แนะนำตัวละคร + เปิดเรื่อง

1378 คำ
แนะนำตัวละคร ภูผา โชติฐิติเมธานนท์ หนุ่มหล่อคมเข้ม เจ้าของไร่องุ่นภูผา อายุ 32 ปี สูง 189 ซม. นิสัยนิ่งขรึม เย็นชากับทุกคน ไม่สนใจใคร น้ำเพชร เกื้อนรากุล หญิงสาวปริศนา อายุ 28 ปี สูง 170 นิสัย เรียบร้อย อ่อนโยน ขี้กลัว หัวอ่อน กำพร้าแม่ ทิศเหนือ หมอประจำไร่ที่ภูผาจ้างมาอยู่ที่ไร่เพื่อคอยปฐมพยาบาลคนงานในไร่ เป็นเพื่อนสนิทของภูผาด้วย เฌอเอม ภรรยาคนสวยของทิศเหนือ จอม คนงานในไร่ภูผา สร้อย พนักงานคาเฟ่ในไร่ภูผา ดนัย ลูกพี่ลูกน้องกับภูผา ปิ่นมุก อดีตคนรักของภูผา กองพล พ่อของน้ำเพชร มุกดา แม่เลี้ยงของน้ำเพชร และเป็นแม่แท้ๆของน้ำฟ้า น้ำฟ้า น้องสาวคนละแม่ของน้ำเพชร ................... ดึกสงัดของค่ำคืนหนึ่ง รถกะบะแกร่งวิ่งมาด้วยความเร็วสูง เพราะช่วงเวลานั้นไม่มีรถแล่นผ่าน ทำให้คนขับมั่นใจว่าไม่น่าจะเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะความเหนื่อยล้า ง่วงนอนและอยากจะพักผ่อนเต็มที ทำให้เขาเหยียบคันเร่งจนมิด แม้ฝนจะตก แต่ความชำนาญในเส้นทางทำให้เขาไม่เกรงกลัวอะไร พ่อเลี้ยงภูผา เจ้าของไร่ภูผา ที่ไปส่งไวน์องุ่นด้วยตัวเองให้กับลูกค้าที่อยู่ในเมือง เพราะลูกค้าสั่งมาว่าอยากให้ภูผาเป็นคนไปส่ง ด้วยหน้าตาที่หล่อคมเข้มตามประสาหนุ่มชาวไร่ ถูกตาต้องใจสาวๆที่ผ่านพบ ภูผา โชติฐิติเมธานนท์ หนุ่มหล่อคมเข้มตามสไตล์หนุ่มชาวไร่ที่ตากแดดตากลมทำงานในไร่แบบไม่สนใจใคร ผู้ชายที่มีหัวใจเย็นชาดุจน้ำแข็ง ที่มาของความเย็นชานี้ มาจากอดีตคนรักที่กำลังจะแต่งงานกัน ทรยศหักหลังเขาหนีไปกับอดีตนายทุนที่ร่วมลงทุนธุรกิจกับเขา เป็นผู้ที่มีอิทธิพลและมีฐานะร่ำรวยมาก สร้างความเจ็บช้ำน้ำใจให้เขามากมาย อดีตของภูผา คือนักธุรกิจผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีความสามารถเรียกว่าหาตัวจับได้ยาก แต่เลือกที่จะทิ้งทุกอย่างและให้ดนัยลูกพี่ลูกน้องที่เติบโตมาด้วยกันดูแลแทนโดยภูผาจะคอยเป็นที่ปรึกษาอยู่ข้างหลัง 1 ปีแห่งความเสียใจจนแทบจะไม่เป็นผู้เป็นคน หลังจากที่สภาพจิตใจดีขึ้น เขาจึงตัดสินใจทิ้งทุกอย่างในเมือง มากว้านซื้อที่ดินแห่งหนึ่งนับพันไร่ แล้วใช้ชีวิตเป็นหนุ่มชาวไร่ เขามุ่งมั่นทำงาน ทำงาน และทำงาน เพื่อลืมความเจ็บปวดที่อดีตคนรักเคยทำไว้กับเขา จนทุกวันนี้ ผ่านมาแล้ว 5 ปี เขาทำให้ไร่ภูผาเป็นที่รู้จัก มีคาเฟ่ มีรีสอร์ท มีโรงบ่มไวน์ ซึ่งเขาเป็นคนคิดค้นเอง ก่อร่างสร้างทุกอย่างขึ้นมาเองทั้งหมด ไวน์ของเขาได้รับความนิยมในหมู่คนรวย มหาเศรษฐี และกำลังจะออกสู่ตลาดโลก ทุกวันนี้ไร่ภูผา กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่บรรดานักท่องเที่ยวต้องแวะมา แม้จะประสบความสำเร็จในงานที่ลงทุนสร้าง แต่ภูผาก็ยังไม่หยุดทำ ไม่หยุดพัฒนา เขายังคงเดินหน้า เก็บเกี่ยวประสบการณ์และต่อยอดขึ้นไปเรื่อยๆ ภูผาขับรถมาคนเดียว ด้วยระยะทางอีกเกือบ 1 กิโลเมตร จะถึงไร่ภูผา สองข้างทางจึงเป็นป่ารก ฝนที่โปรยปรายลงมา ทำให้พอมองเห็นทางบ้างแม้จะไม่ชัดเท่าไหร่นัก ทันใดนั้น ปรากฎร่างสีขาววิ่งออกมาจากข้างทางมาหยุดกลางถนนในขณะที่รถของเขากำลังวิ่งมา ด้วยความเร็ว ด้วยความตกใจ ภูผาแตะเบรกทันที และด้วยความชำนาญในการขับรถ รถจึงไม่ไหลหรือพลิกคว่ำ กอบกับมีระบบเบรคที่เขาติดตั้งมาอย่างดี ชายหนุ่มเบิกตาโพลงตื่นตระหนก แต่เขาแน่ใจว่าไม่ชน เขาหรี่ตามองร่างนั้นก็ล้มลงไปทันที ด้วยความที่สองข้างทางเป็นป่า เขาจึงต้องระวังตัวตลอด ภูผาหยิบปืนที่เขาเอาติดรถลงไปด้วย ขึ้นลำเตรียมพร้อม เพราะไม่แน่ใจว่าคนที่วิ่งตัดหน้ารถเขานั้น เป็นมิจฉาชีพรึเปล่า ชายหนุ่มค่อยๆเปิดประตูลงมา มองซ้ายขวาหน้าหลัง ระวังตัวทุกย่างก้าว จนเดินไปถึงร่างที่นอนอยู่ ปรากฎร่างเป็นผู้หญิง เห็นหน้าไม่ชัดเท่าไหร่ แต่ก็พอมองเห็นลางๆจัดว่าหน้าตาดี รูปร่างดี แต่เขายังไม่ไว้ใจ กวาดตามองรอบตัว ดูว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ ก็ไม่พบ เขาก้มลงเอานิ้วไปอังที่จมูก สังเกตทุกอย่างบนร่างกายนั้น ' ยังหายใจอยู่ แถวนี้มีแต่ป่า ทำไมวิ่งออกมาแบบนี้ แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ รองเท้าก็ไม่ใส่ กระโปรงที่ยาวถึงหน้าแข้งขาดแหว่งวิ่น เหมือนวิ่งหนีอะไรมา ' เมื่อแน่ใจว่าไม่ใช่มิจฉาชีพ เขาจึงจัดการอุ้มหญิงสาวขึ้นรถ ขับกลับไปที่ไร่ ที่ไม่พาไปโรงพยาบาล เพราะไกลมากแล้ว จากจุดนี้ถ้าย้อนกลับไปโรงพยาบาลก็หลายสิบกิโล แต่อีกไม่ถึงกิโลก็จะถึงไร่ภูผา ที่ไร่ของเขาจะมีเพื่อนของเขาที่เป็นหมอประจำที่เขาจ้างมาอยู่ที่ไร่ เพราะคนงานของเขามีเป็นร้อยชีวิต เกิดเป็นอะไรขึ้นมาก็จะได้รักษาเบื้องต้นได้ทัน ภูผาจัดการอุ้มร่างบางขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว มุ่งหน้าสู่ไร่ภูผาในทันที " ไอ้เหนือ ไอ้เหนือ " ภูผายืนตะโกนเรียกเพื่อนอยู่หน้าบ้านพัก ที่ด้านล่างเปิดเป็นห้องพยาบาลสำหรับการปฐมพยาบาลเบื้องต้น " ว่าไงไอ้ภู เฮ้ย !! ใครน่ะเป็นอะไรมา " ทิศเหนือตกใจเมื่อเห็นภูผาอุ้มหญิงสาวคนหนึ่งมาด้วย " อย่าพึ่งถามเลย เปิดประตูก่อน " ทิศเหนือจึงรีบเปิดประตูห้องพยาบาล จากนั้นภูผาจึงวางร่างบางลงที่เตียงคนไข้ ทิศเหนือตรวจดูอาการ ไม่พบบาดแผลตามร่างกาย มีเพียงรอยขีดข่วนที่เท้าและหน้าขาเต็มไปหมด เมื่อจับชีพจนพบว่าร่างกายอ่อนเพลียมาก ทิศเหนือจึงได้เรียกเฌอเอมแฟนสาวออกมา " เอม เอม " ร่างบางเดินงัวเงียออกมาจากห้องนอน " ค่ะ ว่าไงคะ " " ขอโทษที่ปลุกนะ แต่ช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนเจ็บหน่อย " เฌอเอมมองคนที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ ก็ต้องแปลกใจระคนตกใจเมื่อเห็นสภาพคนที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้ " ใครคะเนี่ย ไม่เคยเห็นหน้าเลย " " ไม่ใช่คนที่นี่หรอก รีบเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเถอะ เดี๋ยวพี่ต้องให้น้ำเกลืออีก " " ค่ะ ๆ เดี๋ยวเอมเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เดี๋ยวนี้แหละ " เฌอเอมจัดการเช็ดตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า ระหว่างนี้ทิศเหนือจึงออกไปคุยกับภูผาด้านนอก " เป็นไงมั่ง " ภูผาถาม " ดูจากอาการไม่มีบาดแผลจากการถูกทำร้าย นอกจากรอยขีดข่วนที่ข้อเท้าและบาดแผลที่ฝ่าเท้านิดหนอย นายไม่เจอเธอได้ยังไง " " อยู่ดีดีก็วิ่งตัดหน้ารถ ฉันก็เบรกตัวโก่งเลย แต่ดูแล้วไม่น่าชน " " จากที่ดูไม่มีรอยถูกชนนะ ที่สลบไปน่าจะมาจากร่างกายอ่อนเพลียมาก เดี๋ยวรอเอมเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้า ให้น้ำเกลือพรุ่งนี้เช้าน่าจะค่อยๆดีขึ้น " ขณะนั้นเฌอเอมที่เช็ดตัวและเปลี่ยนเสื้อผ้าให้คนเจ็บเสร็จแล้ว เดินออกมาพอดี " เสร็จแล้วค่ะพี่หมอ " ทิศเหนือจึงเข้าไปเจาะแขนให้น้ำเกลือ " เออ ฉันไปนอนก่อนนะ เหนื่อยมาทั้งวัน ฝากด้วยละกัน " " เออ นายกลับไปพักผ่อนเถอะ " ภูผาเดินกลับไปที่บ้านพักของตัวเอง ด้วยความอ่อนล้า เพราะเขาเหนื่อยมากจริงๆ จากนั้นทิศเหนือจึงเข้าไปดูร่างบางที่นอนหมดสติ " หน้าตาผิวพรรณ สวยมากนะคะพี่หมอติดตรงผอมไปหน่อย น่าจะไม่ใช่คนแถวนี้ ไม่เหมือนสาวชาวไร่เลยค่ะ " " นั่นสิ เหมือนหนีอะไรมาเลย " " น่าสงสารนะคะ " " ไป เราไปพักผ่อนกันเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า " " แล้วเค้าจะไม่ตื่นเหรอคะพี่หมอ " " สภาพอย่างนี้ น่าจะอีกนานเลยกว่าจะตื่น " สองสามีภรรยาเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อพักผ่อนต่อ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม