EP.17 จัดการ

1353 คำ
บรรยากาศยามเย็นที่ไร่สิงขรเริ่มขรึมลงตามแสงอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้า บนเรือนใหญ่กลับวุ่นวายไปด้วยการเตรียมตัวของไข่มุกสำหรับงานเลี้ยงสำคัญคืนนี้ เพราะเธอหวังจะเป็นดาวเด่นของงานให้ได้ ผิดกับเรือนไม้หลังเล็ก ใบชายืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกเงาบานยาวในชุดเดรสเรียบๆ สีครีมนวลตา ความยาวของชายกระโปรงคลุมเลยหัวเข่าลงไปเล็กน้อยดูสุภาพทว่าแฝงไปด้วยความอ่อนหวาน แม้จะไม่ได้แต่งองค์ทรงเครื่องด้วยเครื่องประดับราคาแพงหรือสวมชุดราตรีหรูหราเหมือนลูกแม่เลี้ยง แต่ความผุดผ่องของผิวพรรณและดวงตาที่กลมโตสดใสกลับทำให้เดรสตัวนี้ดูเลอค่าขึ้นมาอย่างไร้ที่ติ “สวยมากเลยค่ะคุณหนู สวยจนส้มป่อยตาค้างไปหมดแล้วเนี่ย” ส้มป่อยที่ยืนช่วยจัดสายริบบิ้นอยู่ข้างหลังเอ่ยชมไม่ขาดปาก แววตาของเธอเต็มไปด้วยความชื่นชมและภูมิใจในตัวเจ้านายที่เธอรักดั่งพี่สาว “สวยอะไรกันส้มป่อย นี่ถ้าไม่ติดที่น้าอรกำชับมา ชาจะใส่ชุดคนงานไปแล้ว” ใบชามองตัวเองในกระจกด้วยสายตาว่างเปล่า เธอไม่ได้มีทีท่าดีใจที่ได้ไปงานเลี้ยงนี้เลยสักนิด “คนมันสวยต่อให้ใส่ชุดคนงานก็ยังสวยค่ะ” ส้มป่อยให้กำลังใจพลางช่วยจัดชายกระโปรงให้เข้าที่ “คุณใบชา เสร็จหรือยังคะ คุณอิงอรให้มาตาม รถสตาร์ตเครื่องรอนานแล้วค่ะ” เสียงแหลมของสายสร้อยดังขึ้นพร้อมกระแทกประตูเปิดเข้ามาโดยไม่ได้ขออนุญาต สายตาของสาวใช้คนสนิทของไข่มุกกวาดมองใบชาตั้งแต่หัวจรดเท้า แววตาฉายความริษยาออกมาวูบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นยิ้มหยัน “มองอะไรของแกสายสร้อย นี่เข้ามาทำไมไม่เคาะประตูก่อน มารยาทน่ะมีไหม” ส้มป่อยที่ยืนอยู่ข้างใบชาแหวขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นสายตาที่ไร้มารยาทของอีกฝ่าย “มารยาทน่ะมี แต่คนมันรีบ คุณอิงอรท่านให้มาตาม เห็นแต่งตัวนานนึกว่าจะสวยหยาดเยิ้ม ที่ไหนได้ แต่งออกมาเรียบซะนึกว่าคนงานจะไปวัด” สายสร้อยที่โดนจี้จุดเรื่องมารยาทถึงกับหน้าตึง พลางกวาดตามองใบชาตั้งแต่หัวจรดเท้าอีกครั้งอย่างจงใจ “เรียบยังไงคุณหนูของฉันก็สวยกว่าเจ้านายแก ที่ชอบแต่งตัวฉูดฉาดหยั่งกับนกแก้วนกขุนทองก็แล้วกัน” ส้มป่อยตอกกลับทันควันพลางก้าวขึ้นมาประจันหน้ากับสายสร้อย “สวยมาจากข้างในน่ะ แกสะกดเป็นไหมสายสร้อย หรือวันๆ มัวแต่ประจบประแจงจนลืมคำว่าความดีไปแล้ว” “อีส้มป่อย! แกด่าใคร” สายสร้อยถลึงตาใส่ ฝ่ามือบางเงื้อขึ้นหวังจะสั่งสอนส้มป่อย “ก็ด่าแกนั่นแหละ ทำไมจะตบเหรอ? เข้ามาสิ ฉันจะตบให้คว่ำลงพื้นเลย จะได้จำใส่หัวไว้ว่าอย่ามาทำกิริยาต่ำๆ ใส่คุณหนูของฉัน” ส้มป่อยไม่ได้เกรงกลัวเลยสักนิด เธอกลับยืดอกท้าทายจนสายสร้อยต้องถอยร่นออกไป “พอได้แล้วส้มป่อย” ใบชาเอ่ยขัดขึ้นก่อนที่เรื่องบานปลายไปมากกว่านี้ “ฝากไว้ก่อนเถอะยัยส้มป่อย” สายสร้อยฮึดฮัด สะบัดหน้าหนี ทว่าด้วยสายตาแทบอยากจะกินเลือดกินเนื้อส้มป่อยเสียให้ได้ “ฝากไว้ก็อย่าลืมมาเอาด้วยแล้วกัน ฉันจะคืนให้ทบต้นทบดอกเลย” ส้มป่อยตะโกนไล่หลังไปอย่างไม่ยอมแพ้ เมื่อถึงที่รถ ใบชาเตรียมจะก้าวขึ้นไป ทว่าส้มป่อยกลับรีบก้าวตามมาเกาะแขนเจ้านายไว้แน่น แววตาเต็มด้วยความกังวล “คุณหนูคะ ให้ส้มป่อยไปด้วยนะคะ ส้มป่อยเป็นห่วง อยากไปคอยดูแลคุณหนู” “จะไปทำไมยัยส้มป่อย” เสียงตวาดลั่นของอิงอรที่นั่งรออยู่ในรถทำเอาทั้งคู่ชะงัก “งานระดับพ่อเลี้ยงเลิศ เขาเชิญเฉพาะแขกผู้ใหญ่ ข้าทาสบริวารอย่างแกจะไปเดินเกะกะทำไม อยู่เฝ้าไร่นี่แหละ อย่าเสนอหน้าไปทำให้ฉันอับอายขายหน้าแขกเหรื่อ” “แต่คุณหนู...” ส้มป่อยหน้าถอดสี น้ำตาคลอด้วยความเจ็บใจที่โดนด่าว่าเป็นทาส “ไม่ต้องหรอกส้มป่อย ชาสัญญาจะดูแลตัวเองดีๆ ส้มป่อยรออยู่ที่นี่นะ” ใบชาบีบมือลูกน้องคนสนิทเบาๆ เพื่อปลอบใจ ก่อนจะก้าวขึ้นรถไปนั่งเบาะข้างหลังอิงอร ที่นั่งหน้าบอกบุญไม่รับอยู่ก่อนแล้ว ในขณะที่รถกำลังจะเคลื่อนตัวออก สายสร้อยที่นั่งอยู่เบาะหน้าข้างคนขับค่อยๆลดกระจกลง เธอจงใจโน้มตัวออกไปมองส้มป่อยที่ยืนกำมือแน่นด้วยความเจ็บใจอยู่ข้างรถ สายสร้อยเบะปากใส่พลางยักคิ้วให้หนึ่งทีอย่างเยาะเย้ยสะใจ ที่ได้เป็นฝ่ายชนะในยกนี้ และแถมยังได้ตามเจ้านายไปงานเลี้ยงหรูในขณะที่ส้มป่อยอยู่เฝ้าไร่ สิงห์ที่ยืนหลบอยู่ในเงามืดของประตูโรงรถ จ้องมองตามแสงไฟท้ายรถที่ค่อยๆ เคลื่อนห่างออกไป จนกระทั่งหายลับไปกับความมืดของถนน “คิดจะรุมกินโต๊ะผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดียวงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ” เสียงทุ้มสบถเบาๆ ในลำคอ เขาทิ้งก้นบุหรี่ที่สูบอยู่ลงบนพื้น แล้วใช้ปลายเท้าเหยียบขยี้จนไฟดับสนิท ก่อนจะเดินเข้าไปหาลุงมั่นในโรงรถ “ลุงมั่นครับ ผมขอยืมกะบะคันเก่าของลุงหน่อยนะ พอดีผมมีธุระด่วนต้องไป ‘จัดการ’” “จะไปไหนล่ะนายช่าง ค่ำมืดป่านนี้แล้ว” ลุงมั่นขมวดคิ้วสงสัย แต่พอได้สบเข้ากับดวงตาที่จริงจังของสิงห์ แกก็ถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง “เออๆ กุญแจเสียบไว้อยู่ที่รถนั่นแหละ ขับระวังๆ หน่อยนะ รถคันนี้มันเก่าแล้ว” “ขอบคุณครับลุง” สิงห์กระโดดขึ้นรถกะบะสภาพเก่าคร่ำครึของลุงมั่น พลางขยับผ้าบัฟขึ้นมาปิดบังใบหน้า เขาจะไม่ยอมให้ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างใบชาต้องเผชิญกับแผนการสกปรกนั่นเพียงลำพังเด็ดขาด ต่อให้ต้องถล่มงานของพ่อเลี้ยงผู้ทรงอิทธิพล เขาก็พร้อมจะทำอย่างไม่ลังเล กะบะคันเก่าพุ่งทะยานออกไปตามทิศทางของรถคันหน้าอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายเดียวคือ ปกป้อง 'สาวน้อย' ของเขาให้พ้นจากเงื้อมมือคนชั่ว แสงไฟสปอตไลต์นับสิบดวงสาดส่องขึ้นสู่ท้องฟ้ายามค่ำคืนเหนือ "ไร่ศิลาเลิศ" จนดูสว่างไสวราวกับกลางวัน รถยนต์หรูราคาแพงหลายสิบคันทยอยขับผ่านซุ้มประตูหินสลักขนาดใหญ่ที่บ่งบอกถึงฐานะอันมั่งคั่งของพ่อเลี้ยงเลิศ บรรยากาศภายในงานเลี้ยงที่จัดขึ้นบริเวณลานกว้างหน้าคฤหาสน์ทรงไทยประยุกต์หลังงาม เต็มไปด้วยเหล่าข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และนักธุรกิจท้องถิ่นที่ต่างพากันมาประจบสอพลอเจ้าของบ้าน เสียงดนตรีบรรเลงขับกล่อมเบาๆ ผสานกับเสียงแก้วไวน์ที่กระทบกันดังแว่วมาเป็นระยะ พ่อเลี้ยงเลิศในชุดสูทผ้าไหมสีเข้มภูมิฐาน ยืนยิ้มละไมอยู่กลางวงล้อมของผู้คน แววตาที่ดูเหมือนผู้ใหญ่ใจดีทว่ามีความร้ายกาจซ่อนอยู่ ข้างกายพ่อเลี้ยงเลิศคือ ‘ไม้’ ลูกชายเพียงคนเดียวที่แต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า “ยินดีด้วยนะพ่อเลี้ยง เห็นว่าคืนนี้จะมีข่าวดีเรื่องงานมงคลของลูกชายด้วยใช่ไหม” แขกเหรื่อคนหนึ่งเอ่ยทักทาย “ครับ อีกประเดี๋ยวคงได้เวลาเปิดตัวเจ้าสาวของตาไม้เขาแล้วล่ะครับ” พ่อเลี้ยงเลิศหัวเราะร่าพลางยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม ภายใต้ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นซ่อนความกระหายเอาไว้ลึกๆ ที่ดินผืนงามของไร่สิงขรนั้นเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในละแวกนี้ ทั้งแหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และดินที่ให้ผลผลิตชาเกรดพรีเมียม ซึ่งไร่ศิลาเลิศของเขาโหยหามานาน หากได้ที่ดินผืนนั้นมารวมกับไร่ของเขา พ่อเลี้ยงเลิศจะกลายเป็นผู้ผูกขาดการส่งออกใบชารายใหญ่ที่สุดในภาคเหนือทันที
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม