bc

เมื่อเทพมังกรตัวร้ายกลับกลายเป็นไอต้าวน่ารัก [ฮาเร็ม 2p-7p]

book_age18+
349
ติดตาม
1.9K
อ่าน
วันไนท์สแตนด์
จบสุข
เดินทางข้ามเวลา
หวาน
ลึกลับ
จากศัตรูกลายเป็นคู่รัก
polygamy
like
intro-logo
คำนิยม

เพียงการนอนหลับในยามค่ำคืน แต่เมื่อลืมตาตื่น หญิงสาวผู้หลงรักการกินอย่าง ‘อันฉี’ ก็ต้องมาอยู่ในร่างเทพมังกรขาว 'ฉีเหวิน' อย่างไม่มีทางเลือกเสียได้ แล้วท่าทางไม่เต็มใจกับสถานะชวนสงสัยอย่าง ‘ว่าที่สามี’ ของคนพวกนี้นี่มันหมายความว่าอย่างไร!? เหตุใดพวกเขาถึงทำท่าทางราวกับข้าเป็นคนบังคับให้ ‘พวกเขา’ ต้องจำใจรับสถานะนี้อย่างนั้นล่ะ!?

หึ! ไม่อยากแต่งกับข้านักใช่หรือไม่?

เช่นนั้นในฐานะผู้หญิงยุค 5G 'เสี่ยวฉี' ผู้นี้ จะขอคืนอิสรภาพให้แก่พวกท่านเอง!

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
บทที่ 1 จุดเริ่มต้น
เป็นเวลากว่าสองวันแล้ว ที่หญิงสาวนาม ‘อันฉี’ เอาแต่ขังตัวเองอยู่ในห้อง หลังจากที่เธอลืมตาตื่นขึ้นมา และพบว่าตัวเองกำลังอยู่ในร่างของใครก็ไม่ทราบ อันฉีได้แต่ถามตัวเองซ้ำ ๆ ว่าก่อนจะนอนหลับไปในคืนนั้น ตนไปทำอะไรมา เหตุใดเรื่องราวเหนือธรรมชาติอย่างการทะลุมิติถึงมาเกิดขึ้นกับเธอได้ ดวงตากลมใสของคนที่เพิ่งตื่นจากห้วงนิทรา เหลือบมองไปยังกระจกบานใหญ่บนโต๊ะเครื่องแป้งด้วยความหวาดหวั่น ก่อนที่ลมหายใจเฮือกใหญ่จะถูกพ่นออกมาอีกครั้ง เพราะไม่ว่าเธอจะพยายามนอนหลับไปสักกี่หน เธอก็ไม่สามารถกลับไปยังสถานที่ที่เธอจากมาได้เสียที แม้เจ้าของร่างที่เธอเข้ามาอยู่ในตอนนี้จะสวยหยาดเยิ้มไม่ต่างจากนางฟ้านางสวรรค์เลยสักนิด แต่สิ่งเหล่านี้ก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว “ก็ดีใจอยู่หรอกนะ ที่แค่หลับไปตื่นเดียว พอตื่นขึ้นมาปุ๊บก็ได้เป็นคนสวยเลย แต่ฉันก็ไม่ได้อยากมาอยู่ในร่างใครก็ไม่รู้แบบนี้นี่นา! ถ้าเกิดนอนแล้วตื่นขึ้นมาอยู่ในร่างนางเอกนิยายที่เคยอ่านมาแล้ว หรืออะไรทำนองนั้น ยังจะดีกว่าเลย...!” อันฉีโอดครวญกับตัวเอง โดยไม่สนใจเลยสักนิดว่าจะมีใครได้ยินคำพูดเหล่านั้น พูดก็พูดเถอะ หลังจากวันแรกที่เธอตื่นขึ้นมาแล้วอาละวาดไล่หญิงรับใช้ออกไปนั่น อันฉีก็คิดว่าคงจะไม่มีใครกล้าเข้ามาเหยียบเรือนหลังนี้ก่อนที่เธอสั่งอีกแล้ว เพราะดูจากปฏิกิริยาของคนเหล่านั้น เธอก็สามารถคาดเดาได้แล้ว ว่าเจ้าของร่างคนเก่าคงจะเคยแผลงฤทธิ์เอาไว้ไม่น้อย ทุกคนถึงได้ดูหวาดกลัวเธอถึงเพียงนี้ “นี่ฉันทะลุมิติมาอยู่ในร่างสาวสวยนิสัยเสียหรือไงกัน!? ...แต่เรื่องนิสัยจะยังไงก็ช่างเถอะ ขออย่างเดียว อย่ามีจุดจบดับอนาถก็พอ!” อันฉีพูดกับตัวเองอย่างปลงตก ก่อนจะเริ่มสังเกตร่างที่ตนอาศัยอยู่อย่างพินิจพิจารณา ดวงตากลมโตสีทองอร่ามช่างเปล่งประกายงดงามราวกับอัญมณีต้องแสงสุริยา ร่างกายบอบบางขาวสล้างดูไม่ต่างอะไรกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบชั้นสูงเลยสักนิด เมื่อประกอบรวมกับกลุ่มผมนุ่มละมุนสีส้มแสดซึ่งยาวลงไปถึงสะโพกด้านหลัง หากบอกว่าเจ้าของร่างเป็นนางฟ้านางสวรรค์ เธอเชื่อว่าคงจะไม่มีใครสักคนที่คิดจะคัดค้าน เรียกได้ว่า หากบอกว่าร่างนี้ ‘งดงามจนแทบลืมหายใจ’ ก็เป็นอะไรที่ไม่เกินจริงเลยสักนิดเดียว เมื่อเทียบกับผู้หญิงน้ำหนักหกสิบปลายอย่างอันฉี ที่มีหน้าตาอยู่ในระดับมาตรฐานทั่วไป ถือว่าแตกต่างกันราวฟ้ากับดินเลยก็ว่าได้ สองมือถูกยกขึ้นมาประสานกันที่กลางอกอย่างรวดเร็ว ขณะที่เธอทิ้งตัวนอนหงายลงบนเตียงอีกครั้ง โดยไม่สนใจว่าการกระทำเหล่านั้นจะทำให้เสื้อผ้าและเส้นผมรกรุงรังขนาดไหน อันฉีหลับตาแน่นพลางคิดถึงห้องพักรูหนูที่ตนเช่าไว้พักอาศัยในใจ ขณะที่ภาวนากับพระเจ้าที่ไม่รู้ว่ามีอยู่จริงไหมไปพร้อม ๆ กัน แม้เธอจะเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่อาศัยเงินมรดกจำนวนไม่มากมายซึ่งพ่อแม่เหลือทิ้งไว้ให้ในการหล่อเลี้ยงชีวิตก็ตาม แต่อันฉียังมีความฝันอันแสนยิ่งใหญ่อย่างการตะลอนกินอาหารอร่อยทั่วโลกรอเธออยู่! ดังนั้นหากมีโอกาสเลือก อย่างไรเสีย เธอก็อยากกลับไปยังที่ที่ตนจากมามากกว่า!! “พระเจ้าเจ้าขา... หนูสาบานเลยว่า ถ้าหนูลืมตาขึ้นมาอีกทีแล้วอยู่ร่างหมูอ้วนของตัวเอง หนูจะยอมเข้าฟิตเนสห้าวันต่อสัปดาห์ จนกว่าจะหุ่นดีเท่าเจ้าของร่างนี้เลยก็ได้! จะให้หนูงดชานมไข่มุกเดือนหนึ่งด้วยก็ได้! แต่ช่วยพาหนูกลับไปในร่างตัวเองทีนะคะ!!” มีเพียงความเงียบที่ปกคลุมอยู่รอบกาย อันฉีแทบจะไม่อยากลืมตาขึ้นมาเลยหลังจากคำขอนั้น เธอพยายามที่จะนอนหลับอีกครั้งและอีกครั้ง กระทั่งเวลาผ่านไปอีกสักพัก เสียงโวยวายก็หวีดลั่นขึ้นมาทั่วเรือนอีกจนได้ ให้ตายเถอะ!! ถ้ายังกลับร่างไม่ได้แบบนี้ แล้วเธอจะทำยังไงต่อไปดีละเนี่ย!? เสียงกรีดร้องที่ดังมาให้ได้ยินถึงอีกฟากฝั่งของเรือน ทำเอา ‘เฟยหลง’ ที่เพิ่งอ่านจดหมายด่วนจากพี่ชายต่างมารดาจบได้แต่ลอบถอนหายใจปลง เพราะเพียงไม่นานหลังจากที่น้ำเสียงหลอนหูนั้นหยุดลง เสียงเคาะประตูอย่างเร่งเร้าก็ดังขึ้นที่หน้าห้องตนจนได้... “ข้ากำลังจะออกไป” ชายหนุ่มครึ่งมนุษย์ครึ่งเทพตะโกนบอกแขกผู้มาเยือนด้วยน้ำเสียงเนิบนาบ ก่อนจะถือจดหมายที่ได้รับมาเมื่อครู่ติดตัวมาและลุกเดินจากโต๊ะกลมที่ตนนั่งพักจิบชาไปยังประตูหน้าห้อง ประตูไม้ที่ถูกสลักลายไว้อย่างอ่อนช้อย ถูกเปิดออกต้อนรับแขกด้านนอกอย่างไม่เร่งรีบนัก แม้เสียงเคาะที่ดังขึ้นหลายต่อหลายครั้งนั่นจะแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ที่ไม่ได้ดีเท่าไหร่นัก แต่สิ่งเหล่านั้นก็มิได้ทำให้ความสุภาพและใจเย็นของเฟยหลงลดลงเลยแม้แต่น้อย ทันทีที่ประตูไม้ถูกเปิดออก ภาพของบุรุษทั้งสี่ที่ไม่มีความเข้ากันเลยสักนิดก็ปรากฏแก่สายตาของมนุษย์ครึ่งเทพ แม้ลึก ๆ เขาจะพอคาดเดาได้ถึงสาเหตุที่ทุกคนมารวมกลุ่มกัน ณ ที่แห่งนี้ แต่กระนั้นเฟยหลงก็อดไม่ได้ที่จะทำทีประหนึ่งไม่รู้ไม่ชี้ และถามออกไป แม้จะเห็นใบหน้ายับยู่ยี่ของพวกเขาก็ตาม “พวกเจ้ามีธุระอะไรกับข้างั้นหรือ?” ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผู้มีผมเปียสีเพลิงพาดอยู่บนบ่าพรูลมหายใจออกมาอย่างเอือมระอากับความใจเย็นจนน่าหมั่นไส้ของอีกฝ่าย ก่อนจะขมวดคิ้วถามคนตรงหน้ากลับไปด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เมื่อนึกถึงเสียงร้องโวยวายซึ่งไม่รู้ว่าได้ยินมาเป็นครั้งที่เท่าไหร่ “นี่เจ้าไม่คิดจะทำอะไรกับน้องสาวบุญธรรมของเจ้าหน่อยหรือ!? คิดจะปล่อยให้นางส่งเสียงร้องโหยหวนเช่นนี้ไปถึงเมื่อไหร่!?” จูเชว่เอ่ยถามคู่สนทนาของตนอย่างหมดความอดทนทันทีที่ได้โอกาส เขาไม่ใช่คนใจเย็นเหมือนอย่างคนอื่น ๆ ที่ยังทนวางเฉยได้หลังจากที่ฟังเสียงน่าขนลุกนั่นมาตลอดสองวันสองคืน เพราะวันนี้เขาจะไม่ยอมทนฟังมันอีกต่อไปแล้ว! เฟยหลงที่เห็นท่าทางฮึดฮัดของชายผู้เป็นตัวแทนของสัตว์เทพผู้คุ้มครองทิศใต้ ก็ได้แต่ส่ายหน้าระอากับนิสัยใจร้อนของอีกฝ่ายซึ่งดูราวเด็กขี้โวยวายคนหนึ่ง ก่อนที่ตาคมซึ่งมักเปี่ยมล้นไปด้วยความเมตตาอยู่เสมอจะเหลือบมองไปยังชายหนุ่มที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาพวกเขา ใบหน้าอิดโรยของเสวียนอู่ที่แลดูเหมือนจะหวาดผวาอะไรอยู่แทบจะตลอด ทำเอาเฟยหลงอดรู้สึกเห็นใจไม่ได้ แม้ชิงหลงกับไป่หูที่มาด้วยกันจะยังคงรักษากิริยาของตัวเองเอาไว้ได้ แต่ดูท่าทางเขาเองก็คงต้องลงมือทำอะไรบ้างแล้วเหมือนกัน “...เช่นนั้นพวกเจ้าก็ไปหา ‘นาง’ พร้อมข้าเลยก็แล้วกัน” “ข้าไม่ไป! ทำไมข้าต้อง...!?” ชิงหลงที่เงียบอยู่นานเอ่ยค้านขึ้นมาทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะพูดมันได้จบประโยคดีเลยเสียด้วยซ้ำ ครึ่งมังกรหนุ่มก็พูดขัดขึ้นมาเสียแล้ว “ดูเหมือนเรื่องนั้นเจ้าจะปฏิเสธไม่ได้หรอกนะชิงหลง” เฟยหลงพูดอย่างเนิบช้า พลางหยิบจดหมายที่ตนถือติดมายกขึ้นให้ทั้งสี่คนได้เห็น ตราประทับของเทพมังกรทองที่เด่นหราอยู่บนซองจดหมาย ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องปิดปากเงียบอย่างเลี่ยงไม่ได้ เพราะถึงแม้นสัตว์เทพประจำทิศทั้งสี่อย่างพวกเขาจะเป็นใหญ่ในเขตแดนของตัวเอง แต่ก็มิอาจเทียบเคียงกับ ‘หวงหลง’ ผู้เป็นศูนย์กลาง แม้ใจจริงเขาจะรู้อยู่แล้วว่าบรรดา ‘ว่าที่สามี’ ทั้งสี่คนของ ‘น้องสาวบุญธรรม’ คงไม่ปรารถนาจะไปพบหน้าอีกฝ่ายเท่าไหร่นัก แต่จะให้ทำยังไงได้เล่า ในเมื่อเขาเองก็ต้องทำตามคำไหว้วานของหวงหลงเช่นกัน... “หวงหลงเพียงไหว้วานให้พวกเราไปดูว่า ‘นาง’ ยังสุขสบายดีหรือไม่ก็เท่านั้น พวกเจ้าก็อย่าทำหน้าเหมือนมันเป็นเรื่องใหญ่นักเลย” และเพราะประโยคนั้น ทำให้บุรุษทั้งห้าจึงจำต้องมาหยุดยืนอยู่หน้าห้องห้องหนึ่งอย่างไม่มีทางเลือกในท้ายที่สุด...

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

วิศวะร้ายปกป้องยัยตัวเล็ก

read
2.4K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.7K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.1K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
2.1K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.9K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
3.2K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook