ตอนที่ 9 ตัวอันตราย

1335 คำ
-ดารา- ฉันขับรถกลับมายังบ้านในเวลาเที่ยงคืนหลังจากทำงานเสร็จที่ไนต์คลับ เพราะวันนี้ไม่ได้รับแขก ฉันลงจากรถและเปิดประตูบ้านออกมา เห็นว่าในบ้านนั้นเงียบสงบผิดปกติ ไม่เหมือนเช่นทุกวันที่จะได้ยินเสียงเพลงเบาๆ ออกมาจากในบ้าน เพราะน้องสาวฉันชอบเปิดเพลงสตริงยุคแปดศูนย์ฟัง ฉันจึงหยิบไอโฟนขึ้นมาเพื่อโทรหาไอ้ลิน รอสายอยู่นานจนตัดสายไป ทำให้ฉันรู้สึกแปลกใจอย่างมาก แล้วก้าวเดินไปเปิดประตู เข้าไปในบ้านกลับไม่ได้เปิดไฟ ฉันรีบเปิดไฟทันที และตะโกนเรียกไอ้ลินทันที “ลิน!!! อยู่ไหน!!!” ฉันวิ่งขึ้นไปบนบ้านทันที มองไปยังห้องนอนของไอ้ลินที่ปิดไฟอยู่ “ลิน…ลิน” ฉันเรียกอีกครั้ง ไอ้ลินก้าวเดินออกมาจากตู้เสื้อผ้าด้วยสี่หน้าที่หวาดกลัว และร้องไห้ออกมาทันที ทำให้ฉันยิ่งตกใจขึ้นไปอีก “ใครทำอะไรลิน หรือพวกมันมา” ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดุดัน และจับเธอออกจากอ้อมกอด มองเธอที่ร้องไห้ออกมาไม่หยุด และพยักหน้าเบาๆ ฉันรู้ว่าเธอหวาดกลัวแค่ไหน เราสองคนใช่ว่าไม่เคยเจอพวกมันมาก่อน “พี่ขอโทษที่ทำให้เธอลำบาก” ฉันเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาและอดที่จะร้องได้ไม่ได้ “พี่ดาว พี่ไม่ต้องคิดมาก ฉันไม่เป็นอะไร แค่กลัว แค่นั้น” เธอบอกด้วยน้ำเสียงสะอื้น “พี่สัญญาพี่จะจบทุกอย่างด้วยตัวเอง” ฉันเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา และโอบกอดเธออีกครั้ง ฉันนั่งรถแท็กซี่ออกจากบ้านหลังจากไอ้ลินนอนหลับไปแล้วหลายชั่วโมงจนรุ่งสางของอีกวัน ก่อนออกจากบ้านมานั้น ฉันได้นั่งคิดทบทวนอยู่หลายชั่วโมงจนกระทั่งเช้าของอีกวันว่าจะไปหามันดีไหม เพราะฉันยืนกรานกับมันว่าจะไม่เป็นเลขาให้มัน แต่ทว่าฉันต้องกลืนน้ำลายลงคอทั้งหมดลงไป เพราะฉันไม่มีทางเลือกอีกแล้ว ถึงจะเป็นเด็กเอ็นหรือขายตัวไปวันๆ มันก็ไม่ทำให้ฉันหมดหนี้ไปได้เสียที และตอนนี้มันคงเป็นที่พึ่งที่สุดท้ายสำหรับแล้ว รถแท็กซี่มาส่งที่หน้าประตูรั้วของบ้านหลังใหญ่สีขาวราวกับคฤหาสน์ สูงประมาณห้าเมตร บ้านหลังนี้อยู่ท่ามกลางตึกสูงย่างทองหล่อ ครั้งแรกฉันมาที่นี่ ฉันกลับไม่ได้สนใจอะไรเลย ว่าบ้านมันจะหลังใหญ่ขนาดนี้ แต่เหลือบมองไปยังป้ายเขียนว่า ‘วัฒนาสิริทรัพย์’ ฉันเคยได้ยินนามสกุลนี้บ่อยๆ ในโทรทัศน์ แต่จำไม่ได้ว่า นามสกุลนี้มันทำอะไรบ้าง “มาหาใคร” เสียงของผู้ชายวัยกลางคนเอ่ยถามฉัน ทำให้ฉันหันไปสนใจเขาโดยทันที “มาหาไอ้บ...เอ่อ...มาหาคนที่ชื่อคิมหันต์ค่ะ” ฉันเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “แล้วนัดคุณคิมไว้ไหม” ชายคนเดิมเอ่ยถามฉัน “ไม่” ฉันเอ่ยบอก “เช่นนั้นก็กลับไปก่อน นัดคุณคิมก่อน แล้วค่อยมา” “แต่...” “กลับไปเถอะ” ชายคนนี้บอกฉันแบบนี้ ฉันจึงถอนหายใจยาวๆ กับความสิ้นหวังในชีวิตของฉัน ความหวังสุดท้ายได้พังทลายไปแล้ว ฉันก้าวเดินช้าๆ ด้วยจิตห่อเหี่ยว “หยุดก่อน...” เสียงของชายอีกคนดังขึ้น ทำให้ฉันหยุดการเดินโดยอัตโนมัติ แล้วหันกลับไปมองชายหนุ่มหน้าตาดี สวมใส่ชุดสูทสีดำ และเสื้อเชิ้ตสีขาว แบบไม่เป็นทางการ เขามองฉันด้วยสีหน้าเรียบ “มีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “มาหาคุณคิมใช่ไหม” เขาเอ่ยถามฉัน “ใช่ค่ะ ฉันมาหาเขา” ฉันเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “ตามฉันมา” เขาเอ่ยบอกเช่นนี้ เขาจึงหันหลังก้าวเดินไปด้านใน ส่วนฉันก็ก้าวเดินตามเขาไปเช่นกัน เขาพาฉันเดินเข้ามาบ้านหลังใหญ่ มองเห็นบอดี้การ์ดเดินตามจุดเหมือนมาร์กจุดเอาไว้ ขณะที่ก้าวเดินไปยังลิฟต์แล้วเขาก็กดปุ่มหน้าลิฟต์ ไม่ช้าลิฟต์ก็เปิดออก เขาเดินเข้าไปในลิฟต์ก่อน ฉันจึงเดินตามเข้าไปทันที เมื่อถึงชั้นสี่ลิฟต์ก็เปิดออก เขาเดินนำฉันออกจากลิฟต์ ฉันจึงเดินตามเขาไปเช่นกัน มองเห็นบอดี้การ์ดชุดสูทสีดำสองคนก้มโค้งให้เขา แล้วเขาใช้มือเคาะประตูเบาๆ ไม่ช้าเสียงข้างในห้องก็ดังออกมาว่า ‘เข้ามาได้’ “เชิญ” เขาเอ่ยบอกฉันเช่นนี้ ขณะที่เปิดประตูให้ฉัน “ขอบคุณค่ะ” ฉันเอ่ยบอกเช่นนี้ แล้วก้าวเดินเข้าไปในห้องกว้างสีขาวเหมือนเป็นห้องนั่งเล่นเสียมากกว่า เพราะมีโต๊ะสนุ๊ก ลูกโลกขนาดใหญ่วางอยู่ที่พื้น ชั้นหนังสือติดชิดผนัง โซฟาหลายตัว และเคาน์เตอร์บาร์ อีกทั้งห้องนี้มันใหญ่กว่าห้องนอนในบ้านของฉันอีก แต่ฉันกลับสะดุดตากับชายที่สวมใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสเล็คสีดำ ในมือของเขานั้นถือแก้วบรั่นดี ทันใดนั้นเสียงของเขาก็ดังขึ้นทันที “พวกมึงออกไปก่อน” เสียงนี้ฉันจำได้ดีว่าเป็นใคร ลูกน้องของมันสี่คนก้าวเดินออกไปทันที และประตูนั้นก็ปิดลง ขณะที่มันหันกลับมาหาฉัน “ยังอยากทำงานเป็นเลขาให้กูไหม” คิมมันถามด้วยเสียงเรียบ “เงินเดือนเท่าไหร่” ฉันถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ห้าหมื่น” มันบอก “ได้” “แต่มีข้อแม้” มันเอ่ยบอกเช่นนี้ ทำให้ฉันสงสัย “ข้อแม้อะไร” “มึงต้องอยู่ที่นี่ กูจะส่งมึงและน้องเรียนจนจบ ไม่ต้องกลัวน้องมึงจะลำบาก กูจะให้บอดี้การ์ดเวียนไปดูมึงทุกวัน ตอนนี้มีหนี้อยู่สองล้านใช่ไหม ถ้ายินยอมข้อตกลง กูจะจัดการให้ทันที” มันบอกแบบนี้ “ทำไมกูต้องอยู่ที่นี่” ฉันเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เพื่อความปลอดภัยของตัวมึง” มันเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “มึงอะ ตัวอันตราย” ฉันเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา มันกลับยิ้มที่มุมปาก “ว่าไง มึงจะอยู่ทำงานที่นี่ไหม” มันเอ่ยถามอีกครั้งหนึ่ง “ได้ แต่มึงอย่าลืมดูแลไอ้ลินน้องกูด้วย” ฉันบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ได้” มันบอกเช่นนี้ แล้วหันไปที่ประตูบานใหญ่ “ไอ้อดุลอยู่ข้างนอกไหม” มันตะโกนออกไป ไม่ช้าชายที่พาฉันเข้ามาในบ้านก็เดินเข้ามาในห้อง และก้มโค้งให้นายของมัน “ไปเรียกมี๊มาหากูหน่อย” มันบอกแบบนี้ แล้วอดุลก้าวเดินออกไปจากห้อง “มึงไม่ต้องกลัวน้องมึงจะลำบาก กูสัญญาว่าจะดูแลมึงและน้องมึงอย่างดี” มันบอกด้วยน้ำเสียงเรียบ “ขอให้เป็นไปตามสัญญา” ฉันเอ่ยบอกเช่นนี้ มันยิ้มเล็กน้อยที่มุมปาก แล้วหยิบไอแพดที่เคาน์เตอร์บาร์มาดูในท่าทางสบาย เขาศอกอิงตัว ไม่ช้าประตูก็เปิดออกมาทันที พร้อมกับหญิงสาวร่างบางใบหน้าจิ้มลิ้ม สวมใส่ชุดเมดหรือชุดแม่บ้านสีดำขาว แขนพองๆ กระโปรงบางลู่ไปตามตัวยาวถึงเข่าทั้งสองข้าง กูนึกว่าดูหนัง f4 เกาหลีอยู่ “มี๊ ดาวจะเป็นรูมเมทของเธอ ดูแลมันด้วย” มันเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงเรียบ “ค่ะคุณคิม” มี๊เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม และหันมายิ้มให้ฉัน ฉันก็ยิ้มให้เธอเช่นนั้น “พรุ่งนี้ให้พักหนึ่งวัน พรุ่งนี้ค่อยเริ่มงาน” มันบอกเช่นนี้ “ค่ะ นายท่าน” ฉันเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงยียวน มี๊กลับยิ้มเล็กน้อย แล้วเอ่ยบอกฉัน “ไปกันเถอะ” มี๊เอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม ก้มหัวเล็กน้อย และจับมือของฉันก้าวเดินออกไปทันที
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม