะไรอยู่เนี่ย’ ฉันส่ายหัวไปมาเพื่อสลัดความคิดก่อนจะฉายรอยยิ้มบนใบหน้าหันไปทักทายเมียของเอ็ดเวิร์ด “สวัสดีค่ะ ฉันปลายฝน อีกชื่อก็เรนนี่ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณฟ้าคราม ฉันเป็นเพื่อนเก่าของเอ็ดเวิร์ดค่ะ” ฉันพูดพลางทำหน้าพยักพเยิดไปทางเอ็ดเวิร์ด ก่อนที่เอ็ดเวิร์ดจะหันไปขยายความกับเมียของตัวเอง “ปลายฝนคือคนในแก็งผมสมัยเรียนมหาลัยน่ะฟ้า” “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” เมียของเอ็ดเวิร์ดยิ้มให้ฉัน “เช่นกันค่ะ” ฉันยิ้มให้อย่างเป็นมิตรจากนั้น เอ็ดเวิร์ดก็เริ่มคาดคั้นคำถามต่าง ๆ มากมายมาที่ฉัน ดูท่าวันนี้คงไม่ง่ายแล้วสินะ แต่การที่ต้องมาเจอเอ็ดเวิร์ดกับเจเดนที่นี่ ก็ยังดีกว่ามาตินละนะ ยังไงฉันก็ไม่ได้มีปัญหากับสองคนนี้ พวกเขาดูแลฉันดีในตอนนั้นจริง ๆ ฉันต่างหากที่ผิด ที่ทิ้งแก๊งไปดื้อ ๆ พวกเขาไม่เดินมาต่อยฉันก็นับว่าบุญแล้ว “ว่าแต่ ทำไมถึงมางานแต่งไอ้เจเดนได้” “ฉันมากับผอ.” “ผอ. หรือว่า...” “อืม ทำงานอยู่กับหน่วยงานเขาน่ะ” เอ็ดเวิร์ดมีท่าทีโล่งใจ “มินา...พวกเราถึงตามแกไม่ได้เลยที่แท้...” “อย่าเสียงดังเอ็ดเวิร์ด ฉันไม่ได้บอกใครเรื่องหน้าที่การงาน” ฉันเข้าไปกระซิบ ซึ่งเอ็ดเวิร์ดก็เข้าใจที่ฉันจะสื่อ “ว่าแต่ไหน ๆ ก็กลับมาเจอกันแล้ว ขอเบอร์ติดต่อหน่อย แกหายตัวไปทิ้งพวกเราไว้แบบนั้นไม่คิดจะขอโทษกันหน่อยรึไง” จู่ ๆ เอ็ดเวิร์ดก็ชวนเข้าดราม่า และยื่นมือถือของเขามาให้ฉัน เอาจริงฉันผิดเอง เพียงเพราะฉันทะเลาะกับมาติน แต่ฉันก็ดันหนีหายไปจากสารระบบไม่บอกกล่าวอะไรเอ็ดเวิร์ดกับเจเดนเลย ซึ่งฉันก็รู้ว่าพวกเขาตามหาฉันมาเสมอ แต่ฉันก็ใช้สิ่งที่ฉันเก่งกาจทางไซเบอร์ปกปิดร่องรอยของฉันมาตลอดล่ะนะ “เออขอโทษ ฉันผิดเอง ตอนนั้นฉันทำอะไรวู่วามไปจริง ๆ นั่นแหละ” ฉันรับมือถือมาจากนั้นก็เมมเบอร์ของตัวเองไป เพราะฉันไม่จำเป็นที่ต้องหนีอะไรอีกแล้วตอนนี้ ฉันปล่อยวาง มีหน้าที่การงาน และหัวใจที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่พอ “เบอร์นี้ เอาให้ไอ้ตินมันได้ไหม” “จะเจเดน มาติน ฉันก็ไม่ว่าอะไรหรอก ยังไงพวกนายก็เพื่อนฉันทั้งนั้น ถ้าพวกนายยังเห็นคนแย่ ๆ อย่างฉันเป็นเพื่อนนะ” “เหอะ ยังมีกะใจนึกว่าพวกเราเป็นเพื่อนรู้สึกดีว่ะ” “จะตอกย้ำฉันอีกนานไหม บอกว่าขอโทษแล้วไง แล้วนี่งานแต่งนี้ไม่ไปเป็นเพื่อนเจ้าบ่าวบนเวทีล่ะ” “ไม่ได้หรอก เจ้าสาวก็หลานฉัน” “เดี๋ยวนะ เจ้าสาวหลานแก หรือว่า...โรงแรมนี้คือ...” “ใช่ของพวกเราสามคนร่วมหุ้นกันเอง” ฉันที่ได้ฟังก็ตาเป็นประกาย ไม่คิดเลยว่าพวกเขาจะเติบโตมากขนาดนี้ “แล้วแก๊ง??” ฉันเลิกคิ้วสงสัย ยังไงตัวฉันเองก็เคยอยู่ในแก๊งกับพวกเขา ตอนนั้นมันก็ค่อยข้างมีอิทธิพลพอควรเพราะยังไงทั้งสามคนก็เป็นคนจากตระกูลดังในประเทศนั้นทั้งนั้น “ยังอยู่ดี เพียงแต่ตอนนี้ประเทศ A มีอะไรหลาย ๆ อย่างเปลี่ยนแปลงไม่เหมือนเดิมแล้วปลาย” “ไปในทางที่ดี ?” “ใช่...” เอ็ดเวิร์ดตอบไปตรง ๆ “ได้ยินแบบนี้ รู้สึกดีชะมัด” ฉันยิ้มให้เอ็ดเวิร์ด... การได้คุยกับเขาในวันนี้เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกจริง ๆ ยังไงซะ ตอนนั้นเราก็สนิทกันมาก ชนิดที่เรียกว่าฉันคือหญิงเดียวในแก๊งเลยล่ะ บนเวทีเริ่มพิธีการขึ้น เจ้าสาวคนสวยซึ่งเป็นหลานเอ็ดเวิร์ดจูงเด็กชายตัวน้อยที่ยังเดินไม่แข็งแรงอยู่เคียงข้างเธอ ‘นั่นมันเด็กคนนั้นนินา แสดงว่าเด็กชายคนนั้นที่ชื่อสกายคือลูกของเจเดนสินะ’
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม