เจคอบย่างสามขุมเข้ามาใกล้ร่างบางสวยมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่ หญิงสาวก็เดินถอยไปชิดกับผนังห้องมากยิ่งขึ้นจนแผ่นหลังเนียนขาวชนเข้ากับกำแพง ในหัวใจดวงน้อยนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แม้ว่าที่อเมริกาเธอจะเป็นสาวสังคมตัวแม่ แต่ก็ไม่เคยผ่านประสบการณ์เรื่องพรรค์นี้สักครั้ง แต่ด้วยความหยิ่งทะนงตนทำให้ใบหน้าหวานไม่แสดงสีหน้าที่บ่งบอกว่าหวาดกลัวให้ เขาได้เห็นตรงกันข้ามสาวสวยกลับเชิดหน้าขึ้นอย่างมั่นใจพร้อมทั้งส่งสายตาหวานชวนฝันมายั่วยวนฝ่ายตรงข้ามเป็นการข่มขวัญอีกด้วย
“นายนะคิดจะทำอะไรฉันอย่างนั้นหรอ” มือบางคว้าเอาเนคไทสีสุภาพ ของชายหนุ่มไว้ในมือพลางเขี่ยมันเล่นไปมา
“แล้วคุณอยากจะให้ผมทำอะไร” เสียงทุ้มแหบพร่าเมื่อได้กลิ่นน้ำหอม ที่หอมหวานราวกับอยู่ในทุ่งดอกไม้ที่มีสายลมพัดผ่าน เจคอบรู้ดีว่าผู้หญิงตรงหน้าเขาตอนนี้สวยและน่าหลงใหลขนาดไหน เพราะตั้งแต่เธอเดินเข้ามาก็สะกดทุกสายตาได้อย่างง่ายดายไม่เว้นแม้กระทั่งเขา แต่ไม่คิดเลยว่าตัวเองจะต้องมนต์สาวน้อยจอมวีนคนนี้เอาง่ายๆ
“มันก็ขึ้นอยู่กับว่านายอยากทำอะไรมากกว่า” เสียงหวานเอ่ยเชิญชวน จนคนฟังลุ่มหลงแต่หนุ่มรูปหล่อก็ต้องขนลุกซู่ไปทั้งตัวเมื่อนิ้วเรียวสวยของแพรวพราวกรีดลงไปตามแผงอกกว้างราวกับว่าเธอผ่านเรื่องราวอย่างนี้มานักต่อนักแล้ว
ใบหน้าหล่อเหลาแทบจะต้องเบือนหน้าหนีเพราะความรัญจวนที่เธอกำลังตีรวนเขาอยู่ตอนนี้ เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าเกิดไฟในกายเขาที่มันพลุ่งพล่านอยู่ตอนนี้เกิดประทุขึ้นมาจนถึงขั้นขีดสุดมันจะจบลงยังไง
ส่วนหญิงสาวอย่างแพรวพราวเองก็ใจสั่นหวั่นไหวไม่น้อย เธอไม่คิดเลยว่าการสวมบทเป็นนางแมวป่าเจนจัดเรื่องบนเตียงมันจะยากเย็นขนาดนี้ เพราะประสบการณ์ที่ไม่เคยได้ลิ้มลอง ท่าทางกิริยาทั้งหมดที่เธอทำอยู่นี้ก็จดจำมาจากละครทั้งนั้น แต่ในความยากนั้นมันกลับทำให้เธอยิ่งสนุกเมื่อเห็นอีกฝ่าย กำลังต้องมนตร์สะกดจอมปลอมของตัวเอง
“ไหนๆ เราก็ต้องแต่งงานกันแล้ว นายไม่คิดอยากจะทำความรู้จักกับฉันหน่อยหรอ” ร่างบางจงใจแนบสนิทตัวเองเข้ากับร่างกำยำเพื่อให้สติของอีกฝ่ายกระเจิดกระเจิงและมันก็ได้ผล เมื่อตบะที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดของเจคอบขาดสะบั้นลง
ร่างสูงกว่าเริ่มให้มือไม้ที่ซุกซนไต่ลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่าอย่างวาบหวามจนสาวน้อยหัดยั่วก็ขนลุกชันไม่น้อย เธอไม่เคยได้สัมผัสกับความรู้สึกแบบนี้มาก่อน แต่กระนั้นความไร้เดียงสาของเจ้าหล่อนก็ยังถูกกลบจนมิด ด้วยสีหน้าและแววตาเชิญชวนจนชายหนุ่มเองตกลงตอบรับคำเชิญนั้นอย่างไม่เกี่ยงงอน
“อ๊ะอา...ไม่ใจร้อนสิ เรื่องอย่างนี้มันต้องค่อยๆ เรายังมีเวลาอีกนาน" นิ้วเรียวแตะที่ริมฝีปากหยักเป็นการห้ามปราม เมื่อใบหน้าหล่อคมเข้มตามแบบ ผู้ชายไทยโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนๆ ของเขาเป่ารดลงบนใบหน้าเคลือบเครื่องสำอางจัดจ้านของเธอ
“แต่ว่าถ้าไม่เริ่มตอนนี้มันก็จะเสียเวลาไปมากกว่านี้สิครับ คุณหนูแพรวพราว” เสียงทุ้มครวญเสียงพร่า เพราะตอนนี้เขาแทบควบคุมสติไม่ได้แล้วเพราะ มือหนาที่ได้ลงบนผิวเนียนนุ่มของแพรวพราวมันทำให้เขาแทบคลั่ง
“อื้อ...ใจเย็นๆ ก่อนเราค่อยๆ ทำความรู้จักกันทีละนิด...ดีกว่า” ใบหน้าหวานเป็นฝ่ายรุกเข้าหาคนมากประสบการณ์บ้าง
“ทีละนิด...นิดของคุณกับของผมเท่ากันหรือเปล่านะ” นัยน์ตาที่แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการบางอย่างจากเธอ ทำให้สาวน้อยตัดสินใจออกแรงทั้งหมดผลักร่างหนาออกไปจนเซถลา ทำให้คนที่กำลังเคลิ้มอย่างเขาตกอยู่ในอาการงุนงงทันที
“ผลักผมทำไม” คู่หมั้นรูปหล่อเลิกคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ
“ก็ไม่มีอะไร แต่ไม่มีอารมณ์จะต่อ” สาวน้อยเชิดหน้าขึ้นอย่างผยองจนอีกฝ่ายขบกรามจนเป็นสันนูน
“แต่คุณทำให้ผม... "เจคอบได้แต่เงียบเพราะกระดากอายที่จะพูดออกมา
“คุณทำไมหรอ” สาวน้อยที่รู้ดีอยู่แล้วว่าทำไม่ได้แต่หยั่งเชิงถามอย่างยียวน
“ก็คุณทำผมตบะแตกไปแล้วนะ จะไม่รับผิดชอบหน่อยหรอ” เจคอบเป็นฝ่ายถามอย่างโกรธเคือง
“แล้วทำไมฉันต้องรับผิดชอบ นายต่างหากที่ต้องรับผิดชอบที่ลวนลาม ฉันด้วยการไปยกเลิกงานแต่งนี้ไปซะ” เรียวปากสีแดงสดตะเพิดสั่งชายหนุ่มด้วยท่าทางเกรี้ยวกราดพร้อมกับรอยยิ้มเย้ยหยันที่สามารถทำให้อีกฝ่าย พ่ายแพ้อย่างไม่มีทางเลือก
“ไม่มีทาง!” ชายคู่หมั้นปราดเข้ามาคว้าแขนเรียวเล็กเอาไว้ ก่อนจะออกแรงบีบลงไปบนท่อนแขนเล็กนั้นอย่างไม่เบามือ จนคนถูกกระทำหน้านิ่วเพราะความเจ็บ
“ปล่อยฉันนะ นายมีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องตัวฉัน ” สาวน้อยผู้ไม่แสดงที่ท่าของความหวาดกลัวให้เขาได้เห็นสบสายตาวาวโรจน์ของเจคอบ ด้วยความขุ่นเคืองไม่ต่างกัน เพราะตั้งแต่เล็กจนโตไม่เคยมีใครแตะต้องเธออย่างที่เขาทำแม้แต่คนเดียว
เมื่อคำปรามาสแล่นเข้าโสตประสาทคนรักศักดิ์ศรีก็ทำให้สายตา คมกริบเหยียดมองอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจนถึงปลายเท้าเช่นกันทำให้ดวงตากลมโต วาวโรจน์มากขึ้นอีก
“กล้าดียังไงมามองฉันแบบนี้ ฉันเป็นผู้หญิงก็ต้องเคารพฉันสิ"
“ทำไมผมจะต้องลดตัวลงไปเคารพคุณด้วย” ชายหนุ่มลูบปลายคางมนอย่างยียวน
“ไอ้บ้า ไอ้คนไม่มีสัมมาคารวะ” เสียงแหลมกรีดร้องลั่นห้องอย่างขัดใจ แต่คนตัวโตก็ไม่ได้ยี่หระกับท่าทางเต้นเร่าๆ เหมือนผีเข้าของหญิงสาวแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามเขากลับยืนแสยะยิ้มเย้ยเธออย่างสมเพช
เมื่อยืนกรีดร้องเพียงอย่างเดียวไม่อาจทำให้เขาสะทกสะท้านได้ มือบางจึงรัวกำปั้นเล็กลงบนท่อนแขนอย่างไม่ยั้งมือ ก่อนจะคว้าเอาหมอนอิงที่วางเรียงสวยอยู่บนโซฟารับรองขว้างปาใส่อีกฝ่ายอย่างดุเดือด
“คุณแพรวพราวขอโทษผมเดี๋ยวนี้นะ คุณไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนี้” เสียงเหี้ยมเกรียมของเจคอบสั่งคู่หมั้นคู่หมาย
“ไม่มีวันซะหรอก” สาวน้อยเย้ยด้วยใบหน้าอวดดี
“ผมบอกให้คุณขอโทษผม...เดี๋ยวนี้!” ร่างสูงของเขาประชิดตัวสาวน้อยก่อนจะจับไหล่มนเขย่าจนหัวสั่นหัวคลอน
“ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ขอโทษนายหรอก"
“ผมบอกให้ขอโทษผมเดี๋ยวนี้” นัยน์ตาดุดันของเจคอบจ้องมองลึก เข้าไปในดวงตากลมโตที่เย่อหยิ่งนั้นอย่างเอาเรื่อง