“คุณณรงค์กรณ์ ฉันรบกวนปิดประตูห้องทำงานด้วยแล้วห้ามใคร เข้ามารบกวนเด็ดขาด"
“ครับ ท่าน” พูดจบเลขาหนุ่มหล่อก็จัดการทำตามคำสั่งของท่านประธานอย่างว่าง่ายก่อนจะส่งสายตาเห็นใจมาให้คุณชายเจคอบ
“ทีนี้ก็เล่ามาได้แล้วน้องแพรว” คนผ่านโลกมากกว่าสำรวจดูลูกสาวก่อนจะเหลือบสายตามองคนก่อเรื่องอีกคน
“น้องแพรว” ธนพลเริ่มเสียงเข้มเมื่อลูกสาวคนสวยของเขายังคงนั่งเงียบไม่พูดจา
“ไม่ค่ะ ถามไอ้นายเจคอบของคุณพ่อดูสิคะ” หญิงสาวโยนเผือกร้อน ไปให้เจคอบที่นั่งตัวแข็งอยู่อีกด้าน
“ว่ายังไงเจคอบลูกมีอะไรจะอธิบายไหม” คุณประธานภาวุฒิเอ่ยถามลูกชาย แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีใครยอมพูดอะไร
“ถ้าไม่ว่ายังไง ฉันจะถือว่าเธอล่วงเกินลูกสาวผมนะ แล้วเธอก็ต้องผิดชอบด้วย”ธนพลนึกขอบคุณที่เข้ามาเห็นเหตุการณ์ทำให้นางสบโอกาสรัดรวมตัดตอนงานแต่งเสียที
“ผมยินดีรับผิดชอบด้วยการให้คุณลุงและคุณพ่อกล่าวมาได้เลยครับ ยกเว้นเรื่องเดียว คือการแต่งงานครับ ผมไม่สามารถแต่งกับแพรวพราวได้ครับ"
"หนูก็ไม่แต่งคะ เอามีดมาแทงกันให้ตายตรงนี้เลยซะยังจะดีกว่า"
"ตามใจๆ อยากทำอะไรก็ทำเถอะ แล้วก็นะเจคอบพ่อให้แกมาทำงานไม่ได้ให้มาทำอย่างอื่น ถึงคราวนี้จะไม่ร้ายแรงกว่าที่คิดเอาไว้แต่ ครั้งหน้าอย่าให้มีอีกเพราะไม่อย่างนั้นฉันจะจับเธอสองคนผูกติดกันไว้ด้วยทะเบียนสมรส” คุณชายภาวุฒิเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะจากไปกับคุณชายธนพลทำให้สองหนุ่มสาวหันมองหน้ากันด้วยสายตาชิงชังก่อนจะเบือนหน้าหนีไปคนละทาง
โรงแรมหรูที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดในประเทศไทย
เจคอบ
วันนี้ผมยุ่งทั้งวันไม่ได้ไปไหนเลยผม มั่วแต่ยุ่งกับการจัดการงานแฟชั่นโชว์ของบริษัทผม BK GROUP แบรนด์แฟชั่นชั้นนำหลายแห่งในประเทศไทยมักจะจัดแฟชั่นโชว์ของตัวเองเพื่อเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ๆ หรือเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษต่างๆ ซึ่งบริษัทผมก็เป็นหนึ่งในนั้น
งานนี้รวบรวมดีไซเนอร์ชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศมาจัดแสดงผลงาน ซึ่งคุณหญิงประภัสสรแม่ผมได้จัดการทางด้านอาหารเครื่องดื่มเพื่อรองรับแขก ส่วนพ่อผมคุณภาวุฒิก็อยู่ตอนรับทางด้านดีไซน์เนอร์ทางต่างประเทศ และผู้ถือหุ้นและผู้ร่วมลงทุนในครั้งนี้และแน่นอนต้องมีบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่มาร่วมด้วยนั้นคือครอบครัวแพรวพราว ผมที่ตรวจความเรียบร้อยก่อนที่งานจะเริ่มพรุ่งนี้ให้แน่ใจว่าจะไม่มีปัญหาอะไร
"คุณวนิดา"
"ค่ะ"
"ทางด้านเสื้อผ้าเป็นยังไงบ้างครับ"
"เรียบร้อยดีค่ะ"
"นางแบบละ"
"คุณมิวกำลังซ่อมเดินค่ะ จะเหลือแค่.."
"แค่อะไรครับ?"
"แค่คุณยาหยีค่ะ ที่ไม่มาฝึกซ่อมค่ะ"
"นางแบบที่ใส่ชุดฟินาเล่สินะ"
"ค่ะ"
"เดี๋ยวผมจัดการให้"
หลังจากที่ผมคุยกับฝ่ายการจัดการเสร็จผมก็เดินดูรอบๆกำลังจะกดโทรศัพท์โทรหานางแบบชื่อดังในช่วงนี้ยาหยี ทันใดนั้นก็มีมือน้อยๆมาสะกิดที่ไหล่ผม ผมหันไปด้วยความสงสัยก่อนที่ผมจะยิ้มกว้างออกมา
"มิ้นท์"
"กำลังทำอะไรคะ?"
"กำลังจะโทรตามนางแบบมาฝึกซ้อมครับ'
"อ๋อคุณยาหยีอยู่นั่นหรอ?"
"ใช่ครับ แล้วนี่มิ้นท์กำลังพักหรอ"
"ใช่แล้ว! พอดีเดินมาจะเข้าห้องน้ำเลยหันมาเจอเจคอบยืนอยู่"
"เหนื่อยไหม"
"นิดหน่อยค่ะ"
"ขอบคุณนะที่มาเดินแบบให้ผมดีใจมากเลยที่มาเป็นนางแบบให้"
"ก็กว่าพ่อคุณจะยอมให้เดินน่ะนะ"
"โถ่! สุดท้ายแล้วพ่อก็ยอมอยู่ดี"
"หมดเวลาพักแล้วงั้นเดี๋ยวมิ้นไปซ้อมเดินก่อนนะ"
"ครับแล้วเจอกันนะ"
"ค่ะ"
หลังจากที่ผมคุยกับมิ้นท์เสร็จผมก็หยิบโทรศัพท์เพื่อติดต่อหาผู้จัดการของยาหยีทันที
"ฮัลโหลครับ"
(ค่ะคุณเจครับ)
"วันนี้คุณยาหยีไม่มาซ้อมนะครับซึ่งพรุ่งนี้ก็จะเดินแล้วผมกลัวว่าจะมีปัญหาอะไรหรือติดปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ"
(พอดีว่ายาหยีท้องเสียนะค่ะแต่ว่าพรุ่งนี้จะไม่มีปัญหาอะไรค่ะ)
"ผมก็หวังว่าอย่างนั้นนะครับช่วยดูแลน้องยาหยีดีๆด้วยนะครับ"
(ค่าขอบคุณค่ะ)
ผมมาลองคิดๆดูแล้วการที่คุณยาหยีไม่มาซ้อมเดินอาจจะเป็นเพราะผมปฏิเสธเธอเมื่อคืนก็เป็นได้ ขออย่างเดียวตอนนี้และเป็นห่วงอย่างเดียวคือขอให้งานนี้ลุล่วงไปด้วยดีเถอะ เพราะมันเป็นงานที่ใหญ่และพวกผู้ใหญ่ก็มาเยอะพ่อก็คงจะคาดหวังกับงานนี้ไม่ใช่น้อยเหมือนกัน
คลับชื่อดังแห่งหนึ่ง
"ไงมึง"
"อ้าว! ไอ้พจน์"
"โห้ คุณชายเจคอบหน้านิ้วคิ้วขมวดเชียว"
"ก็นางแบบที่จะใส่ชุดฟินาเล่ติดปัญหานี่ดิ"
"นางแบบที่ว่าไอ้คนที่ไปอ่อยมึงเมื่อคืนน่ะหรอ?"
"เออ ใช่"
"มึงก็ไม่เล่นให้มันจบๆเลยนะจะได้ไม่มีปัญหา"
"มึงก็รู้ว่านางแบบที่ชื่อยาหยีนั้นน่าจะไม่ยอมปล่อยกูไปง่ายๆหรอกถ้ากูทำอย่างว่ากับเธอจริงๆ"
"ฮ่าๆๆเออมึงใจเย็นๆก่อนอาจไม่มีอะไรก็ได้ แล้วนี่โรงแรมพ่อกูเป็นไงบ้างวะ"
"โคตรจะ perfect เลยแหละโคตรดี"
"เออ เห็นมึงสบายใจแบบนี้กูก็ดีใจตามสบายเลยนะมึงคิดว่าเป็นโรงแรมมึงเลยก็ได้"
"มันแน่นอนอยู่แล้วฮ่าๆๆ"
"ว่าแต่คืนนี้มึงจะไปตี้ก่อนไหมวะคลายเครียดนิดหน่อยไม่เอาถึงเมา"
"เออก็ดีนะชวนพวกนั้นไปด้วยนะเผื่อได้หาอะไรๆสนุกแก้เหงาก่อน"
"ก็น้องยาหยีมึงไง"
"ไอ้บ้าไม่เอาว่ะ"
"เป็นไปได้ที่แกไม่เอาผู้หญิงที่เข้าหาแก"
"เออหรืออาจจะไม่แน่ว่ะ"
ผมพูดคุยกับไอ้พจน์ไปไปจนพ่อของไอ้พจน์เรียกตัวไอ้พจน์ไปผมจึงขับรถกลับคอนโดเพราะตอนนี้เป็นเวลา จะ 20:00 น แล้วผมเตรียมตัวที่จะไปสังสรรค์กับเพื่อน
คลับชื่อดังแห่งหนึ่ง
ตอนนี้เป็นเวลา 4 ทุ่มผมมาถึงคลับที่ประจำของพวกผมวันนี้ที่มาช้าก็เพราะว่าต้องได้คุยกับมิ้นก่อนก็กว่าจะวางก็ปากเข้า 20:30 น ไหนจะอาบน้ำอีกในจะรถติดอีกมาถึงนี่ก็ 4 ทุ่มพอดีผมเดินเข้าไปในคลับและตรงไปยังโต๊ะประจำของพวกเราและแน่นอนว่าปกติมันก็ต้องเป็นห้อง VIP แต่เผอิญว่าพวกผมอยากจะมีอะไรสนุกๆไว้ทำด้วยนั่นเอง
"เฮ้ย! วันนี้มาช้าจังวะ"เสียงไอ้ธรถามผม
"คุยกับแฟนกูอยู่"ผมตอบด้วยเสียงหวน
"โอ๊ย! พ่อคนมีแฟน"เสียงไอ้พจน์แซวผม
ผมได้แต่ยิ้มร่าไม่ตอบเพื่อนผมไปผมนั่งดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าก่อนที่ไอ้ชนจะเอ่ยขึ้น
"มึง กูว่ากูเจอของดีว่ะ" มันพูดจบก็พยักหน้าไปทางตรงหน้า
"เชี้ย "โคตรสวย สวยมาก "เสียงไอ้เจมส์เสริม
"กูว่านางฟ้าชัดๆ "ไอ้ธรพูดขึ้น
ผมหันไปตามที่เพื่อนผมมอง ผมเห็นผู้หญิงในชุดเดรสสายเดี่ยวที่สั้นและข้างหลังโชว์ผิวสีขาวเนียนสีดำและร้องเท้าส้นเข็มสีแดง ผมสีแดงถูกเกล้าขึ้นจนเห็นคอระหงใบหน้าถูกแต่งเติมด้วยเครื่องสำอาง เธอกำลังโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามแสงสีและเสียงเพลง เธอสวยจนสะกดทุกสายตาให้มองมาที่เธอ แม้กระทั่งตัวผมเอง คนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน.. แพรวพราว นั้นเอง