EP.15 ส่งมือมาให้พี่

1273 คำ
คำถามที่หลุดออกมาจากปากของพี่สิงห์ทำให้ใบชาชะงักนิ่งไป ความรู้สึกที่เธอพยายามกดทับเอาไว้พรั่งพรูขึ้นมาจนจุกอยู่ที่ลำคอ น้ำเสียงของเขาไม่ได้มีความกวนประสาทหลงเหลืออยู่เลย แต่มันกลับเต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจที่แสนจะอ่อนโยน “พี่สิงห์...” “อยากไปเห็นโลกข้างนอกนั่นไหม ไปเรียนต่ออย่างที่ใจอยาก ไปอยู่ในที่ที่ไม่มีใครบังคับชีวิตชาได้” สิงห์ใช้นิ้วโป้งไล้เบาๆ ที่ข้อมือของเธอ “ถ้าชาอยากไป พี่จะทำให้ทุกคนที่ขวางทาง ถอยออกไปจากชีวิตชาเอง” ใบชามองสบตาพี่สิงห์ผ่านม่านน้ำตาที่เริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้าอีกครั้ง ความอ้างว้างที่เธอเผชิญมาตลอดเหมือนถูกเยียวยาด้วยคำพูดของชายตรงหน้าที่เธอเพิ่งรู้จักไม่นานคนนี้ “พี่พูดเหมือนมันง่าย แต่ชาหนีไปไหนไม่ได้หรอกค่ะ ที่นี่คือทุกอย่างที่พ่อแม่เหลือไว้ให้ชา” “ถ้ามันยาก ก็แค่ส่งมือมาให้พี่” สิงห์กระซิบย้ำ น้ำเสียงทุ้มต่ำนั้นจริงจังเสียจนใบชารู้สึกหวั่นไหวไปทั้งหัวใจ “แล้วพี่จะทำให้ชาเห็นเอง ว่าโลกที่ไม่มีใครกล้ารังแกชาได้มันเป็นยังไง” ใบชาลอบสบตาคมคู่นั้นอย่างใช้ความคิด ในใจหนึ่งก็ตั้งคำถามว่านายช่างอย่างสิงห์จะเอาอะไรไปต่อกรกับอิทธิพลของพ่อเลี้ยงเลิศและน้าอิงอรได้ มีแต่จะยิ่งทำให้เขาเดือนร้อนเพราะเธอ แต่ทว่าความรู้สึกลึกๆ เธอกลับเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างบอกไม่ถูก “ส้มป่อยเล่าให้พี่ฟังแล้วใช่ไหมคะ ว่าชาต้องแต่งงานกับพี่ไม้ ชาถึงจะออกไปจากที่นี้ได้” “บอกแล้ว คนอย่างมัน ไม่คู่ควรแม้แต่จะยืนข้างชาด้วยซ้ำ” เสียงของสิงห์เข้มขึ้นและดุดันอย่างคนไม่สบอารมณ์ เมื่อนึกถึงชื่อผู้ชายที่หวังจะมาชุบมือเปิบเอาของที่เขาหมายตาไว้ไป “แต่พินัยกรรมมันระบุไว้แบบนั้น ชาไม่มีทางเลือก” “แต่งงานกับพี่ไหมชา แล้วออกไปจากที่นี่กัน” คำพูดสั้นๆ ของสิงห์ทำเอาใบชาถึงกับหูดับไปชั่วขณะ คนตัวเล็กชะงักอึ้งจนลืมหายใจ เธอค่อยๆ หันมาสบตากับคนพูดที่ยังคงนั่งหน้านิ่งราวกับว่าสิ่งที่เขาเพิ่งเสนอออกมาเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยอย่างการชวนไปกินข้าว “พี่สิงห์! อย่ามาล้อชาเล่นแบบนี้นะ มันไม่ตลกเลย” “พี่ไม่ได้ล้อเล่น พี่แค่เห็นชากำลังลำบาก พี่เลยจะยอม ‘เสียสละ’ ตัวเองเป็นสามีให้ชาไง” สิงห์ทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงกวนๆ ตามสไตล์พลางยักคิ้วให้คนตัวเล็กเหมือนไม่ได้จริงจังอะไร ทว่าภายใต้ท่าทีหยอกเย้านั้น นัยน์ตาคมกลับวาวโรจน์และแน่วแน่ เพราะในหัวเขาตอนนี้ไม่ได้แค่คิดจะแต่งหลอกๆ แต่มันคือการตีตราจองว่าเธอต้องเป็น ‘เมียสิงห์’ จริงๆต่างหาก “คนบ้า! เสียสละอะไรของพี่ หน้าไม่อาย!” ใบชาแหวใส่พี่สิงห์แก้เขินพลางพยายามผลักอกแกร่งออก แต่สิงห์กลับหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ แขนแกร่งรวบเอวบางให้เข้ามาชิดกว่าเดิม “ก็ถ้าไม่อยากแต่งกับไอ้ไม้หน้าจืดนั่น ก็แต่งกับพี่นี่แหละ เร้าใจกว่าเยอะ ชาไม่สนใจจริงๆ เหรอ?” “ไม่ค่ะ! เลิกพูดเรื่องนี้ไปเลย ชาจะไปทำงานแล้ว” ใบหน้าหวานแดงก่ำเธอรีบสะบัดตัวออกจากวงแขนของคนหน้าไม่อายที่กล้าพูดเรื่องแต่งงานออกมาได้หน้าตาเฉย หัวใจเจ้ากรรมก็ดันเต้นรัวแรงจนเธอกลัวว่าเขาจะได้ยินความรู้สึกข้างใน “อ้าว! ชาจะรีบไปไหน พี่ไม่คิดค่าสินสอดก็ได้” สิงห์ยังไม่วายส่งเสียงกวนประสาทไล่หลัง พลางมองตามร่างเล็กที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งหนีไปทางสวนชาด้วยความเอ็นดู “พี่สิงห์บ้า ชาบอกให้หยุด!” ใบชาไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เธอรีบซอยเท้าถี่ๆ หนีออกไปจากรัศมีของคนเจ้าเล่ห์ให้เร็วที่สุด ‘คนอะไร ทั้งกวนประสาท ทั้งเจ้าเล่ห์’ มือบางยกขึ้นกุมอกข้างซ้ายที่ยังไม่ยอมสงบลงง่ายๆ เธอพึมพำด่าคนตัวโตในใจไปตลอดทาง แต่ก็ทำให้เธอหวั่นไหวไม่น้อยกับคำพูดของคนพี่ สิงห์มองตามแผ่นหลังบางที่หายลับไปหลังพุ่มชาด้วยรอยยิ้มบางๆ อย่างพึงใจ ก่อนที่เสียงสมาร์ทโฟนในกระเป๋ากางเกงจะสั่นครืดคราดขัดจังหวะ เขายกขึ้นดูหน้าจอเห็นว่าเป็นสายเรียกเข้าแบบประชุมกลุ่มจากเพื่อนสนิททั้งสองคน เขากดรับสายพลางพิงหลังกับโขดหินอย่างอารมณ์ดี “ไงมึง ตามล่าฝันเสร็จหรือยังวะ กลับกรุงเทพฯได้แล้วพวกกูเหงาอยากแดกเหล้า” เสียงของเจ็ททะลุกลางปล้องขึ้นมาเป็นคนแรก น้ำเสียงระรื่นที่เต็มไปด้วยการล้อเลียนเพื่อนสนิทอย่างกวนๆ “พวกมึงไม่มีงานทำกันหรือไง ถึงได้ว่างโทรมาจิกกู” สิงห์ตอบกลับเสียงเรียบ ทว่ามุมปากกลับยกยิ้ม เพราะในหัวยังมีภาพใบหน้าจิ้มลิ้มของใบชาที่เขินเขาจนหน้าแดงฉายชัดอยู่ “ไม่ใช่กลับมาพร้อมเมียนะมึง ได้ข่าวว่าเจอ ‘ของดี’ เหรอวะ” ภีมเพื่อนสนิทของสิงห์อีกคนแทรกขึ้น ชาหนุ่มหน้านิ่งแต่ต่อยหนัก เขาเป็นทายาทเจ้าของโรงแรม ทั้งสามสนิทกันตั้งแต่เรียนมหา’ลัย “รถกูพัง ยังหาอะไหล่ไม่ได้เลย คงอีกพักใหญ่กว่าจะกลับ” สิงห์ตอบปัดไปแบบหน้าตาย พลางพ่นควันบุหรี่ออกมาอย่างช้าๆ “อะไหล่บ้าอะไรของมึงวะสิงห์ คนอย่างมึง ถ้าจะเอาจริงๆ สั่งอะไหล่จากกรุงเทพฯ ขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาส่งถึงยอดดอยภายในสามชั่วโมงมึงยังทำได้เลย กูว่า…มึงไม่ได้รออะไหล่หรอก แต่มึงเจอ ‘ของดี’ ที่บอกกูแล้วใช่ป่ะวะ” เจ็ทแย้งขึ้นอย่างรู้ทันสิงห์เป็นอย่างดี เสียงซ่าของน้ำตกที่ดังแทรกเข้ามา สิงห์ขยับยิ้มมุมปากเพียงบางเบา ก่อนจะพูดความจริงออกไป “อืม” คำตอบสั้นๆ เพียงคำเดียวทำเอาปลายสายถึงกับเงียบกริบไปชั่ววินาที ก่อนที่เสียงของเจ็ทจะระเบิดหัวเราะออกมา “นั้นไง! กูว่าแล้ว ฮ่าๆๆ กูชักอยากจะเห็นหน้าแล้วสิ สาวน้อยที่เอาเสืออย่างมึงอยู่หมัดจนไม่อยากกลับกรุงเทพฯแบบนี้ ต้องไม่ธรรมดา!” “แล้วยังไง จะให้พวกกูเตรียมตัดสูทไปงานแต่งเลยไหม หรือจะให้กูเตรียมห้องสวีทที่โรงแรมไว้รอเลย” “พวกมึงนี่มัน ไร้สาระชะมัด” สิงห์ด่าเพื่อนแบบไม่จริงจังนัก แต่หัวใจกลับพองโตอย่างที่สุดเมื่อนึกถึงใบหน้าหวานที่แดงซ่านตอนที่เขาแกล้งขอให้เช็ดหน้าให้ “เออๆ เดี๋ยวกูจัดการธุระทางนี้เสร็จ กูจะพาไปแนะนำให้รู้จักเอง” “โห้! ออกตัวแรงขนาดนี้ พวกกูตั้งตารอเลยครับเพื่อน!” สิงห์กดตัดสายทิ้งพลางส่ายหน้าช้าๆ กับความกวนของเพื่อน เขาขยี้บุหรี่ลงกับเศษหินก่อนจะขยับกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางใช้ความคิดว่าคืนนี้เขาจะจัดการ ‘ไอ้ไม้’ ยังไงไม่ให้ใบชาต้องเสียท่ามัน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม