ตอนที่ 2 หวั่นไหวกับน้ำตา

1787 คำ
จากนั้นไม่นานทั้งสองก็เดินมาถึงห้องที่เขียนไว้ว่า 'คลินิกศัลยกรรมกระดูกและข้อ' เมื่อเปิดเข้าไปก็พบกับคุณหมอคนหนึ่งที่กำลังนั่งตรวจแผ่นเอกซเรย์อยู่ แม้ว่าตอนนี้จะเป็นเวลาเกือบห้าทุ่มแล้วก็ตาม "สวัสดีค่ะคุณหมอ" หญิงสาวทักทายหมอวัยกลางคนออกไปด้วยรอยยิ้ม และยกมือไหว้อย่างมีมารยาท 'หึ... ทักทายแบบดี ๆ ก็ทำเป็นนิ ทีกับเรานะ อย่างกับจะกินหัว' ธีร์ที่ไปนั่งลงที่เก้าอี้ตัวห่างออกไปเล็กน้อย มองเธอแล้วคิดในใจ "สวัสดีครับ ผมหมอเอกภพครับ" หมอเอกภพถามขึ้นมาอย่างใส่ใจและดูอบอุ่น "คือฉันจะสอบถามเคสของคุณพ่อไอศูรย์กับคุณแม่ดารินค่ะ ว่าแต่... คุณหมอคนนี้จำเป็นต้องอยู่ฟังด้วยเหรอคะ" ไอรินตอบกลับหมอเอกภพอย่างอ่อนน้อม ก่อนจะสะบัดเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อยเมื่อพูดถึงหมออีกคน "เอ่อ..." หมอเอกภพถึงกับพูดไม่ออก เมื่อเห็นท่าทางของหญิงสาวตรงหน้า ที่บ่งบอกว่าไม่พอใจหมอธีร์อย่างชัดเจน "พอดีผมเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลแห่งนี้และเป็นหมอที่รับเคสฉุกเฉินของคุณพ่อคุณแม่คุณ ผมจึงมีสิทธิ์ที่จะอยู่ฟังด้วย แล้วคุณมีปัญหาอะไรเหรอ" ธีร์ที่นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทางสบายพูดขึ้นมา "ฮะ!!! คุณนี่นะ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ไม่น่าเชื่อ" ไอรินได้แต่อ้าปากค้าง และถามกลับไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพราะไม่คิดว่าหมอตรงหน้าที่ดูหน้าตาร้าย ๆ จะเป็นถึงผู้อำนวยการของโรงพยาบาลนี้ ธีร์ที่ถูกถามอย่างนั้น ก็มองกลับอย่างไม่พอใจเหมือนกัน ก่อนจะตอบว่า... "ไม่เชื่อคุณก็ลองค้นหาประวัติของผมได้นะ ส่วนเรื่องอาการของพ่อแม่คุณก็อย่างที่ผมบอกไป คุณแม่ของคุณก็แค่ฟกช้ำ แต่ต้องนอนรอดูอาการให้แน่ใจก่อน ว่าไม่มีอะไรผิดปกติจริง ๆ ส่วนคุณพ่อคุณขาหักสองท่อนและรอให้หมอเอกคนนี้ ที่เป็นหมอกระดูกทำการรักษาก่อน ใช่มั้ยครับพี่หมอเอก" "ใช่ครับ ตามที่หมอธีร์บอกเลย แล้วคืนนี้ผมทำการเข้าเฝือกให้คุณพ่อคุณเรียบร้อยแล้วครับ นอนพักดูอาการที่โรงพยาบาลสักวันสองวันก็กลับบ้านได้ แต่ช่วงนี้ต้องงดลงน้ำหนักที่ขาขวาก่อนนะครับ" หมอเอกภพตอบกลับไปทันที และเริ่มสังเกตคนสองคนตรงหน้าอย่างสงสัย เพราะปกติหมอธีร์ไม่ใช่คนที่จะมาสนใจญาติของคนไข้ขนาดนี้ "แล้วฉันจะเยี่ยมคุณพ่อคุณแม่ได้เมื่อไรคะ" หญิงสาวถามหมอเอกภพขึ้นมาอีกครั้ง "ยังเยี่ยมไม่ได้ เพราะผมต้องการให้คนไข้ของผมพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อทำ MRI ในวันพรุ่งนี้ วันนี้คุณกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนเถอะ พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่" เป็นหมอธีร์ที่ตอบกลับมา โดยที่ไม่ให้หมอเอกภพมีเวลาอ้าปากตอบเลย "แต่ฉันเป็นห่วงพวกท่านนี่คะ ถ้าไม่ได้เห็นว่าพวกท่านปลอดภัยจริง ๆ ฉันคงนอนไม่หลับแน่ ให้ฉันเห็นพวกท่านสักหน่อยเถอะนะคะ นะคะ หมอธีร์" หญิงสาวหันกลับไปทางหมอธีร์แล้วพูดขึ้นอย่างออดอ้อนโดยไม่รู้ตัว แถมยังยกมือขึ้นไหว้ขอร้อง และทำตาปริบ ๆ ใส่เขาอีก 'นั่นไหว้หรือเขย่าเซียมซีน่ะแม่คุณ' หมอธีร์เห็นก็คิดในใจและทำท่าถอนหายใจเหมือนเบื่อหน่ายอีกคน ก่อนจะพูดขึ้น "ไม่ได้หรอก นี่มันดึกมากแล้วนะ จะเป็นการรบกวนการพักผ่อนของคนไข้" "อึก~ นะคะคุณหมอ ให้ฉันได้เยี่ยมคุณพ่อคุณแม่นะคะ ฮือ ๆ" คราวนี้ไอรินร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายและขอร้องเขาอีกครั้ง ธีร์ที่เห็นคนร้องไห้มาเยอะ แต่กับหญิงสาวตรงหน้าเขารู้สึกอยากเข้าไปปลอบ แต่ด้วยหน้าที่เขาจึงพยายามนั่งนิ่ง ๆ แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว "ก็ได้ แต่ให้ดูเฉย ๆ นะ ห้ามรบกวนคนไข้ของผม" พูดจบเขาก็ลุกเดินออกไปจากห้องหมอเอกภพ โดยมีไอรินวิ่งตามไปด้วย "นี่มันต้องมีอะไรในกอไผ่แน่ ๆ หมอธีร์ผู้เย็นชามาดูแลสาวน้อยขนาดนี้ อย่าบอกนะว่าคุณหมอตัวร้ายจะมีแฟนแล้ว" หมอเอกมองตามทั้งคู่แล้วพูดออกมายิ้ม ๆ ห้องพักฉุกเฉิน... ธีร์พาไอรินกลับมาที่ห้องพักฉุกเฉินที่ไอศูรย์และดารินนอนหลับอยู่ โดยไอรินได้แต่มองพ่อแม่ผ่านกระจก และร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ จนเวลาผ่านไปห้านาที หมอหนุ่มก็เรียกเธอเบา ๆ "คุณ พอได้แล้ว กลับบ้านไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่ ผมก็จะกลับเหมือนกัน" ธีร์เข้าไปใกล้ ๆ แล้วกระซิบเบา ๆ เพราะนี่ก็ดึกมากแล้ว "อึก~ คุณจะกลับก็กลับไปสิ เกี่ยวอะไรกับฉันด้วย" ไอรินกลั้นสะอื้นแล้วตอบกลับมา "เกี่ยวสิ เพราะนี่มันห้องทำงานผม แล้วถ้าคุณไม่พักผ่อนแล้วล้มป่วยอีกคน ใครจะดูแลพ่อแม่คุณ อย่าทำตัวเป็นเด็กไร้เหตุผลหน่อยเลย" ธีร์ตอบกลับไปตามสไตล์ของเขา คือ ตรง แรง และเด็ดขาด "กลับก็ได้ บ่นเป็นตาแก่อยู่ได้" ไอรินคิดตาม แล้วลุกขึ้นมาบ่นเบา ๆ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องพักแพทย์ที่สามารถมองเห็นห้องพักฉุกเฉินได้ "เฮ้อ~ เด็กเอาแต่ใจจริง ๆ" ธีร์บ่นเบา ๆ แต่ก็ตามออกมาดูว่าเธอกลับยังไง พอเห็นว่ามีรถคันหรูมารับและเธอขึ้นไปนั่งที่เบาะด้านหลังเขาก็โล่งใจ ก่อนจะเดินกลับไปที่รถตัวเองแล้วขับออกไปบ้าง สวัสดีครับผมธีร์ เตชะดำรง อายุยี่สิบแปดปี ตอนนี้ผมเป็นหมอมาได้สามปีแล้ว กำลังจะเรียนต่อเฉพาะทางด้านหัวใจ เหมือนคุณพ่อคุณแม่ของผม ครอบครัวเราเป็นหมอกันทั้งบ้าน แล้วโรงพยาบาล AA Hospital แห่งนี้ก็เป็นของครอบครัวผม ตอนนี้ผมเป็นหมอรักษาโรคทั่วไป ควบคู่กับบริหารโรงพยาบาลในฐานะผู้อำนวยการไปด้วย วัน ๆ ผมต้องตรวจเอกสารต่าง ๆ มากมาย และถ้าหมอขาด ก็ต้องลงมารับเคสฉุกเฉินด้วยตัวเอง ซึ่งวันนี้ก็เป็นอีกวันที่หมอขาดในช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ทำให้ผมต้องลงมารับเคสของสองสามีภรรยาที่ถูกส่งตัวมาด้วยอุบัติเหตุ และได้เจอกับคนสวยปากร้ายอย่าง... ไอริน จังหวะที่ธีร์กำลังขับรถกลับเพนต์เฮาส์ที่อยู่ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมากนัก ก็มีเสียงโทรศัพท์ในรถดังขึ้น เขายกยิ้มทีหนึ่งอย่างโล่งใจ ที่ไม่ใช่สายจากโรงพยาบาลที่มักจะโทรหาเขาในช่วงดึกเป็นประจำ "ว่ายังไงวะ ไอ้เจตน์" ธีร์ทักเพื่อนออกไป ตาก็มองไปที่ถนนด้วย "คืนนี้ว่างปะวะ มาที่ร้านหน่อยดิ คุณหมอสุดหล่อ" เจตน์ตอบกลับมาด้วยเสียงที่คล้ายตะโกน "เออ... ยังดีที่จำได้ว่ากูเป็นหมอ จะได้ไม่ชวนกูไปกินแต่เหล้า มึงรู้มั้ยว่าทำภาพพจน์กูเสียหายมากขนาดไหน" ธีร์ตอบกลับไปยิ้ม ๆ เพื่อนคนนี้เปิดร้านอาหารกึ่งผับ จึงได้โทรมาชวนเขาบ่อย ๆ "ภาพพจน์คุณหมอผู้หล่อเหลาและเคร่งขรึมน่ะเหรอ ฮ่า ๆ มันก็แค่ภาพลวงตาปะวะ ได้ข่าวว่าโรงพยาบาลมีสาว ๆ ไปรักษาไม่เว้นวันเลยเหรอวะ นี่ไงคือเหตุผลที่กูชวนมึงมาที่ร้าน เพราะสาว ๆ มาที่นี่ก็ถามหาแต่คุณธีร์ ๆ กูล่ะเบื่อจะตอบ" เจตน์แซวกลับมา "กูก็อยากไปนะ แต่วันนี้เหนื่อยมากเลยว่ะ แล้วพรุ่งนี้มีเคสเช้าอีก เอาไว้วันหลังแล้วกัน" ธีร์ตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเหนื่อย ๆ อย่างไม่ปิดบัง "เคสเช้าอะไรวะ ปกติมึงรับเฉพาะเคสฉุกเฉินแล้วส่งต่อให้แพทย์เฉพาะทางไม่ใช่เหรอวะ หรือว่าเคสนี้พิเศษ" เจตน์ถามกลับมาอย่างสงสัย เพราะปกติเพื่อนเขาคนนี้ไม่ได้รับรักษาทั่วไป ทำเพียงรับเคสฉุกเฉินแล้วส่งต่อให้แพทย์เฉพาะทางเท่านั้น ธีร์อึ้งไปเล็กน้อยเมื่อคิดตามคำพูดของเพื่อน เพราะปกติเขาก็ทำแบบนั้นจริง ๆ เพราะเขายุ่งกับงานเอกสารด้วย ถ้าจะให้มารับเคสยาว ๆ คงไม่ไหว "เฮ้ย!!! ยังอยู่ปะเนี่ย ทำไมเงียบไป" เจตน์ถามขึ้นอีกครั้ง "เออ... ก็เคสพิเศษนั่นแหละ เป็นคนรู้จักของคุณแม่น่ะ เลยต้องดูแลเป็นพิเศษหน่อย เดี๋ยวนายแม่กลับมาจากเยอรมันรู้ว่าฉันละเลย คงฟาดฉันด้วยก้านมะยมอีกแน่ ฮ่า ๆ" ธีร์พูดแก้ตัวออกไป และหัวเราะกลบเกลื่อน "ฮ่า ๆ จริง แม่มึงตีด้วยก้านมะยมเจ็บมาก กูยังเคยโดนลูกหลงไปด้วยตั้งหลายที" เจตน์หัวเราะชอบใจ และพูดถึงความหลังอย่างมีความสุข "เออ... กูถึงเพนต์เฮาส์แล้ว แค่นี้ก่อนนะมึง เดี๋ยวว่าง ๆ จะแวะเข้าไป" ธีร์พูดตัดบทเพื่อน เมื่อเขาเลี้ยวรถเข้ามาในอาคารที่พักสุดหรู "โอเค ๆ ว่าง ๆ เจอกันมึง" เจตน์ก็ตอบกลับมาแล้ววางสายไป ธีร์กดลิฟต์ขึ้นไปที่ชั้นยี่สิบซึ่งเป็นชั้นสูงสุดของตึกนี้ โดยชั้นนี้ก็มีเพียงห้องของเขาเท่านั้น และตึกนี้ก็เป็นของครอบครัวเตชะดำรง "เฮ้อ~ เหนื่อยชะมัด ได้พักอย่างนี้ค่อยยังชั่วหน่อย" ธีร์พูดขึ้นในตอนที่เขามานอนแช่น้ำวนที่ระเบียงเพื่อผ่อนคลาย พร้อมกับแหงนหน้ามองดวงดาวบนท้องฟ้า และมองดวงดาวบนดินที่มนุษย์สร้างขึ้น "ว่าแต่ทำไมฉันจะต้องไปดูแลเคสสองผัวเมียคู่นั้นต่อด้วยวะเนี่ย" ธีร์ถามตัวเองเบา ๆ "เพื่อมนุษยธรรมยังไงล่ะ อีกอย่างสองคนนั้นก็อายุน่าจะเท่า ๆ กับคุณพ่อคุณแม่และรู้สึกคุ้น ๆ ดูแลสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร" ธีร์ตอบตัวเองกลับมา "แล้วทำไมฉันจะต้องหวั่นไหวและใจอ่อนกับน้ำตาของผู้หญิงคนนั้นด้วย สวยแต่ปากจัด เดี๋ยวพ่อจูบสั่งสอนซะเลยดีมั้ยเนี่ย ฮ่า ๆ" ชายหนุ่มพูดกับตัวเองไปก็จิบเบียร์ไปอย่างผ่อนคลาย จากนั้นไม่นานก็เข้าไปพักผ่อน เพื่อที่จะได้ตื่นแต่เช้าไปดูแลเคสพิเศษ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม