ตอนที่ 4 หัวใจแตกสลาย

2788 คำ
พิชญ์ภาชานั่งทำงานเขาดูเวลาอีกทีเกือบเที่ยงคืนแล้ว เขาทำงานหนักเพื่อไม่ให้ตัวเองฟุ้งซ่านคิดมากเรื่องของเทียนหอม เขาเริ่มเย็นชากับเทียนหอม เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนในใจของเขาเอง เขาแสร้งทำเป็นว่าความสัมพันธ์กับเทียนหอมไม่สำคัญ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ไม่สามารถลบความรู้สึกผิดได้ “ว่าไง” “คืนนี้มาเจอกันหน่อยไหมเพื่อนไอ้ทอยก็อยู่ด้วย” “ฉันจะไป” พิชญ์ภาชากอดวางสายตั้งแต่งานวันคล้ายวันเกิดของเพื่อนเขาก็ไม่เจอหน้าอาทิตย์กับทินกรอีกเลย ออกไปปลดปล่อยบางทีอาจทำให้เขาเลิกคิดถึงเทียนหอม พิชญ์ภาชาเดินเข้ามาในผับหรูที่มีนักท่องราตรีมาเที่ยวกันจนแออัด เขาเดินขึ้นไปยังบนสุดของผับซึ่งหน้าห้องเขียน VVIP ซึ่งเอาไว้รองรับแขกที่กระเป๋าหนักและชอบความเป็นส่วนตัวเท่านั้น “ช่วงนี้นายหหายหน้าหายตาไปเลย กลับมาคืนดีกลับพั้นช์แล้วเหรอ” อาทิตย์อยากรู้เพราะได้ยินข่าวมาแบบนั้นแถมพ่อแม่ของพิชญ์ภาชายังเห็นดีเห็นชอบอีก ไม่จำตอนที่โดนทิ้งสภาพเหมือนหมา “เอ้า ฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย” ทินกรวางแก้วลงอยากรู้เรื่องของพิชญ์ภาชา “ใครบ้างจะลืม” เขายกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นดื่มแววตาที่ว่างเปล่าทำให้เพื่อนๆ เลิกถามต่อให้ต้องง้างปากพิชญ์ภาชาก็ไม่มีทางยอมพูดในสิ่งที่กำลังทำ “กลับมาครั้งนี้เพื่อ!” “ถ่านไฟเก่าเหรอ” “พั้นช์เขากำลังเปิดบริษัทโฆษณา” หญิงสาวมาปรึกษาและขอให้เขาช่วย และเขาก็ยินดีส่วนเหตุผลของเขาคงไม่จำเป็นที่จะต้องมาอธิบายให้คนอื่นฟัง “แล้ว” “ไม่แล้วหรอก” “อยากจะเอาเขียดตบปากมึงจริงๆ เลยจะได้พูดเยอะ” อาทิตย์ทำหน้าเซ็งพวกเขาจึงเปลี่ยนเรื่องคุย แต่พูดไปพูดมาทำไมถึงวกกลับมาเข้าเรื่องของพิชญ์ภาชาอีกรอบ อาทิตย์จำได้ว่าเขาเคยเจอสาวน้อยหน้าตาน่ารักเอาเรื่องที่บ้านของพิชญ์ภาชา ตอนที่พวกเขาไปทานข้าวที่บ้าน “เอ้ สาวน้อยคนนั้นโตเป็นสาวหรือยังที่บ้านนายอ่ะ” “อ๋อ น้องคนสวยชื่ออะไรนะลืม” ทินกรนึกถึงใบหน้าของคนที่บ้านพิชญ์ภาชา แต่เขาจำชื่อไม่ได้ ไม่ได้ไปบ้านของพิชญ์ภาชานานแล้วน้องน้อยคงโตเป็นสาว “ฉันอยากไปกินข้าวบ้านนายพรุ่งนี้ว่างไหมไอ้ทอย” “ว่างดิป้าประภาทำอาหารอร่อยลูกสาวก็สวย” สองหนุ่มวางแผนกันเสร็จสรรพ โดยไม่ถามความคิดเห็นของเจ้าของบ้าน ปึก! “อะไรฉันตกใจหมด” พิชญ์ภาชาวางแก้วกระแทกโต๊ะเสียงดัง แววตารู้สึกไม่พอใจยามที่เพื่อนพูดถึงเทียนหอม และเขาต้องรีบทำเป็นปกติเพื่อไม่ให้เพื่อนจับได้ ตอนนี้เทียนหอมสำคัญกับเขาแค่ไหน “เหล้าหมด” “พูดเยอะๆ หน่อยได้ไหมดอกพิกุลไม่ร่วงจากปากหรอก คนนี้กูมีนัดกับสาว” ทินกรขอตัวกลับเพราะเขาจ้างเด็กมาดูแลในคืนนี้ “ไอ้ทอยรีบไปไหน..แล้วนาย...” ไปแล้ว พิชญ์ภาชามันเดินออกไปแล้ว อาทิตย์เกาหัวเบาๆ เพื่อนแต่ละคนมีใครปกติบ้าง . เทียนหอมนั่งรอพิชญ์ภาชากลับบ้านหญิงสาวได้รับคำสั่งจากแม่ให้รอเปิดประตูคืนนี้เจ้านายจะกลับบ้าน เธอนั่งรอจนเข้าสู่วันใหม่เขาก็ยังไม่กลับ ช่วงนี้เขาไม่โทรหาหรือส่งข้อความมาบอกให้ขึ้นไปหาที่ห้องนอน เทียนหอมเลยเข้าใจว่าเขาคงอยากมีเวลาให้คนรัก ยิ่งคิดก็ยิ่งเสียใจความเย็นชาของเขาทำให้เทียนหอมรู้สึกโดดเดี่ยวและกดดันอย่างหนัก “ทำไมไม่นอน” “คุณพีทกลับมาตั้งแต่ตอนไหนคะ?” เธอไม่ได้ยินเสียงรถ “มาเมื่อกี้รอฉันทำไม” สภาพเหมือนคนไม่ได้พักผ่อนอยู่แล้วทำไมเทียนหอมถึงไม่หักดูแลตัวเอง ดูแลแต่คนอื่นความหงุดหงิดทำให้เทียนหอมเข้าใจว่าเขาคงไม่อยากเจอหน้าเธอ “แม่บอก” “ต่อไปไม่ต้องรอเปิดประตูนี่คือคำสั่ง!” “เข้าใจแล้วค่ะเทียนจะไม่มีรออีกแล้วค่ะ” เทียนหอมก้มหน้าลงเมื่อโดนเจ้าของบ้านต่อว่า เธออยากออกมารอเขาเอง “ป่วยแทนที่จะดูแลตัวเองเอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อน ค่อยเป็นห่วงคนอื่น” เขาหงุดหงิดที่เทียนหอมไม่พักผ่อน ตัวผอมแห้งเหมือนคนไม่ได้กินข้าวมาหลายวัน “ขอโทษค่ะ” “ต่อไปดูแลตัวเองดีๆ กินข้าวให้เยอะๆ” “ค่ะ” เทียนหอมเงยหน้าขึ้นมามองเขาแค่เสี้ยววินาที คำพูดของเขาทำให้เธอเข้าใจว่าจากนี้เขาจะไม่อยู่ดูแลเธออีกแล้ว คำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้เป็นเพียงลมปากเท่านั้น “ร้องไห้ทำไม” พิชญ์ภาชาเห็นแบบนั้นหัวใจของเขาสั่นระรัว เขายื่นมือมาเช็ดน้ำตาให้เทียนหอมเบา กำลังจะคว้าหญิงสาวเข้ามากอดแต่เทียนหอมกลับถอยออกห่าง “ต่อจากนี้คุณห้ามเข้าใกล้เทียนอีก เทียนโง่เองที่หลงเชื่อความรับผิดชอบจากคุณ ขอให้คุณมีความสุขกับชีวิตที่คุณเลือก” “เทียนหอม” หญิงสาวเดินจากไปแล้วเขายืนตัวแข็งทื่อไม่ขยับเท้าไปไหน เขาคิดวนเวียนกับคำพูดของเทียนหอมและพ่นลมหายใจออกอย่างแรง เขาผิดที่ให้ความหวังแต่เขาพยายามที่สุดแล้ว . พิชญ์ภาชาแทบไม่ได้นอนเพราะคิดถึงแต่เทียนหอมจนเขาลุกมาออกกำลังกายในช่วงตีห้า แล้วมานั่งดื่มกาแฟที่ห้องอาหาร เขาไม่เจอหน้าเทียนหอมคงจะยังนอนไม่ตื่น “Hi พีทขา” ภรนีย์เดินมาในบ้านของพิชญ์ภาชาราวกับเป็นบ้านตัวเอง พร้อมกับถือของมาเต็มมือแล้วให้แม่บ้านเอาไปแบ่งกัน “คุณมาทำอะไรแต่เช้า” “พั้นช์อยากมาหาคุณค่ะ ขอทานอาหารข้าวด้วยนะคะ เสร็จแล้วเราไปคุยกันที่ห้องทำงาน” เธอตั้งนาฬิกาปลุกตั้งแต่ตีห้าเพื่อจะได้ลุกมาแต่งหน้าสวยๆ แล้วรีบมาหาพิชญ์ภาชา เธอพยายามพูดแกมบังคับให้เขาพาเข้ามาอยู่ในบ้าน แต่เขากลับเฉยเมย “ป้าคะพั้นช์ของกาแฟกับอาหารเช้าด้วยค่ะ” “คุณไม่ทำงานหรือไง” “งานของพั้นช์ก็คือตามติดกับคุณไงคะ เพราะว่าเราต้องทำงานด้วยกัน” ปล่อยไว้กลัวว่าสิ่งที่เธอคิดจะเกิดขึ้นจริง ต้องหาทางทำให้เทียนหอมกระเด็นออกไปจากบ้านหลังนี้โดยเร็ว พิชญ์ภาชานั่งเงียบๆ มีแต่ภรนีย์ที่ชวนคุยจนทานอาหารเช้าเสร็จจึงพากันไปขลุกในห้องทำงาน ภรนีย์กำลังทำบริษัทโฆษณาขนาดใหญ่โดยให้เขาคอยเป็นที่ปรึกษา ซึ่งเขาอยากโปรโมทธุรกิจไปในตัวหากได้ร่วมงานจริงภรนีย์สามารถช่วยเขาได้ไม่น้อย เรื่องธุรกิจเป็นเรื่องสบายสำหรับเขา กว่าจะเก่งแบบนี้ได้เขาต้องสูญเสียสิ่งสำคัญไปมากเหมือนกัน “คุณพร้อมใช่ไหม คุณต้องทุ่มเทอุทิศตัวเพื่อสร้างมันขึ้นมา” “พั้นช์พร้อมค่ะขอแค่พีทอยู่ข้างๆ ก็ไม่หวั่น” “ตอนนั้นทำไมคุณถึงไม่เลือกที่จะอยู่ข้างๆ ผมละ” เขาจำเหตุผลนั้นได้ดีเพราะเขามันไม่มีอนาคตที่ดีให้หญิงสาว บ้านรวยแต่ไม่ยอมกลับไปช่วยพ่อบริหารงานจนต้องยกให้พี่ชายของเขาดูแลทั้งหมด ส่วนเขาลำบากอยู่หลายปีกว่าจะเปิดบริษัทได้สำเร็จ “ตอนนั้นพั้นช์ยังเด็กขอโทษด้วยนะคะ ตอนนี้พั้นช์คิดได้แล้ว” “คุณมีกำหนดการว่ายังไงบ้างเล่าให้ผมฟังหน่อย” “คือว่า...” หญิงสาวตอบไม่ได้เพราะเธอไม่ได้วางแผนอะไรเลย แค่อยากอยู่ใกล้พิชญ์ภาชาเท่านั้นจึงหาข้ออ้างเอาบริษัทเข้ามาเกี่ยวช้อง “คุณจะเป็นผู้บริหารต้องรอบคอบ เด็ดขาด คิดเหมือนเด็กไม่ได้ คุณไปเรียนบริหารมาเขาไม่สอนหรือคุณไม่จำ” “พีทว่าพั้นช์แรงเกินไปแล้วนะ” เรียกภาษาบ้านๆ เลยคือเขาหลอกด่าว่าเธอโง่ “ผมจริงจังกับเรื่องพวกนี้ไม่อย่างนั้นคงไม่ขึ้นมาถึงระดับนี้ได้หรอก” “พั้นช์ปวดหัวแล้วค่ะเราออกไปชอปปิ้งกันนะคะ” เธอไม่อยากคุยเรื่องธุรกิจแล้ว ถึงแม้จะจบโทจากอังกฤษพวกธีลิศต่างๆ ส่วนมากจ้างเขาทำทั้งหมดเพราะเธอไม่ได้สนใจเรื่องการเรียนเท่าไร เที่ยวเตร่ไปวันๆ จนพ่อแม่เรียกตัวกลับหลายครั้ง . “พวกเขาเหมาะสมกันมากเลยนะป้า อีกคนเป็นเจ้าของบริษัทนำเข้ารถหรูราคาแต่ละคันเป็นสิบๆ ล้าน อีกคนก็จบนอกแถมสวยและรวยเป็นผู้ดีอีก ส้มตายอีกที่ชาติถึงจะได้มีวาสนาแบบนี้” “อย่าเพ้อมากไปทำงานจะได้รวย” ประภารีบให้ส้มยกของว่างไปให้เจ้านาย “ใครจะไปไหนกันจ๊ะ” เทียนหอมเพิ่งทำความสะอาดห้องชั้นบนเสร็จ ทีแรกแม่บอกให้นอนพักแต่เธอเป็นแค่คนงานต้องทำงานช่วยคนอื่น ไม่อย่างนั้นจะถูกต่อว่าได้ “คนรักคุณพีทมาบ้านนะ ตัวติดกันมากสงสัยใกล้มีข่าวดีเร็วๆ นี้แน่นอน” ส้มพูดไปตามที่ตาเห็นแต่ไม่รู้ตื้นหนา และยังพร่ำเพ้อว่าเขาทั้งสองคนนั้นเหมาะสมมากมีลูกคงจะหน้าดีไม่น้อย “โอ๊ย พี่ปวกท้องหนักอ่ะเทียนเอาไปของว่างไปเสิร์ฟแทนพี่หน่อย” ส้มยัดถอดใส่มือเทียนหอม แล้ววิ่งออกไปทันที เทียนหอมถอนหายใจแล้วเดินไปหยุดหน้าห้องทำงานของพิชญ์ภาชา เธอไม่อยากเห็นภาพบาดตาบาดใจแต่เป็นแค่ลูกจ้างเท่านั้นไม่มีสิทธิ์เกี่ยงงาน ก๊อก ก๊อก ก๊อก “ขออนุญาตค่ะ” เทียนต้องประคองถาดไม่ให้ร่วงหล่นจากมือ เมื่อเห็นภาพที่อยู่ตรงหน้าเขาทั้งสองคนนั่งที่โชฟาด้วยกัน แล้วหญิงสาวกำลังหอมแก้มพิชญ์ภาชาพอดี เทียนหอมจึงรีบวางของแล้วเตรียมหันหลังออกไป “เทียนหอมใช่ไหม” “ค่ะ” “สวยๆ แบบนี้พีทไม่ชอบเหรอคะ” ภรนีย์หันไปถามชายหนุ่มที่นั่งนิ่ง เขาเก็บความรู้สึกได้เป็นอย่างดีจนเธอมองไม่ออก “ไม่” “พูดแบบนี้น้องเขาเสียใจแย่เลยเธอออกไปได้แล้วฉันจะออกไปข้างนอก ตอนเย็นเตรียมอาหารด้วยเพราะเพื่อนพิชญ์ภาชาเขาจะมาทานอาหารที่บ้าน” ภรนีย์สั่งเหมือนว่าตัวเองเป็นเจ้าของบ้าน “ได้ค่ะ” เทียนหอมเดินออกมาต้องรีบวิ่งเข้าห้องน้ำกลัวว่าจะมีคนมาเห็นว่าเธอร้องไห้ ร่างบางทิ้งตัวลงพิงกับประตูแล้วร้องไห้ออกมาอย่างน่าสงสาร พยายามจะลืมแต่ไม่สามารถทำได้เลย เธอร้องไห้สักพักจนแน่ใจว่าพวกเขาออกจากบ้านไปแล้วจึงออกมาจากห้องน้ำ . พิชญ์ภาชาหัวเสียไม่น้อยตอนที่เทียนหอมเปิดประตูเข้ามาภรนีย์กำลังหอมแก้มพอดี ซึ่งเขาเคยบอกหญิงสาวแล้วว่าเขาไม่ชอบเพราะไม่ได้เป็นอะไรกัน หญิงสาวจงใจถามเขาเพื่อทำให้เทียนหอมเสียใจ ที่เขาตอบออกไปแบบนั้นเพราะไม่อยากให้ภรนีย์มาวุ่นวายกับเทียนหอม “พั้นช์ขอโทษค่ะที่ทำแบบนั้น” เอี๊ยด “จอดทำไมคะ” พิชญ์ภาชาแวะรถข้างทางและเปิดดูข้อความที่ลูกน้องส่งมารายงาน ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจปัญหาเก่าเพิ่งจัดการไปปัญหาใหม่เข้ามาอีกแล้ว “ผมต้องกลับเข้าบริษัท” “พั้นช์ไปด้วยนะคะ” เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับงานของเขา แต่อยากตัวติดกับเขาเพื่อเป็นการประกาศว่าเธอเป็นคนสำคัญของพิชญ์ภาชา “คุณขับรถผมกลับบ้านแล้วกัน ไม่สะดวกที่จะให้คนนอกเข้าไปด้วย ผมจะโบกแท็กซี่ไป” “เดี๋ยวสิคะ พีทคุณจะทิ้งพั้นช์แบบนี้ไม่ได้ กรี๊ดด” ภรนีย์โกรธจนกรีดร้องออกมาเขาลงจากรถไปโบกแท็กซี่โดยไม่ฟังคำพูดของเธอ เป็นแค่คนนอกเธอจะทำให้เขารีบมาหมั้นหมายกับเธอโดยเร็ว ต้องเข้าทางแม่ของเขาที่แสนจะเอ็นดูเธอ “คุณแม่คะพั้นช์เองค่ะ เดี๋ยวพั้นช์แวะไปหานะคะ” เวเดนยืนรอเจ้านายหน้าบริษัทเขาชะเง้อมองว่าเมื่อไรรถของเจ้านายจะเข้ามา แต่รอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นจนมีรถจักรยานรับจ้างขับมาจอดที่ของเขาพอดี “คุณพีททำไม!” “จ่ายค่าวินให้ด้วยผมไม่มีเงินสด” เขากระโดดลงจากรถทรงผมที่เสร็จมาอย่างดี ทำให้เวลาโดนลมกลับไม่เสียทรงเท่าไร เขายืนโบกแท็กซี่อยู่นานสองนานแต่ไม่มีคันไหนจอดรับเลยสักคัน “ทำไมคุณนั่งวินมาครับ” “ฉันเบื่อผู้หญิงพูดมาก” ระหว่างที่เดินเข้าลิฟต์เขาจึงให้ลูกน้องเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด “มีคนตั้งกระทู้ใส่ร้ายโชว์รูมว่ารถไม่มีมาตรฐานแถมยังเอามาย้อมแมวขายหลอกลวงผู้บริโภค สมควรตกนรกหมกไหม้ไม่ได้ผุดได้กะ...กระทู้เขียนไว้แบบนี้ครับ” เวเดนจึงรีบบอกเดี๋ยวหาว่าเขาแอบด่าเจ้านาย “ส่งให้ทีมกฎหมายจัดการและฟ้องคนที่ตั้งกระทู้ หา IP addrease มาให้ฉัน” “เราไม่แถลงข่าวเหรอครับ” “ทำให้เงียบที่สุด” คนมีเงินเท่านั้นที่จะมาซื้อรถกับเขาได้ รถหรูมีแค่ไม่กี่เจ้านำเข้ามาซึ่งคู่แข่งคงไม่คิดตัดหางตัวเอง จะมีแต่คนที่ไม่ชอบเขาเลยหาเรื่องกลั่นแกล้งทำให้เขาเสียหาย “คุณพีทคิดว่าใครครับ” “พูดตามสบายเถอะเครียดมากพอแล้วคิดไม่ออกช่วงนี้ไม่ได้ปะทะกับใคร” เขากับเวเดนสนิทกันจนนับถือกันเป็นเพื่อนเวลาอยู่ที่บริษัทเวเดนจะให้เกียรติเขาเสมอ “หรือคนใกล้ตัว แบบว่าได้ผลประโยชน์จากเรา” “แล้วมันได้ประโยคอะไรกับงานนี้” ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาโดนกระทำแบบนี้ แต่ทุกครั้งก็จบที่คนเหล่านั้นสารภาพว่าที่ทำไปเพราะอยากได้คันใหม่ หรือไม่ก็อยากให้ทางบริษัทคืนเงินเพราะผ่อนไม่ไหว “ฉันคิดว่าถ้าเป็นศัตรูไม่น่าเล่นอะไรตื้นๆ แบบนี้ถ้าคนใกล้ตัวก็เรียกร้องความสนใจ” พิชญ์ภาชาคิดตามในสิ่งที่เวเดนพูดคนใกล้ตัวเขามีแค่ไม่กี่คนที่อยู่ด้วยกันมานาน แต่ไม่มีเหตุผลที่จะต้องแบบนี้ พิชญ์ภาชารีบเซ็นเอกสารตอนเย็นเพื่อจะเข้าไปที่บ้านเขาไม่อยากให้เจอเทียนหอม . “พี่ไม่ได้เจอน้องเทียนนานโตเป็นสาวแล้วสวยด้วย ถ้าไม่ติดว่าพี่เจ้าชู้พี่จีบน้องเทียนแล้ว” “แล้วเจ้าชู้จีบไม่ได้เหรอวะ” อาทิตย์สงสัยว่าทำไมถึงจีบเทียนหอมไม่ได้ ทินกรเป็นคนเจ้าชู้คำพูดคำว่าชอบหว่านล้อมเหยื่อให้ติดกับดัก “คนสวยน่าทะนุถนอมแบบน้องเทียนพี่ไม่กล้าทำให้เสียใจหรอก มีคนมาจีบบ้างไหม” ทินกรถามสาวสวยตรงหน้าโชคดีตอนที่มาเจ้าของบ้านไม่อยู่พวกเขาเลยได้นั่งพูดคุยกับเทียนหอม “ไม่มีค่ะเทียนไม่สนใจ” “สนใจแต่พี่ซันพอแล้วครับ” อาทิตย์หัวเราะอย่างชอบใจที่ได้แกล้งทินกร ประโยคที่เพื่อนเขากำลังพูดคุยกันพิชญ์ภาชาเข้ามาได้ยินพอดี เขาไม่ใจที่เทียนหอมมานั่งคุยกับเพื่อนของเขา ทำเหมือนว่ารู้จักกันมานาน “เทียนหอม! กลับไปทำงานเดี๋ยวนี่ฉันไม่ได้จ้างมานั่งอ่อยผู้ชาย” พิชญ์ภาชาพูดออกไปด้วยโกธเขาเข้ามาเห็นตอนที่เทียนหอมกำลังส่งยิ้มหวานให้เพื่อนทั้งสองพอดี จึงเกิดความอิจฉาเพราะเขาไม่ได้รับรอยยิ้มแบบนั้นนานแล้ว “ขอโทษค่ะ” “ทำไมต้องดุน้องเขาด้วยพวกฉันชวนน้องมานั่งคุยเอง” “นั่นดิเพิ่งคุยกันเอง” เพื่อนงงเป็นไก่ตาแตก พิชญ์ภาชาโกรธให้ใครมาถึงมาลงที่เทียนหอม “ออกไปตอนตั้งโต๊ะไม่ต้องเข้ามาที่ห้องอาหาร” “ค่ะ” เทียนหอมก้มหน้าแล้วรับทราบทันทีเขาคงไม่อยากให้อยู่เป็นก้างขวางคอ เพราะเย็นนี้ภรนีย์จะอยู่ทานข้าวด้วย “เดี๋ยวพี่แวะมาหาใหม่” อาทิตย์สังเกตอาการของพิชญ์ภาชาจึงได้แต่ยิ้ม ผู้ชายด้วยกันทำไมจะดูไม่ออกว่ามันกำลังหึงน้องเขาอยู่ สายตาจะกลืนกินน้องเขาให้ได้
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม