"กูไม่ได้ล้อเล่น" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นโดยแววตาคมไร้แววล้อเล่น ฝ่ามือหนายังคงฟอนเฟ้นส่วนโค้งเว้าไม่ห่าง ผิวเนียนละเอียดยิ่งสัมผัสยิ่งรู้สึกเพลิดเพลิน ลมหายใจหอบกระเส่าเมื่อครู่ยังไม่คงที่เป็นปกติ
"ไม่เอาอ่ะ"ศีรษะเล็กส่ายไปมาเป็นพัลวัน เธอมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยแววตาแข็งค้าง ดวงตากลมใสตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด มือเรียวเล็กกุมหน้าอกข้างซ้ายครู่หนึ่งเมื่อรู้สึกถึงการบีบรัดอย่างผิดปกติ เลือดในกายสูบฉีดพุ่งพล่านจนรู้สึกเห่อร้อนไปทั่วทั้งใบหน้าและลำคอ ความรู้สึกแปลกประหลาดยากจะอธิบายกำลังจู่โจมจนเธอรู้สึกไม่เป็นตัวเอง
นาทีมองท่าทีกะอักกระอ่วนของเพื่อนตัวเล็กอย่างนึกตลก มือขาวเรียวเล็กจัดแจงเสื้อผ้าดูแล้วสะเปะสะปะอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่สองมือเล็กกำลังจัดแจงเสื้อผ้าให้อยู่ในสภาพปกติ ทว่าดวงตากลมกลิ้งกลอกไปมาอย่างประหม่า มันไม่หันมาสบตาเขาสักนิดเอาแต่ก้มหน้าหลบตาอยู่อย่างนั้น ไม่สมกับความมั่นที่สั่งสมมาเป็นเวลานานของมันเลยสักนิด
"เพราะ?" เขาถามเสียงเรียบเหลือบมองร่างเล็กอย่างไม่เข้าใจ โดยมือหนาใช้จัดการท่อนลำให้เข้าที่เข้าทางรูดซิปปิดจนส่วนกลางลำตัวกลับสู่สภาวะปกติ
ก็ในเมื่อทิ่มกันไม่รู้กี่รอบแล้ว แตกในกันก็ไม่รู้กี่น้ำเขาเองก็ไม่ได้นับ แทนที่จะคบกันให้จบ ๆ ไปไม่ดีกว่าเหรอ…
"ผิดผี เดี๋ยวฟ้าก็ผ่า"คนตัวเล็กถลึงตาใส่เพื่อนรักพร้อมกับคำตอบที่เรียกได้ว่าปัญญาอ่อนที่สุดในชีวิตนี้
อันที่จริงเธอเพียงแค่ไม่รู้จะหาเหตุผลไหนมาตอบมันเพราะสมองอันน้อยประหม่าเกินกว่าจะประมวลผลเหตุการณ์นี้ได้จึงตอบไปแบบส่ง ๆ พอดีกับที่จัดการชุดนักศึกษาที่ไร้ชั้นในถูกจัดให้เข้ารูปเข้ารอยเรียบร้อยจึงก้าวลงบันไดเพื่อพาตนเองออกจากสถานะการณ์ไม่ปกตินี้
"เดี๋ยว!!"เขาเดินมาขวางหน้าเพื่อนตัวเล็กเอาไว้ ดวงตาคมเหลือบมองเบื้องล่างของเรียวขาขาวที่ขึ้นสีแดงจาง ๆ หลังถูกเขาสัมผัสมันอย่างรุนแรง
"อะไรอีกล่ะ"ความหงุดหงิดถูกส่งผ่านน้ำเสียงแผ่วเบาของเพื่อนตัวเล็กที่ถูกรั้งแขนเอาไว้ เธออยากหนีไปจากบรรยากาศน่าอึดอัดตรงนี้เร็ว ๆ
เอ๋ยมองภาพชายหนุ่มที่ทรุดกายลงตรงหน้า มือหนากำผ้าเช็ดหน้าสีเข้มเช็ดคราบน้ำกามที่เลอะออกมาตรงระหว่างขาเรียว นาทีบรรจงเช็ดน้ำเหนียวอย่างนุ่มนวลจนมั่นใจว่าน้ำที่เขาปลดปล่อยจนเต็มรูนั้นไม่ไหลอกมาเลอะขาอีก ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นเต็มความสูงอีกครั้ง
"ขอบใจ เอาผ้ามาเดี๋ยวกูซักให้"เธอยื่นมือออกไปปรับผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น
"มึงจะซักจริงหรอ?"คิ้วเข้มยกขึ้นเล็กน้อย เอ่ยปากถามเพื่อนสาวอย่างรู้ทัน ริมฝีปากหยักกดยิ้มร้าย
เป็นเขารู้จักมันดีที่สุด คุณหนูเอ๋ยที่ไม่เคยตกระกำลำบาก งานบ้านงานเรือนไม่เคยหยิบจับ ขนาดน้ำที่ดื่มเสร็จแล้วยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแก้วนั้นต้องล้างอย่างไร หรือแม้แต่จานที่ห้องเขาก็เป็นมันนี่แหละที่ทำแตกไม่รู้กี่ใบเพราะความหวังดีอยากจะช่วยล้างให้ อย่าได้คิดเชียวว่ามันจะซักผ้าเองอย่างที่พูด
"เออ กะ...ก็ให้แม่บ้านซักไง"เสียงเล็กตอบตะกุกตะกักเมื่อถูกจับได้ เกิดมาเธอยังไม่เคยซักผ้าสักครั้ง ก็ถูกของมันอีกนั่นแหละเธอไม่มีทางซักเองแน่นอน มือเรียวชักกลับมาแนบข้างลำตัวดังเดิม
"หึ! น้ำกู เดี๋ยวกูซักเอง"พูดเสร็จผ้าเช็ดหน้าที่เลอะน้ำกามขาวข้นก็ถูกยัดลงไปในกระเป๋ากางเกงตัวแพง ร่างสูงเด่นก้าวเดินออกไปจากบริเวณนั้นโดยไม่ได้สนใจเพื่อนตัวเล็กที่ยืนทำหน้าไม่ถูกอยู่ที่เดิม บรรยากาศแบบนี้เธอไม่ชอบเลย
"นาที เดี๋ยวก่อน!! รอด้วย"เสียงใสเปล่งออกมาพร้อมขาสั้นที่กำลังเร่งเดินลงบันไดตามเพื่อนรักไป เท้าเล็กบนส้นสูงขนาดสามนิ้วครึ่งช่างเป็นอุปสรรคจนรู้สึกรำคาญใจ แต่ด้วยส่วนสูงเพียงแค่ร้อยหกสิบพอดีจะให้เธอใส่รองเท้าไม่มีส้นเธอคงไม่ทำอย่างแน่นอน
"รีบเดินไปตามควายหรือไงวะ?"เมื่อรู้สึกถึงระยะห่างที่มากขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับความหงุดหงิดของหญิงสาวก็ยิ่งเพิ่มขึ้น เสียงเล็กเริ่มบ่นกระปอดกระแปดปนกับเสียงหอบหายใจ เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งลงมาเกือบถึงชั้นล่างโดยที่นาทีไม่คิดจะรอกันสักนิด ทั้งช่วงล่างที่ไร้ชั้นในเริ่มมีความรู้สึกนั้นขึ้นมาอีกครั้ง
พลั่กกก!!
"ครับเพื่อน"
"โอ้ยย!!"ร่างเล็กเซถอยหลังไปเล็กน้อย มือเรียวคว้าราวบันไดเอาไว้เพื่อไม่ให้ล้มลง ร่างสูงใหญ่ที่หยุดกระทันหันทำให้เธอที่เอาแต่หลับหูหลับตาวิ่งตามไม่ทันระวังพุ่งชนหลังแข็ง ๆ ของมันเต็มแรง
มือเรียวลูบสันจมูกเชิดรั้นของตัวเอง ดีแค่ไหนที่ได้ไม่ได้เสริมเติมแต่ง ไม่อย่างนั้นเธอคงต้องรีบกลับไปให้หมอแก้ให้ด่วนแน่นอนชนแรงขนาดนี้
"ไม่ได้เดินตามควาย แต่ควายเดินตามกูต่างหาก"น้ำเสียงนิ่งสนิทขัดกับหน้าตายียวนกวนประสาท รอยยิ้มอย่างผู้ชนะส่งมาให้หญิงสาวตรงหน้า เขายืนกอดอกมองท่าทีของเพื่อนเอาแต่ใจ
"หยุดเดินไม่บอก เจ็บนะเว้ย!!"สันจมูกเล็กเกิดรอยแดงจากการพุ่งชนของแข็ง แต่ไม่ได้เป็นอุปสรรคในการพร่ำบ่น ยิ่งเห็นใบหน้ากวนประสาทของมันยิ่งรู้สึกอยากข่วนหน้าใสนั่นให้เป็นรอย ไวกว่าความคิดขาเรียวยกขึ้นเตะไปที่หน้าแข้งของนาทีเพื่อระบายความโกรธเกรี้ยวที่สุมอยู่ในอก
"อย่ายกขาสูง กลีบมึงโผล่แล้ว"เขารับขาสั้น ๆ ของมันไว้ทันก่อนจะดันมันกลับไป ร่างสูงใหญ่โน้มตัวลงกระซิบข้างใบหูขาวสะอาดเพื่อให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน ดวงตาคมสอดส่ายรอบด้าน
สิ่งที่เขาพูดนั้นไม่เกินจริง นี่คือชั้นสองซึ่งเดินลงไปเพียงไม่กี่ขั้นบันไดก็เจอนักศึกษาคนอื่น ด้วยความสั้นของเศษผ้าที่ปกปิดส่วนล่างแค่ยกขานิดเดียวกลีบเนื้อด้านในก็แทบจะปรากฏสู่สายตาได้ไม่ยาก
"มึงแกล้งกู"กำปั้นน้อยต่อยลงบนหน้าอกกว้างของนาที ด้วยความแข็งของแผ่นอกนั้นมันทำให้เธอเจ็บมือจนคิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน
"แล้วไงครับ เพื่อน"ร่างสูงโน้มมาใกล้คนเตี้ยกว่า เขาจงใจกวนประสาทมันโดยเน้นคำว่าเพื่อนนั้นอย่างชัดเจนเป็นครั้งที่สอง ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่ความรู้สึกเขาตอนนี้จะว่าโกรธก็ไม่เชิง
แต่ในเมื่อคนสองคนมีความคิดเห็นไม่ตรงกันแล้วเขาจะทำอย่างไรได้อีก เพียงแต่ตอนนี้รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกก็เท่านั้นเอง
"นี่มึงโกรธกูเหรอ?"เธอตัดสินใจถามเพื่อนรักไปตรง ๆ ดูจากท่าทางของมันหลังจากถูกเธอปฏิเสธเธอไม่ได้คิดไปเองว่ามันโกรธ
"เรื่อง?"เสียงทุ้มถามออกไปด้วยท่าทีสบาย ๆ ราวกับไม่ได้คิดอะไรมากกับเรื่องก่อนหน้านี้
"ที่กู...ไม่คบกับมึง"ในประโยคหลังเธอพูดเสียงแผ่วเบาเพราะเกรงว่าใครจะมาได้ยินสิ่งที่เรากำลังคุยกัน
"มึงไม่ได้สวยขนาดนั้น อย่ามั่น!!"นิ้วเรียวยาวจิ้มลงบนหน้าผากเกลี้ยงใส ก่อนออกแรงดันไปเล็กน้อยก็ทำให้ร่างเล็กหน้าแทบหงายได้เช่นกัน
"อ้าว!!"
"กูกลับก่อน มึงก็กลับได้แล้ว"
เขาเหนื่อยที่จะต่อล้อต่อเถียงกับคุณหนูเอ๋ยคนเอาแต่ใจจึงหันหลังเตรียมจะหนีอย่างเช่นทุกครั้ง ทว่ามันกลับรีบทักท้วงขึ้นมาซะก่อน
"รีบไปไหนของมึง"ท่าทางรีบร้อนจากไปของเพื่อนยิ่งมองยิ่งมีพิรุธ
"กูมีนัด"
"กับเด็กวิศวะคนนั้นหรอ?"เสียงใสเอ่ยถามแทบจะทันที ในใจราวกลับมีบางสิ่งกำลังประท้วงอยู่เล็กน้อย นี่ไม่ใช่ว่าเธอหวั่นไหวกับเพื่อนสนิท แล้วมันดันเป็นเกย์น่ะเหรอ? บ้าน่าเอ๋ย นี่โดนมันด่าจนสมองกลับขนาดนี้เลยหรอ?
ความคิดมากมายวนเวียนอยู่ในหัวสมองของคนตัวเล็ก ทั้งด้านบวกและด้านลบถกเถียงตบตีกันไปมาจนยุ่งเหยิง หญิงสาวไม่รู้ว่าจะต้องจัดการกับความรู้สึกนึกคิดในตอนนี้อย่างไรดีจึงได้แต่ยืนเหม่อลอยอยู่ครู่หนึ่ง
"เออ กูไปละ"เขามองเพื่อนตัวเล็กที่กำลังเหม่อลอย สักพักก็ส่ายหัวน้อย ๆ ไปมาคล้ายกับวิญญาณล่องลอยออกจากร่างไปไกล มันคงกำลังคิดอะไรไร้สาระอยู่แน่ล่ะ เขาไม่อยากเสียเวลาคุยด้วยแล้ว
"เดี๋ยวดิ! เอากูไปส่งก่อน"เสียงใสเอ่ยรั้งเพื่อนตัวโตอีกครั้ง พร้อมกับก้าวเดินอย่างเร่งรีบตามหลังมันไปทางลานจอดรถ ขาเรียวบดเบียดไปมาจนรู้สึกว่าร่องรูเริ่มขับน้ำเ****นออกมาอีกครั้ง
"กูไม่ใช่ผัว จะให้ดูแลขนาดนั้นก็หาผัวเป็นของตัวเองซะ"เขาตะโกนใส่หน้ามันไปก่อนขายาวจะก้าวขึ้นรถแล้วปิดประตูเสียงดังปัง คันเร่งถูกเหยียบแทบจะทันทีที่รถถูกถอยให้อยู่ในทิศทางที่ถูกต้อง พลันรถยนต์คันหรูพุ่งตัวออกจากลานจอดรถคณะโดยที่ไม่สนใจเพื่อนตัวเล็กที่ยืนอ้าปากพะงาบ ๆ อยู่บริเวณนั้นสักนิด
ดวงตากลมโตเหม่อมองไปยังรถยนต์ของเพื่อนสนิทที่ห่างออกไปทีละนิดจนกระทั่งลับสายตา พลันก้มหน้าลงมองปลายเท้าของตนเองราวกับสิ้นไร้หนทาง
"ดูก็รู้ว่ามึงโกรธ เป็นเพื่อนกันก็ดีอยู่แล้วป่าววะ?" เอ๋ยพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่วเบา