ตอนที่ 2 ไม่เป็นใจ

1900 คำ
“คุณชาญรอสักครู่นะคะ พราวใกล้ถึงแล้วค่ะ ขอโทษด้วยจริง ๆ นะคะคุณชาญ” พริ้มพราวกดวางสาย เท้าเหยียบคันเร่งเพื่อขับรถไปหาเจ้าของที่ดินผืนงามที่นัดคุยรายละเอียดไว้ให้เร็วที่สุด ก็ต้องเหยียบเบรกอีกครั้งหลังข้างหน้ามีไฟแดง วันนี้เธอติดประชุมสำคัญ กว่าจะแอบหนีบอดี้การ์ดลงมาได้ก็ทำให้ออกจากออฟฟิศใกล้เวลาที่นัดหมายอย่างฉิวเฉียด แถมการจราจรบนท้องถนนในช่วงบ่ายยังไม่เป็นใจยิ่งทำเธอร้อนรน ด้วยที่ดินผืนงามผืนนี้เธอหมายตามานาน เมื่อพี่ชายซึ่งเป็นประธานบริหารเอ่ยปากให้เธอหาที่ดินสำหรับทำ Shopping Mall แล้วจะยกที่นั่นให้เธอบริหาร ไฟในกายนักธุรกิจสาวจึงลุกโชน “โอ๊ย รถจะติดอะไรแบบนี้เนี่ย ถ้าคุณชาญไม่พอใจขึ้นราคาที่ดิน พี่พอร์ชบ่นหูชาแน่” สาวสวยในชุดเดรสทันสมัยชะเง้อคอมองไปด้านหน้า ตีไฟเลี้ยวเพื่อเปลี่ยนเลนแล้วเหยียบคันเร่งอีกครั้งเมื่อสัญญาณไฟขึ้นสีเขียว แล้วเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อรถยนต์คันหรูสีดำมันปลาบข้างหน้าดันเหยียบเบรกกะทันหัน และเธอที่กำลังเหยียบคันเร่งเพื่อออกตัวด้วยความใจร้อนก็หยุดรถไม่ทันเสียแล้ว จึงชนท้ายรถคันนั้นอย่างจัง “ว้าย...” พริ้มพราวนั่งตั้งสติอยู่ครู่ใหญ่ด้วยความตกใจ เสียงบีบแตรดังสนั่นและความวุ่นวายที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้เธอได้สติ จนกระจกด้านข้างโดนเคาะเท่านั้นจึงสะดุ้งโหยง “คุณ ขับรถประสาอะไรเนี่ย รถมันติดคุณก็เห็นอยู่ จะรีบไปไหนครับ” “ซวยแล้วยัยพราว ยิ่งสาย ๆ อยู่” นักธุรกิจสาวรีบเปิดประตูลงจากรถ เธอเดินตรงดิ่งผ่านผู้ชายร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีกรมท่าไปสำรวจร่องรอยความเสียหายก็พบว่ารถยนต์ราคาแพงต่างฝ่ายต่างบุบนิดเดียวเท่านั้น จึงหันกลับมาหาชายที่น่าจะเป็นเจ้าของรถ แต่ทันทีที่สาวสวยในชุดเดรสทันสมัยสีดำหันกลับมา ชายหนุ่มรูปหล่อเรือนร่างสูงใหญ่ก็ชะงักงัน หัวใจดวงโตเต้นกระตุก รู้สึกชอบผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่แรกเห็น “ขอโทษด้วยนะคะ พอดีฉันรีบมาก ๆ เลยค่ะ คงรอประกันไม่ไหว ต้องขอตัวก่อน ต่างคนต่างแยกย้ายกันเข้าอู่นะคะ เรื่องค่าซ่อมยังไงคุณติดต่อฉันมานะ รู้ว่ามันอาจฟังเป็นข้ออ้างและไร้ความรับผิดชอบ แต่ฉันสัญญาว่าไม่หนีแน่นอน เอานามบัตรของฉันไปก่อนนะคะคุณ” เธอเปิดรถหยิบนามบัตรส่งให้ชายหนุ่มที่ยังคงยืนมองหน้าเธออย่างตกตะลึง เท่านั้นเขาจึงได้สติ รับนามบัตรมาแล้วก้มอ่านข้อความบนนั้น พริ้มพราว คลาร์ก รองประธานบริหารบริษัทพิมพ์มาดาพร็อพเพอร์ตี้และรองประธานบริหารบริษัทพิมพ์มาดากรุ๊ป มุมปากหยักยกยิ้มชอบใจ ก่อนยื่นนามบัตรของตัวเองให้เช่นกัน “นี่นามบัตรของผมครับ” “เอ่อ ขอบคุณค่ะ ยังไงติดต่อฉันมานะคะ” เธอยัดนามบัตรใบนั้นใส่กระเป๋าแบรนด์เนมโดยไม่แม้แต่จะมองสักนิด ก่อนจะรีบกลับขึ้นรถแล้วออกตัวทันที สาวสวยขับรถออกไปแล้ว แต่ชายหนุ่มรูปหล่อยังคงยืนมองท้ายรถยนต์ที่แล่นห่างออกไปด้วยรอยยิ้ม “พริ้มพราว คลาร์ก โคตรสวยเลย” แอนดริว ราล์ฟ ลูกชายอีกคนของแอรอนกระตุกยิ้มมุมปาก ดวงตาเปล่งประกายเจิดจ้ามองนามบัตรของสาวสวยที่เป็นถึงทายาทมาเฟียตระกูลดังด้วยความชอบใจ ถ้าเขาได้เป็นลูกเขยตระกูลคลาร์ก เขาก็จะเหนือกว่าพี่ชายทุกอย่าง แฟนที่เป็นทายาทศัตรูของพี่ชายหรือจะสู้แฟนที่เป็นทายาทมาเฟียตระกูลยิ่งใหญ่ของอเมริกาแบบเขาได้ แม่คงภูมิใจมาก เผลอ ๆ เขาอาจได้ครอบครองทุกอย่างของพ่อก็ได้ ใครจะไปรู้ เพราะฉะนั้น สาวสวยที่ทำให้เขาตกหลุมรักทันทีที่เห็นหน้าคนนี้จะเป็นใบเบิกทางสำคัญให้กับอนาคตที่เต็มไปด้วยเงินทองและอำนาจ “พี่จะมาว่าผมไม่ได้นะ พี่เอเดน” ดวงตาคมกริบวาบขึ้นชั่วขณะ เขาแค่นยิ้มหยันแล้วขับรถออกไปจากจุดนี้ทันที ***************** “เอ่อ คุณชาญไม่คิดว่ามันแพงไปหน่อยหรือคะ พราวว่า...” พริ้มพราวเห็นราคาของที่ดินผืนงามที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบที่สุดแล้วยิ้มแหย ไม่รู้ว่าเจ้าของที่เดินเพิ่งเปลี่ยนใจเพิ่มมูลค่าหลังจากที่เธอมาสายไปสิบนาทีหรือเปล่า “ผมพอใจที่จะขายราคานี้ครับ บริษัทโอพีกรุ๊ปก็เพิ่งได้ราคานี้ไปเหมือนกัน” หนุ่มใหญ่เจ้าของที่ดินอมยิ้มเจ้าเล่ห์ ขายที่ดินให้บริษัทที่ยิ่งใหญ่อย่างพิมพ์มาดาพร็อพเพอร์ตี้และพิมพ์มาดากรุ๊ปที่เป็นเจ้าของกิจการมากมายในไทยทั้งที มันก็ต้องโก่งราคากันหน่อย “ที่ดินแพงขนาดนี้ พราวคงเอาไปทำอะไรต่อลำบาก ไม่รู้จะคืนทุนในชาตินี้ไหม” พริ้มพราวปิดแฟ้มใบเสนอราคาแล้วยื่นคืนให้ หวังให้เจ้าของที่ดินที่กำลังเล่นเกมกับเธออยู่เปลี่ยนใจ อาจจะไม่ใช่วันนี้แต่อย่างไรก็ต้องรอลุ้น “คุณพราวก็พูดไปนั่น พิมพ์มาดาพร็อพเพอร์ตี้กับพิมพ์มาดากรุ๊ปจับธุรกิจอะไรก็ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ ห้างสรรพสินค้าพวกนี้ก็ด้วย ถ้าคุณพราวมานั่งแท่นบริหารเอง ยังไงก็คืนทุนครับ” “ขอบคุณค่ะ แต่พราวคงต้องเอาราคานี้ไปเสนอท่านประธานก่อน” “ครับ ผมทราบ ยังไงถ้าสนใจก็ติดต่อผมมานะครับ แต่อย่าตัดสินใจนานเกินไป เพราะหลายบริษัทก็จ้องที่ดินผืนนี้อยู่” ก็ต้องจ้องแน่นอนอยู่แล้ว ที่ดินผืนนี้อยู่ในทำเลทองเหมาะกับการทำธุรกิจ แต่ก็คงทำได้แค่จ้องเพราะราคาของมันแพงเกินกว่าที่ใครจะกล้าลงทุน “ค่ะ แล้วพราวจะรีบให้คำตอบนะคะ” รอยยิ้มทางธุรกิจถูกส่งไปให้หนุ่มใหญ่วัยกลางคน ก่อนที่เขาและเลขานุการจะขอตัวกลับ เธอจึงทิ้งแผ่นหลังพิงพนักโซฟาในคาเฟ่หรูด้วยความเซ็ง “วันนี้ซวยชะมัด ไม่มีอะไรเป็นใจสักอย่าง ไหนจะขับรถชน ไหนจะเจอคนหน้าเลือด นี่ที่ดินหรือเหมืองแร่ไวเบรเนียมเนี่ย ขายแพงอย่างกับมีแร่สมบัติของจักรวาลอยู่ในดิน” คนสวยบ่นอุบ แต่สุดท้ายก็ต้องโทรรายงานพี่ชายที่มอบหมายงานสำคัญมาให้ แต่แค่งานแรกก็ดูจะล้มเหลวไม่เป็นท่าเสียแล้ว “ว่าไงพราว คุยกับเจ้าของที่ดินแล้วเหรอ” พิพัฒน์กดรับสายน้องสาว มือก็เซ็นชื่อลงในแฟ้มงานกองโต “คุยแล้วค่ะ พี่พอร์ชรู้ไหมว่าคุณชาญหน้าเลือดจะขายที่ดินผืนนั้นให้เรากี่บาท” เสียงโวยวายที่ลอยมาตามสายทำท่านประธานหนุ่มยกโทรศัพท์ออกห่างก่อนกดเปิดลำโพงแทน เพราะดูท่าแล้วว่ากว่าจะพูดจบคงจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเดซิเบล “แล้วพี่จะรู้ได้ไงล่ะ พี่ให้แกไปจัดการนะ นั่งเซ็นงานแทนแกอยู่เนี่ยจนมือจะหงิก” พูดกลั้วหัวเราะ แม้จะรู้ว่าเป็นการยั่วประสาทน้องสาวก็ตามที “แหม พี่พอร์ช ทำงานเซ็นเอกสารสบาย ๆ ในออฟฟิศทำบ่น พราวนี่ต้องออกมาวิ่งโร่หาที่ดินงก ๆ เจ้านี้ไม่ได้ก็ต้องหาเจ้าอื่นอีก ถ้าพี่เหนื่อยเซ็นเอกสารมาแลกกับพราวไหม” “น้อย ๆ หน่อยยัยพราว จะเอาไหม Shopping Mall น่ะ พี่หรือก็อุตส่าห์หากิจการที่น้องชอบให้ไปบริหาร ตามใจขนาดนี้ยังไม่ดีอีกเหรอ แกจะนั่งสวย ๆ ชี้นิ้วสั่งอย่างเดียวหรือไง หมดเวลาสบายของคุณหนูพราวแล้ว” นักธุรกิจหญิงที่เพิ่งจะจบปริญญาโทมาหมาด ๆ ด้วยวัยเพียงยี่สิบสี่ปีทำหน้ามุ่ย เมื่อก่อนใคร ๆ ก็ตามใจ แต่พอเข้าสู่ชีวิตวัยทำงานแล้วไม่เป็นแบบนั้น แม้ก่อนหน้านี้เธอจะเรียนปริญญาโทไปด้วยทำงานไปด้วยเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าจะลำบากอะไร จนเมื่อเรียนจบก็ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งใหญ่โตเพราะเป็นบริษัทของครอบครัว แถมกำลังจะมีธุรกิจที่แตกแขนงออกไปให้เธอไปนั่งแท่นบริหาร แต่ทำไมกว่าจะได้มาถึงลำบากแบบนี้ “โห พี่พอร์ช พราวก็ไม่ได้อยากสบายอะไรขนาดนั้นสักหน่อย แต่วันนี้มันแค่ไม่มีอะไรเป็นใจให้พราวเลยก็เท่านั้น” “ทำไม คุณชาญเขาขายที่ดินให้คนอื่นแล้วเหรอ” “ยังค่ะ และคงน่าจะยังขายไม่ออกอีกนาน ถ้าพี่ได้ฟังราคาแล้วพี่จะตกใจ” พิพัฒน์ที่ได้ฟังราคาจากน้องสาวแล้วก็ต้องตกใจจริง ๆ เพราะมันน่าจะสูงกว่าราคาประเมินอีกสามเท่าตัว “นี่แหละนะ เขาถึงบอกว่าที่ดินจะขายราคาเท่าไหร่ก็ได้ อยู่ที่ผู้ขายพอใจและผู้ซื้อรับไหว” พิพัฒน์ทิ้งแผ่นหลังพิงพนักเก้าอี้ใช้ความคิด “แล้วเรารับไหวไหมคะ” “ไหวก็บ้าแล้ว ราคานี้ชาติหน้าแกก็ไม่คืนทุน” “พราวก็คิดอย่างนั้น” “งั้นก็หาใหม่ นี่พี่ก็เล็ง ๆ ไว้หลายที่เหมือนกัน เดี๋ยวพี่ช่วย” “ที่ดินของคุณธานินทร์เหรอคะ” หมายถึงที่ดินผืนงามใจกลางเมืองที่สมบูรณ์แบบที่สุด แถมราคายังสมเหตุสมผล ติดตรงที่เจ้าของที่ดินยังไม่ยอมตัดสินใจเสียทีว่าจะขายหรือไม่ขายให้ใคร “ใช่ ที่ดินของคุณธานินทร์ดีที่สุด เหมาะสมที่สุด ไม่นานแกคืนทุนได้แน่ เชื่อพี่” “พราวก็ชอบที่ผืนนั้นนะคะ แต่คุณธานินทร์ไม่ยอมขายให้เราเสียที ไม่รู้จะดึงเกมอะไรอยู่” “แกต้องใจเย็น ที่ดินผืนนั้นใครก็อยากได้ คุณธานินทร์เองก็ไม่ได้อยากจะขายแต่แรก มีแต่พวกนักธุรกิจนี่แหละที่ไปเสนอขอซื้อ สู้ราคากันไม่มีใครยอมใครเลย” “แต่ถ้าเราช้า ธุรกิจเราก็ไม่เดินสักทีสิคะ” “ไม่นานหรอก เพราะเราเองก็รอไม่ได้นานขนาดนั้น ถ้ามีที่ดินผืนอื่นที่เหมาะสมกว่าแกก็ทำไปก่อน ไว้ถ้าได้ผืนนี้จริง ๆ พี่จะอนุมัติงบให้แกสร้างอีกที่” “จริงนะคะ สัญญาแล้วนะ” “อืม สัญญา แต่ตอนนี้ตั้งใจหาที่ดินให้ได้ก่อนเถอะ” “ค่ะ พราวไปเจรจามาจนหมดแล้วค่ะ ยังไม่เจอที่ถูกใจ คงต้องไปหาข้อมูลกับเลขาอีกรอบแล้วค่อยนัดกับเจ้าใหม่” “อืม ตั้งใจทำงาน งั้นแค่นี้นะ เจอกันที่บ้าน” “ค่ะพี่พอร์ช” เธอกดวางสายก่อนสะพายกระเป๋าแบรนด์เนมเดินออกจากคาเฟ่หรูหราแห่งนี้เพื่อกลับบ้านทันทีด้วยความเซ็งที่วันนี้ก็คว้าน้ำเหลวอีกครั้ง จนลืมเลือนเจ้าของนามบัตรที่ตอนแรกว่าจะโทรถามเขาเรื่องค่าซ่อมรถไปเลย
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม