ชีวิตต้องเดินต่อ มูฟออน

1437 คำ
วันรุ่งขึ้นชัชชุอรตื่นขึ้นมาด้วยความสดใสมากกว่าคืนวาน เธอคิดว่าตัวเองคิดถูกแล้วที่กลับไทย หากเธอยังอยู่ที่อังกฤษต่อเธอคงจะตัดใจจากทัพพ์ไม่ได้ สองปีที่รักกันและหนึ่งปีที่ใช้ชีวิตร่วมกัน สิ่งดีๆ ที่เคยมีมันเยอะไปหมด แต่ข้อเสียของเขา ปัญหาเพียงอย่างเดียวมันกลายเป็นข้อหลักที่ทำให้เธอไม่สามารถทนได้ เธอเปิดแอพธนาคาร ดูเงินในบัญชีก่อนหน้าที่จะกลับมาเธอจัดการโอนเงินกลับมาที่บัญชีในไทยหมดแล้ว ตัวเลขในนั้นยังทำให้เธออุ่นใจได้ เงินที่ได้จากบิดามันยังอยู่ครบ และตลอดระยะเวลาที่เรียนหญิงสาวก็ยังมีเงินทุน มันเป็นทุนให้เปล่าไม่ต้องกลับมาใช้คืน จนเรียนจบหญิงสาวมีงานทำตามสาขาที่เรียน รายได้มากพอที่จะอยู่ได้อย่างสบายๆ ยิ่งเมื่อเธอย้ายมาอยู่กับทัพพ์เมื่อหนึ่งปีก่อน อดีตคนรักเป็นคนรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด และยังให้เงินเข้าบัญชีให้เธอส่วนตัวอีกจำนวนหนึ่งทุกเดือน “ความรักเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ เงินสิแน่นอนกว่า” ชัชชุอรนึกถึงคำพูดนี้ที่เคยมีเพื่อนร่วมชั้นเรียนเล่าให้ฟัง แต่สำหรับเธอถ้าถึงวันหนึ่งที่แน่ใจว่าตัวเองไม่ใช่คนสำคัญ ทั้งจากครอบครัวเดิมและจากคนที่รัก เธอก็ขอเลือกที่จะอยู่กับตัวเองและตัวเลขในบัญชีดีกว่า หญิงสาวลุกขึ้นอาบน้ำและแต่งตัว ระหว่างนั้นเธอคิดว่าควรทำอะไรก่อน เธอได้คำตอบว่าเธออยากได้ที่อยู่ของตัวเอง หญิงสาวคิดเปรียบเทียบว่าเธออยากได้แบบไหน ระหว่างคอนโดหรือบ้านเป็นหลัง และเธอจะทำงานอะไรเพื่อเลี้ยงชีพที่นี่ ชัชชุอรคิดถึงสิ่งที่เธออยากทำมานานแต่ไม่เคยมีโอกาส นั่นคือการเปิดร้านดอกไม้ หญิงสาวคิดและยิ้มอย่างพอใจเธอรู้แล้วว่าเธอจะทำอะไร เธอควรไปเรียนการจัดดอกไม้ก่อน “หืมม เปิดร้านดอกไม้เหรอ ก็ดีนะ” ไอยวรินทร์ออกความเห็นเมื่อชัชชุอรมาคุยด้วย “ค่ะพี่ริน ชุอยากหาคอนโดเช่าอยู่ก่อนสักพักค่ะ ในช่วงที่เรียนจัดดอกไม้” หญิงสาวหาข้อมูลโรงเรียนที่สอนจัดดอกไม้ พบว่าน่าสนใจหลายแห่ง ไอยวรินทร์แนะนำคอนโดแห่งหนึ่งให้ ระบบความปลอดภัยดี ผู้หญิงอยู่คนเดียวก็ไม่น่ากังวลอะไร และอยู่ใกล้โรงเรียนสอนดอกไม้ที่เธอซื้อคอร์สไว้ ชัชชุอรย้ายเข้าอยู่ในวันนั้นเลยและแทบไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่มนอกจากของใช้ส่วนตัว ของส่วนหลายอย่างที่ซื้อตอนอยู่ที่อังกฤษบางส่วนเธอแจกจ่ายให้เพื่อนคนไทยไปหมดแล้ว นำกลับไทยมาแค่เสื้อผ้านิดหน่อย ตั้งใจว่าจะมาหาซื้อใหม่ที่นี่ เริ่มต้นชีวิตใหม่ ในระหว่างที่เธออยู่ในร้านเสื้อผ้าแบรนด์เนม สายตาเธอเหลือบไปเห็นสตรีร่างหนึ่งที่คุ้นตา และเธอคนนั้นก็มองมาที่เธอเช่นกัน “คุณมณิสร” เธอเอ่ยชื่อผู้หญิงคนนั้น สตรีคนนั้นก็ทำท่าตกใจเมื่อเห็นเธอ “คุณชัชชุอร คุณกลับไทยเลยเหรอคะ” มณิสรรีบเดินมาหาชัชชุอรก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินหนี “เดี๋ยวสิคะ สรขอคุยด้วยได้ไหมคะ” ความจริงแล้วมณิสรรู้สึกผิดมากที่ต้องไปหาชัชชุอรเมื่อสองสัปดาห์ก่อนที่โรงพยาบาลที่เธอทำงานอยู่ เธอเหมือนเป็นคนที่ทำลายความสุขของผู้หญิงคนนี้ และเธอไม่คิดว่ามันจะมีผลถึงขั้นทำให้ชัชชุอรกลับไทยกระทันหัน “ค่ะ มีอะไรอีกเหรอคะ” ชัชชุอรไม่ได้โกรธผู้หญิงตรงหน้า เธอควรขอบคุณมณิสรด้วยซ้ำที่ทำให้เธอรู้ความจริง ว่าทัพพ์มีคู่หมั้นและเขากำลังจะแต่งงาน แต่เธอคงทำใจคบหาคนกลุ่มนี้ไม่ได้ “สรขอโทษนะคะ สรไม่คิดว่าคุณจะต้องทำขนาดนี้” เธอรู้สึกผิดจริงๆ และไม่รู้จะทำอะไรให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้น “ดิฉันต้องขอบคุณต่างหากค่ะที่คุณทำให้รู้ความจริง คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกผิดเราไม่ได้มีอะไรติดค้างกันค่ะ” ชัชชุอรเดินออกจากร้านนั้น การพบมณิสรทำให้ความอยากใช้เงินของเธอหายไปเกือบหมด หญิงสาวนึกถึงเพื่อนสมัยเรียนที่เรียนคณะเดียวกัน ปาลิตาทำอะไรอยู่นะ ปาลิตาเป็นหญิงสาวร่างเล็ก ผิวขาวราวกับหยวกเพราะบิดาเป็นคนไทยเชื้อสายจีน ครอบครัวของเธอน่ารักทั้งบ้านทั้งบิดาและมารดา ชัชชุอรตัดสินใจโทรหาอีกฝ่าย เธอไม่ได้คุยกันมาประมาณสองเดือนแล้ว “ปาเหรอ ตอนนี้เรากลับมาแล้วนะ” อีกฝ่ายทำเสียงตกใจ “เฮ้ย.. ทำไมไม่บอกล่วงหน้า มีเรื่องอะไรรึเปล่าแล้วตอนนี้อยู่ไหน” ปาลิตายิงคำถามรัวเร็ว ชัชชุอรบอกสถานที่อยู่ของตนเอง เธอกำลังนั่งในร้านกาแฟชื่อดังในห้างสรรพสินค้า “พอดีเลยเรามาซื้อของเสร็จแล้วอยู่ไม่ไกลกันมาก เดี๋ยวไปหา นั่งอยู่ตรงนั้นนะชุอย่าไปไหน” หญิงสาวรับปากเพื่อน ถึงปาลิตาไม่กำชับเธอก็ยังไม่คิดจะไปไหน ยอมรับเลยว่าการจากไปห้าปีทำให้เธอเหมือนคนที่ไม่คุ้นเคยกับที่นี่ไปเลย การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นมากจนเธองง ถนนใหม่ๆ เยอะจนเวียนหัว ทัพพ์เดินไปมาที่หน้าแผนกโรงพยาบาลที่ชัชชุอรเคยทำงานอยู่ เขาตั้งใจมาหาเธออยากบอกว่าเขายอมเสียเธอไปไม่ได้ เขาจะหาทางออกจะยกเลิกงานแต่งระหว่างเขาและคู่หมั้น แต่สิ่งที่ทำให้เขาคิดไม่ถึงคือชัชชุอรลาออกไปแล้ว เขามืดแปดด้านเพราะไม่รู้ว่าเธอไปพักที่ไหน ที่พักเดิมก่อนที่หญิงสาวจะย้ายมาอยู่กับเขาเธอก็ไม่ได้กลับไป “คุณเคทครับ” เขาเห็นสาวไทยคนหนึ่งที่จำได้ว่าสนิทสนมกับชัชชุอรพอสมควรเดินมา เขารีบไปเรียกไว้ ฝ่ายนั้นหันมามองอย่างมึนชา ถึงชัชชุอรจะไม่บอกเหตุผลว่าทำไมถึงกลับไทยกระทันหัน แต่เคทพอเดาออกได้ว่าต้องเกี่ยวกับทัพพ์ไม่มากก็น้อย “ค่ะ คุณทัพพ์มีอะไรคะ” “ผมมาหาชุ พอจะทราบไหมครับว่าชุอยู่ที่ไหน” เคทยิ้มเหยียดเขาไม่ปิดบังความรู้สึก “ชุเป็นแฟนคุณ ทำไมคุณไม่รู้เหรอคะว่าชุกลับไทยไปแล้ว” เหมือนโลกถล่มตรงหน้าเขา การกลับไทยคือสิ่งสุดท้ายที่เขาคิดว่าชัชชุอรจะทำ เพราะเธอเคยพูดเสมอว่าที่นั่นไม่มีอะไรให้เธอกลับไป ฝ่ายชัชชุอรกำลังถูกสอบสวนจากเพื่อนสาว “ว่ามาเลยแก มีอะไรที่ต้องกลับมาด่วนขนาดนี้ แล้วแฟนแกล่ะ” เธอตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนฟัง ปาลิตาอ้าปากค้างก่อนจะหน้าแดงด้วยความโกรธแทนเพื่อน “ช่างมัน คนเฮงซวยแบบนั้น แกกลับมาก็ดีแล้วยังไงที่นี่ก็ยังมีฉัน มีเพื่อนๆ” “แล้วแกจะเอายังไงต่อ” อะไรที่ชัชชุอรอยากทำ เธอก็อยากจะสนับสนุนเช่นกัน และในอีกหนึ่งชม.ต่อมา หญิงสาวก็มาอยู่ที่หน้าโชว์รูมรถ เธอเลือกคันที่ถูกใจมาได้หนึ่งคันเป็นรถสัญชาติยุโรปด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัยล้วนๆ และนี่อาจจะเป็นของชิ้นใหญ่ชิ้นแรกที่เธอซื้อให้ตัวเอง เธอจ่ายมัดจำให้ทางศูนย์และนัดวันมารับรถในอีก 7 วันข้างหน้า “พรุ่งนี้แกก็ไปทำใบขับขี่ เดี๋ยวฉันพาไป” ปาลิตาบอกต่อ “ขอบใจนะปา” “แล้วแกจะเริ่มเรียนจัดดอกไม้เมื่อไหร่ ให้ฉันมารับไปโรงเรียนไหม แล้วจะเปิดร้านที่ไหนดูตึกไว้หรือยัง” “อีกอาทิตย์นึงเปิดคอร์สน่ะ โรงเรียนไปง่ายอยู่แนวเส้นรถไฟฟ้าพอดี ไม่ต้องเข้าซอยด้วย” การเดินทางไปโรงเรียนสอนจัดดอกไม้ค่อนข้างง่าย เธอแค่เดินลงจากคอนโดที่อยู่ริมถนน ใกล้สถานีรถไฟฟ้าเพียง 5 นาที ไปต่อแค่ไม่กี่สถานีก็ถึงโรงเรียน สัปดาห์นั้นหญิงสาววุ่นวายกับการทำเอกสารต่างๆ ทั้งใบขับขี่และเอกสารอื่นทางราชการจนลืมนึกถึงทัพพ์ได้ชั่วคราว
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม