CHAPTER 1 เอาใจลงไปเล่น ❤

1518 คำ
เสียงเปียโนแผ่วเบาที่ลอยคลออยู่ในเลานจ์ของโรงแรมหรู ทำให้ปิ่นมุกต้องหลับตาลงอย่างไม่รู้ตัว ท่วงทำนองนั้นพาเธอย้อนกลับไปยังวันแรกที่ได้พบเขา ค่ำคืนของงานเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ เธอลูกสาวของนักธุรกิจชื่อดัง ที่จำใจต้องมาปรากฏตัวในงานเลี้ยงแสนจอมปลอม สายตาเธอมองลงมาจากชั้นสอง ริมบันไดหินอ่อนสูง ผู้คนด้านล่างแต่งแต้มรอยยิ้มแสร้งท่าที แต่สำหรับเธอ มันช่างน่าเบื่อเหลือเกิน “ทำหน้าให้มันดีๆ หน่อยปิ่นมุก” ปิ่นปักเอ็ดลูกสาวไม่ว่าจะชวนมางานเลี้ยงทีไร มักเป็นแบบนี้ทุกครั้งจนเธอเองเหนื่อยที่จะว่าลูกสาว “คุณแม่มุกไม่ชอบงานแบบนี้นี่คะ” “ไม่ชอบก็เก็บอาการอย่าแสดงออกให้มาก เดี๋ยวแขกคนอื่นจะว่าแม่เอาได้” ปิ่นปักแม่หม้ายไฮโซสาวถึงแม้ธุรกิจกำลังไปได้สวย แต่เธอไม่ยอมเปิดใจให้กับใครเข้ามาในชีวิต เพราะรักลูกสาวคนเดียวมากกลัวว่าจะเข้ามาทำร้ายลูกสาว ตามข่าวที่ออกตามทีวีบ่อยๆ ปิ่นมุก หรือมีชื่อจริงว่าปรางลิษา เมธากาญจน์ อายุ 24 ปี เป็นหญิงสาวเรียบร้อย อ่อนหวานแต่เป็นคนที่เข้มแข็งมาก นิสัยอ่อนนอกแข็งใน ใบหน้าสวยหวานราวกับตุ๊กตา ผิวขาวเนียนละเอียดราวหิมะ ดวงตากลมโตเป็นประกายแฝงความเศร้าละเมียดละไม จมูกโด่งได้รูป ริมฝีปากเล็กแดงระเรื่ออย่างธรรมชาติ ผมยาวสลวยเป็นลอนคลื่นสีช็อกโกแลตเข้ม ทิ้งตัวนุ่มลื่นคลอเคลียไหล่อย่างอ่อนช้อย “ไม่แน่ลูกสาวแม่อาจจะได้เจอคนที่ถูกใจ” “มุกไม่ชอบใครทั้งนั้นค่ะ” ตั้งแต่เรียนจนเข้ามหาลัยแม่ก็ห้ามมีคนรัก เพราะกลัวว่าจะเรียนไม่จบ จนตอนนี้เรียนจบมาสองปีแล้วก็ยังไม่เจอคนที่ถูกใจเสียที “หรืออยากทำความรู้จักกับใครบอกแม่ได้นะ” ปิ่นปักบังคับลูกสาวมากเกินไป จนตอนนี้ควรปล่อยให้ลูกได้มีชีวิตของตัวเอง “ไม่เอาค่ะผู้ชายหล่อๆ มักเจ้าชู้ทั้งนั้นมุกชอบผู้ชายที่เหมือนคุณพ่อค่ะ” แววตาสดใสยามที่คิดถึงผู้เป็นพ่อที่ล่วงลับไปนานหลายสิบปี “คนรักเดียวใจเดียวก็มีเอาไว้แม่จะแนะนำให้ลูกรู้จักแล้วกัน” “คุณปิ่นปักถึงเวลาแล้วค่ะ” ทรายแก้วเลขาคนสนิทเข้ามาตามเจ้านาย “ลูกอยู่คนเดียวไปก่อนนะ” “คุณแม่ไม่ต้องห่วงค่ะ” เธอมองเบื่อหน่ายไม่น้อย มองดูผู้คนแสแสร้งไปทั่วจนสะดุดตากับชายในชุดสูทตัดพอดีตัวเดินเข้ามาในแสงไฟเหมือนพระเอกละคร ปิ่นมุกจำได้แม่นว่าธรรศชวินในตอนนั้นมองสบตาเธอขึ้นมาครู่หนึ่ง เขาไม่ได้มองเธอด้วยแววตาพิเศษอะไร แต่เธอกลับจำเขาได้ขึ้นใจตั้งแต่วินาทีแรก ปิ่นมุกที่แม้จะเป็นสาวเพียบพร้อมแต่กลับไม่เคยมั่นใจในตัวเอง แต่ไหนแต่ไรก็ขี้เขินขี้อายเข้าสังคมไม่เป็น ไม่ได้มีเสน่ห์เหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ในแวดวงธุรกิจ เธอเหมือนคนหลงทางในเมืองใหญ่ เดินเรื่อยไปตามแรงลมของความหวัง ชีวิตเธอไม่เคยมีจุดหมายอะไรยิ่งใหญ่ไปกว่าการจะได้มีตัวตนในสายตาใครสักคน ธรรมศชวินลดแก้วไวน์ลงทันทีที่สบตากับสาวสวยคนนั้น เขาไม่เคยเจอหน้าหญิงสาวมาก่อน ดูแล้วอายุน่าจะยังน้อยอยู่ “คุณวินซ์จะกลับเลยไหมครับ” วศินถามเจ้านายแต่เหมือนว่าสิ่งที่เขาถามจะไม่เข้าหูเลย “คุณวินซ์ครับ!” “มีอะไร” เขาตอบอย่างหัวเสียเพราะกำลังจับจ้องสาวสวยคนนั้นอยู่ แต่พอหันไปอีกทีเธอไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ทำให้เขาหงุดหงิด “คุณวินซ์มองใครครับ” “รู้ดี กลับก่อนเลยฉันจะไปต่อ” “ให้ผมไปด้วยดีกว่าครับ” “ไม่ต้อง!” เขาเห็นหญิงสาวเดินผ่านสายตาออกไปนอกโรงแรมเขาจึงรีบเดินตามออกไป เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังขึ้นข้างหลัง ก่อนที่เธอจะได้หันกลับ ชายหนุ่มที่แอบมองก็ยืนอยู่ตรงหน้า ร่างสูงในสูทสีเข้มเปล่งออร่าน่าเกรงขาม ดวงตาคมกริบของเขาสบตากับเธอแน่นิ่ง ราวกับมองทะลุเข้าไปในความคิดที่เธอซ่อนเอาไว้ “เอ่อ มีอะไรคะ” “ผมธรรศชวิน เรียกวินซ์ก็ได้ผมอยากรู้จักคนสวยได้ไหมครับ” แววตาของเขาแพรวพราวระยิบระยับตามฉบับหนุ่มเจ้าชู้ ที่เห็นผู้หญิงเป็นเพียงแค่ที่ระบาย “คือ” ปิ่นมุกทำตัวไม่ถูกเพราะเขินอาย เธอประหม่าทุกครั้งยามที่มีชายหนุ่มเข้ามาจีบ เป็นคนไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองเท่าไร “ผมขอรู้จักชื่อคนสวยได้ไหมครับ” เขารอคอยคำตอบอย่างใจเย็น และเลื่อนสายตามองต่ำลงไปจนเห็นเนินอกที่โผล่พ้นชุดเดรสเกาะอก ทำให้ลมหายใจของเขาติดขัด “ปิ่นมุกค่ะ” “คนก็สวยชื่อก็เพราะอีกว่าแต่คุณมากับใครครับ” ดูท่าทางน่าจะเป็นลูกคุณหนูบ้านไหนสักที่ งานนี้มีแต่ไฮโซเข้ามาร่วมงาน “ขอบคุณค่ะคุณธรรศชวิน” “เรียกห่างเหินจังเรียกว่าผมว่าวินซ์ก็ได้ หรือจะเรียกพี่วินซ์ผมไม่ขัด” เขาทำตัวสบายเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด ปิ่นมุกทำตัวไม่ถูกก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเท้า ข้างนอกอากาศเริ่มหนาวชุดที่เธอใส่วันนี้ทำให้รู้สึกหนาวขนลุก ยามที่สายลมพัดผ่านมา เขามองหญิงสาวตัวเล็กดูท่าแล้วน่าจะหนาวจึงถอดเสื้อสูทคลุมไหล่ให้อย่างเป็นสุภาพบุรุษ ทั้งที่เขาต้องการมากกว่านั้น “ไม่ต้องค่ะ” “คลุมไว้ครับผมไม่หวงเสื้อ” “ขอบคุณค่ะ” “ผมไม่ค่อยชอบงานแบบนี้เท่าไหร่ แต่ทำยังไงได้หน้าที่มันค้ำคออยู่” จู่ๆ เขาพูดออกมาสบตากับสาวน้อย ที่ทำให้เขาอยากลิ้มรส เขาไม่คิดจะจีบเธอแบบบจริงจังอยู่แล้ว “ปิ่นมุกครับ” “คะ” “คุณเชื่อเรื่องรักแรกพบหรือเปล่า” “มุกไม่เคยเจอความรักเลยไม่รู้ค่ะ” เธอยิ้มแบบเขินอายเอาผมทัดใบหู แต่ไม่รู้เลยว่าทุกอย่างเป็นแค่คารมของผู้ชายเจ้าชู้เท่านั้น เขามองเธอด้วยแววตาจริงจังที่ทำให้เธอรู้สึกร้อนวูบไปทั้งร่าง ทั้งที่อากาศในห้องเย็นเฉียบ “ผมอยากทำความรู้จักคุณให้มากกว่านี้” เสียงของเขานุ่มนวล ชัดถ้อยชัดคำ ไม่มีการหยอกล้อ ไม่มีเล่ห์เหลี่ยม ปิ่นมุกนิ่งงัน ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุนคำพูดเพียงไม่กี่คำจากเขา กลับสั่นคลอนหัวใจเธอได้ถึงเพียงนี้ เธอไม่เคยคาดคิดเลยว่าเขาจะพูดแบบนี้ “คุณแน่ใจเหรอ?” เสียงของเธอเบาหวิว ไม่มั่นใจเหมือนทุกครั้ง เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย แล้วยิ้มบางๆ ที่แฝงความอ่อนโยนแบบที่เธอไม่เคยเห็นจากเขามาก่อน “ผมไม่เคยแน่ใจอะไรเท่านี้มาก่อนเลย” เขาตอบ แล้วก็มองเธอนิ่งนานราวกับกำลังจดจำทุกส่วนของเธอไว้ในใจ ในห้วงวินาทีนั้นปิ่นมุกรู้ตัวว่าบางสิ่งในหัวใจเธอเพิ่งเริ่มต้น และโลกที่เคยเงียบเหงาของเธอมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ปิ่นมุกหน้าแดงระเรื่อจนร้อนวูบไปถึงใบหู หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะหลังจากได้ยินคำพูดตรงไปตรงมาจากเขา เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามรักษาท่าที “ขะ ขอโทษนะคะ มุกควรจะกลับเข้าไปข้างใน” เธอพูดเร็วๆ พร้อมกับเบี่ยงตัวหมายจะเดินกลับไปยังห้องจัดเลี้ยง แต่เพราะส้นรองเท้าสูงกับพรมหรูใต้เท้าทำให้เกิดเรื่องไม่คาดคิด ปลายเท้าสะดุดเข้ากับความต่างของพื้นระดับ ร่างของเธอเสียหลัก ทิ้งตัวไปข้างหน้าอย่างไม่มีเวลาตั้งตัว “อ๊ะ!” ในจังหวะนั้นเอง ธรรศชวินรีบคว้าแขนเธอไว้โดยสัญชาตญาณ แต่แรงเหวี่ยงทำให้ทั้งสองเซเข้าหากัน ร่างบางของปิ่นมุกล้มพุ่งไปข้างหน้า ริมฝีปากของเธอก็ไปจุ๊บเข้ากับริมฝีปากของเขาอย่างจังปิ่นมุกเบิกตากว้างดวงตาของเธอสบเข้ากับแววตาตกใจของเขาในระยะประชิดสุดขีด และในวินาทีนั้นเองเขาก็ยิ้มนิดๆ อย่างไม่ตั้งใจ ก่อนจะกระซิบแผ่วเบา “ถ้าจะเริ่มต้นทำความรู้จักกันแบบนี้ก็น่าสนใจดีเหมือนกันนะ” “ยะ อย่ามาพูดเล่นนะคะ” ปิ่นมุกดีดตัวออกมา ใบหน้าแดงเรื่อขึ้นทันตาแทบอยากมุดพรมหนีให้รู้แล้วรู้รอด “นามบัตรของผมครับติดต่อมานะผมจะรอ” หัวใจของเธอเต้นแรงราวกับจะทะลุออก เธอกำนามบัตรของเขาไว้แน่น ก่อนจะยกขึ้นมาอ่านดวงตาเบิกกว้าง เพราะเธอเคยได้ยินชื่อของเขามาก่อน ธรรศชวิน ศิวะนันทเวศน์
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม