CHAPTER 9 | ข้อแลกเปลี่ยน

981 คำ
เฮือก!! “เบลล์!!” เธอผวาขึ้นมาพร้อมกับเสียงทุ้มของใครบางคนที่ผวาตามเธอเช่นเดียวกัน เมื่อหันไปก็พบว่าเป็นเทรซิสที่นอนอยู่ข้างกันกำลังจับมือของเธอเอาไว้แน่น “กะ เกิดอะไรขึ้น?” หญิงสาวค่อยๆ เอ่ยถามอีกฝ่ายด้วยความสับสน เธอไม่รู้ว่าตอนนี้กี่โมง แต่รับรู้ได้เพียงว่าเป็นเวลากลางวันเพราะแสงสว่างจากด้านนอกลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาชัดเจน “ฉันสิต้องถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเธอไปนอนอยู่ที่โซฟาในห้องนั่งเล่นแบบนั้น ถ้าฉันไม่ตื่นเช้าป่านนี้คงเป็นไข้ตายอยู่ข้างนอก” เขาทั้งบ่นทั้งด่าทั้งกำมือทุบศีรษะเธอเบาๆ ด้วยความหงุดหงิด แต่ถึงอย่างนั้นก็สัมผัสได้ว่าคนตรงหน้าเป็นห่วงเธอมาก รู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก หากในอีกสองปีข้างหน้า หรือตลอดไปเขาใจดีแบบนี้เธอคงไม่กลัว “แล้วจะอธิบายได้หรือยังว่าเกิดอะไรขึ้น” เทรซิสยังตวัดหางตามองเธออย่างคาดโทษ หญิงสาวจึงได้แต่ยิ้มแหย อย่างไม่รู้ว่าควรตอบเขายังไงดี “ฉันน่าจะเผลอหลับล่ะมั้ง” “คิดว่าฉันโง่แยกคนหลับกับหมดสติไม่ออก?” เขาทำท่าจะทุบเธออีกรอบ คนตัวเล็กจึงรีบยกสองมือคว้าแขนคู่หมั้นหนุ่มเอาไว้ ก่อนที่ร่างเล็กจะลอยหวือเข้าไปในอ้อมกอดแกร่ง ฝ่ามือของเขายกลูบแผ่นหลังบางไปมาคล้ายกับกำลังปลอบขวัญก็ไม่ปาน นั่นทำให้นักเขียนสาวตัดสินใจลูบแผ่นหลังกำยำปลอบโยนเขาเช่นเดียวกัน “ฉันไม่เป็นไร...” “เธอป่วยเป็นอย่างอื่นแล้วไม่บอกฉันหรือเปล่า?” ตัวของเขาสั่นขึ้นมาช้าๆ นั่นยิ่งทำให้หญิงสาวต้องกอดอีกฝ่ายแน่นขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ “ฉันไม่ได้เป็นอะไร แค่วูบหลับไปก็เท่านั้น” “...” “ฉันอาจจะเพลียเพราะนายเอาฉันไม่บันยะบันยังก็ได้” “โทษฉัน!?” “เอ๊า! ก็นายอยากได้เหตุผล มันไม่มีฉันก็หามาตอบให้ไง” เจ้าของริมฝีปากสวยคลี่ยิ้มออกมาหลังจากตอบเขาด้วยความยียวนไปหนึ่งกรุบ ก่อนที่รอยยิ้มนั้นจะหายไปเมื่อถูกคนตัวโตดึงเข้ามาจูบจนเวลาหยุดหมุนไปชั่วขณะ “อย่าเฉไฉ พูดกันดีๆ ได้ไหม ฉันกังวลมาก...ให้ตาย” เขาสบถคำหยาบอีกหลายคำ หลังจากนั้นก็จูบเธอซ้ำอีกรอบอย่างเอาแต่ใจ ทั้งคู่กอดกันกลมอยู่บนเตียงกว้างไม่ยอมขยับ เทรซิสเอาแต่ลูบแผ่นหลังของเธอซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นจนอดไม่ได้ที่จะมองเขาด้วยความเอ็นดู “เทรซิส...ถ้าสมมติว่าฉันไม่ใช่เบลล่า ไม่ใช่ลูกของนักธุรกิจระดับประเทศอย่างที่เป็นอยู่นายจะทำยังไง?” คำถามที่ไม่คิดว่าจะได้ถาม จู่ๆ ก็โพล่งขึ้นท่ามกลางความเงียบ นั่นทำเอาคนที่กำลังกอดเธออยู่รีบจับไหล่มนดันออกและขมวดคิ้วมองด้วยความงุนงง “ยังไงนะ? เธอไม่ใช่เธอ แล้วจะเป็นใคร?” “ใครก็ได้แล้วแต่นายจะอยากให้เป็น ที่ไม่ใช่เบลล่าที่นายรู้จัก” “โคตรตึ๊บเลย ไม่เก็ท” “ก็แบบว่ามีใครมาสิงร่างคู่หมั้นนายแล้วต้องอยู่ในร่างนี้ไปตลอดชีวิต นายจะรู้สึกยังไง” เธอพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจ แต่นั่นยิ่งทำให้มาเฟียหนุ่มเอียงคอมองหน้าด้วยความสับสนยิ่งกว่าเดิม “...เธอป่วยหรือเปล่าเนี่ย” แน่นอนว่าใครจะเชื่อ ต่อให้คนนั้นเป็นเทรซิส คนที่แสดงออกว่ารักเธอหัวปักหัวปำก็ตาม “สมมติไง นายแค่ตอบก็พอ” ถึงจะบอกว่า ‘แค่ตอบ’ แต่สายตาที่คนตัวเล็กแสดงออกมันบ่งบอกว่า ‘ไม่พอ’ ร่างสูงก้มหน้าสบตากับคู่หมั้นสาวอยู่ชั่วครู่ เขาอ่านความคิดเบื้องลึกในใจเธอช้าๆ แต่ทะลุปรุโปร่ง สายตาแบบนี้ไม่ใช่เรื่องสมมติ และสิ่งที่คู่หมั้นสาวถามมันอาจจะตอบข้อสงสัยของเขาที่ผ่านมาได้กระจ่างที่สุดถึงสาเหตุที่นิสัยของเบลล่าเปลี่ยนไป “ก็ไม่รู้สึกอะไร” “...” “เพราะฉันชอบเธอที่เป็นอยู่ในตอนนี้” รอยยิ้มร้ายกาจฉายออกมาบนใบหน้าหล่อเหลาอย่างไม่ปกปิด “ฉันไม่สนใจความพิศวงห่าเหวอะไรที่เธอพยายามจะบอก ไม่สนใจว่าตอนนี้เธอคือใคร ฉันสนใจแค่ว่าตอนนี้ฉันชอบเธอ ไม่สิ...ฉันรักเธอ” นี่คงเป็นการสารภาพชัดเจนที่สุดที่เคยได้ยินจากปากของคนตรงหน้า “แล้วถ้าวันหนึ่งเบลล่าคนเดิมกลับมาล่ะ ถ้าฉันหายไป...” “ฉันจะไปเอาเธอกลับมา ต่อให้ตอนนั้นเธอไปอยู่ในร่างไหนก็ตาม” คำพูดจริงจังเอ่ยออกมาจากปากของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นมาเฟีย แถมยังเป็นพระเอกในนิยายที่เธอใส่ข้อมูลว่าเป็นคนซื่อสัตย์และภักดีกับคู่รักเอาไว้เสียด้วย แล้วมีเหตุผลอะไรที่เธอจะไม่เชื่อเขาอีก “ขอบคุณนะ” “ฉันไม่ได้ต้องการคำขอบคุณ” “ฉันรักนาย ฉันจะเป็นเบลล่าของนาย” สิ้นสุดคำสารภาพรัก ริมฝีปากของทั้งคู่ก็จุมพิตกันโดยปราศจากการรุกล้ำ ทว่าความอุ่นอ้าวจากริมฝีปากกระจายความรู้สึกของกันและกันแผ่ซ่านไปทั้งหัวใจ มันคงเป็นความแฟร์อย่างหนึ่งของเบลล่า ที่นี่เบลล่ารู้สึกว่าตัวคนเดียวบนโลกฉันใด เธอที่เป็นนักเขียนซึ่งอยู่ในอีกโลกหนึ่งก็ไร้ญาติขาดมิตรที่ยังมีชีวิตอยู่ฉันนั้น บางทีมันอาจจะเป็นการแลกเปลี่ยนร่างที่คุ้มค่าที่สุด เพราะต่างฝ่ายต่างได้เริ่มชีวิตใหม่อย่างที่ตนเองต้องการ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม