พริ้มพราวกำลังจะเอื้อมปิดโคมไฟหัวเตียง เสียงแจ้งเตือนไลน์ก็ดังขึ้นขัด เธอจึงหยิบโทรศัพท์มือถือมาเปิดอ่าน
Aiden : พรุ่งนี้ห้าโมงเย็น ผมจะไปรับคุณที่บ้าน
ประโยคคำสั่งสั้น ๆ ดูไม่ใช่ประโยคที่น่าจะใช้ในการชวนสาวออกเดตเลยแม้แต่น้อยทำพริ้มพราวเบะปากหมั่นไส้
“ขี้เก๊กจริงวุ้ย”
เธอเปิดอ่านแต่ยังไม่ตอบ รออยู่นานว่าเขาจะส่งข้อความอะไรมาอีกหรือแม้แต่สติ๊กเกอร์น่ารัก ๆ สักนิดให้ทุกอย่างดูซอฟต์ลงหน่อยก็ยังดี แต่เปล่าเลย นอกจากประโยคคำสั่งสั้น ๆ ห้วน ๆ นั้นก็ไม่มีข้อความอะไรอีก จึงตัดสินใจตอบกลับไป
So Proud : ไม่ต้องค่ะ ฉันจะไปเอง มีบอดี้การ์ดพาไป
คนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีเป็นทุนเดิมตอบกลับด้วยข้อความสั้นห้วนพอกัน
เอเดนเปิดอ่านข้อความของว่าที่คู่หมั้นแล้วขมวดคิ้ว ไม่ชอบให้ใครขัดคำสั่ง จึงตอบโต้กลับไป
Aiden : ผู้ใหญ่ให้ผมไปรับคุณมากินข้าวเย็นเพื่อสานสัมพันธ์
Aiden : ถ้าต่างคนต่างไปมันคงดูไม่เหมาะ
Aiden : โดยเฉพาะในสายตาพ่อแม่คุณ
Aiden : กรุณาช่วยรักษาหน้าผมด้วย
Aiden : แม้จะฝืนใจก็คงต้องอดทนหน่อยนะครับคุณพราว
ข้อความจากเขาถูกส่งมารัว ๆ เธอจึงจำต้องเปิดอ่านอีกครั้งแม้จะปิดไฟหัวเตียงเพื่อเตรียมนอนหลับแล้วก็ตาม
“อะไรเนี่ย หน้าใหญ่จริง เฮอะ หน้าที่ลูกชายมาเฟียมันค้ำคอสินะ”
So Proud : ตามใจคุณ
So Proud : มารับได้ แต่ไม่ต้องมาส่ง เพราะฉันมีนัดกับเพื่อนต่อ
So Proud : แล้วจะบอกพ่อแม่เอง
So Proud : ไม่ต้องกลัวว่าจะเสียภาพลักษณ์เจ้าชายน้ำแข็งหรอกค่ะ
So Proud : แค่นี้นะคะ ฉันกำลังจะนอนแล้ว
มาเฟียหนุ่มมองข้อความบนหน้าจอแล้วแค่นหัวเราะหยัน เธอเรียกเขาเจ้าชายน้ำแข็ง แต่หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเขาคือไฟที่พร้อมเผาทุกอย่างให้มอดไหม้เป็นจุณ...แค่เธอยังไม่รู้จักเขาดีพอเท่านั้น
**************
เอเดนในชุดสูทแบรนด์ดังลุค All Black เลิกคิ้วเบิกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อหันไปมองเรือนร่างบอบบางในชุดเดรสเกาะอกกระโปรงยาวกรุยกรายผ้าไหมอิตาลีเนื้อดีสีขาวที่กระโปรงผ่าสูงถึงต้นขาจนน่าหวาดเสียว
เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ว่าที่คู่หมั้นแสนสวยราวนางฟ้าเดินมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้า น้ำหอมราคาแพงหอมฟุ้งเตะปลายจมูกช่างเข้ากันได้ดีไม่มีที่ติ
“ฮึ่ม พร้อมยังครับ”
ร่างใหญ่ลุกขึ้นยืนต้อนรับ พร้อมทั้งส่งแขนให้เธอเกาะอย่างสุภาพบุรุษ แต่เธอกลับทำเพียงอมยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินเชิดหน้าออกจากบ้าน ทำมาเฟียหนุ่มแค่นหัวเราะหยันตัวเอง
“เหอะ หยิ่งนักนะ พริ้มพราว”
ทันทีที่ขึ้นมานั่งข้างกันบนรถตู้คันหรูสีดำมันปลาบ พริ้มพราวก็โทรสั่งบอดี้การ์ดให้ขับรถตู้สีขาวมุกราคาแพงตามมาติด ๆ ก่อนจะกดโทรศัพท์เล่น ไม่สนใจจะชวนว่าที่คู่หมั้นพูดคุยแม้แต่น้อย
“ผมจองร้านอาหารไว้แล้ว คุณชอบกินอะไร” เอเดนเป็นฝ่ายทำลายความเงียบชวนอึดอัดก่อน
“ถ้าจองไว้แล้วก็ไม่เห็นต้องถามฉันนี่คะ อยากกินอะไรก็เรื่องของคุณ”
“พูดแบบนี้แปลว่ากินง่าย กินได้ทุกอย่างงั้นเหรอ”
เขาเลิกคิ้วถาม กวาดมองใบหน้าและเรือนร่างงดงาม ไม่น่าเชื่อว่าลูกคุณหนูที่แสนหยิ่งผยองอย่างเธอจะเป็นคนที่กินง่ายอยู่ง่ายและตามใจคนอื่น
“ก็ไม่ใช่ขนาดนั้น ฉันกินแบบที่ฉันชอบ อะไรไม่ชอบก็แค่ไม่กินค่ะ”
“แล้วอะไรที่คุณไม่ชอบบ้างล่ะ วันหลังผมจะได้ไม่พาไปกิน”
“คงไม่มีวันหลังหรอกค่ะ อีกอย่างฉันก็บรรยายไม่หมด ไว้เจอถึงรู้ว่าอันไหนชอบอันไหนไม่ชอบ”
มาเฟียหนุ่มแค่นยิ้ม แค่นี้ก็รู้แล้วว่าคุณหนูพริ้มพราวเรื่องมากเพียงไหน ท่าทางคงมีอาหารที่เธอเขี่ยทิ้งมากกว่าตักเข้าปาก
“ผมจองร้านอาหารอิตาเลียนเอาไว้ เห็นว่ามันรสชาติกลาง ๆ คุณน่าจะกินได้”
ที่จริงเธอกินได้แทบทุกอย่างนั่นแหละ แค่อยากแสดงแสนยานุภาพให้เขาเห็น จะได้รีบหาเรื่องถอนหมั้นไปเสีย
“ไม่ค่อยชอบค่ะ มันเลี่ยนสมชื่อ พาสต้า สปาเก็ตตี้ อะไรพวกนี้ไม่ชอบกิน”
“มันมีเมนูอื่นอีกเป็นร้อยนะ”
“นั่นแหละค่ะ ไม่ถนัด”
ทั้งที่เมื่อวานเพิ่งนัดสังสรรค์กับเพื่อนที่ห้องอาหารอิตาเลียนของโรงแรมชื่อดังแท้ ๆ แต่มาวันนี้กลับแสร้งรังเกียจ
“งั้นเดี๋ยวผมเปลี่ยนร้านให้ อาหารญี่ปุ่นดีไหม”
พูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเตรียมโทรจองร้านอาหารญี่ปุ่นเจ้าประจำ แต่กลับถูกค้าน
“ไม่ค่อยชอบค่ะ”
คนหล่อเลิกคิ้วแปลกใจ ปกติผู้หญิงที่เขาเคยเดตด้วยก็ชอบกินอาหารญี่ปุ่นทั้งนั้น
“แล้วอาหารจีนล่ะ”
“ไม่ชอบค่ะ”
“แล้วคุณกินอะไรได้บ้างเนี่ย คุณพราว”
“ก็กินได้ทุกอย่างนั้นแหละค่ะ แค่ไม่ชอบ”
มาเฟียหนุ่มระบายลมหายใจ กำลังจะหมดความอดทนกับลูกคุณหนูผู้แสนเรื่องมาก
“งั้นคุณชอบกินอะไร บอกมาเลยดีกว่า ผมจะพาคุณไปกิน ให้คุณเลือกร้านเองเลยก็ได้”
“ชอบกินอาหารอีสานค่ะ” พูดพลางยิ้มมุมปาก ดวงตาวิบวับนึกสนุก
“ร้านไหน”
“ฉันมีร้านประจำค่ะ ส้มตำแซ่บมาก ไม่รู้ว่าคุณกินได้หรือเปล่า”
“ผมกินอะไรก็ได้”
“ค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันส่งโลเคชันให้คุณนะคะ”
พูดจบก็ส่งโลเคชันให้เขาในไลน์ เขาจึงแชร์ให้บอดี้การ์ดที่กำลังขับรถให้อีกที
แล้วห้องโดยสารส่วนตัวเย็นฉ่ำก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เขาจึงกดเปิดซีรีส์ให้เธอดู หน้าจอทีวีขนาดใหญ่ฉายภาพดาราจีนคนโปรดดึงดูดความสนใจ เธอจึงเก็บโทรศัพท์มือถือแล้วตั้งใจดู ทำมาเฟียหนุ่มยิ้มมุมปากชอบใจ
ไม่นานก็ถึงร้านอาหารอีสานรสแซ่บในตำนานที่ดูไม่ค่อยเข้ากับการแต่งกายของเธอและเขาเท่าไรนักเพราะเป็นเพียงร้านข้างทางเล็ก ๆ ไม่ได้มีเครื่องปรับอากาศด้วยซ้ำ
“คุณเอเดนจะทานร้านนี้จริง ๆ เหรอครับ”
เด่นภูมิถามเจ้านาย ตายังมองสำรวจร้านส้มตำโกโรโกโสไม่เลิก ไม่ต่างจากทินกรที่ยังคงยืนขวางไม่ให้เจ้านายเดินเข้าไปในร้าน
“ก็คุณพราวอยากกิน” เอเดนโยนความผิดมายังว่าที่คู่หมั้นทำเธอค้อนตาคว่ำ ก่อนหันไปสั่งบอดี้การ์ดส่วนตัวของตัวเอง
“คุณนัย คุณนิน เข้าไปจองโต๊ะให้พราวก่อนได้เลยนะคะ สองโต๊ะแล้วกัน”
“ครับคุณพราว”
ชนัยกับฐานินโค้งคำนับรับคำสั่งเจ้านาย ก่อนชนัยจะเดินเข้าไปจัดการด้านใน ส่วนฐานินยังคงยืนประกบคอยดูแลความปลอดภัยให้เจ้านาย
“เอ่อ คุณพราวครับ ร้านนี้จะดีหรือครับ ผมกลัวว่าคุณพราวกับคุณเอเดนจะท้องเสีย” เด่นภูมิเอ่ยปากค้านว่าที่มาดามคนใหม่
“ร้านประจำพราวค่ะ กินบ่อย ก็ไม่เห็นท้องเสียสักครั้งนะคะ เห็นร้านเก่า ๆ แบบนี้ แต่เขาทำอาหารสะอาดนะคะ น้ำปลาร้าก็เป็นแบบต้ม ไม่ใช่แบบดิบมาเป็นต่อน ๆ ให้คุณเอเดนฉีกกินแน่นอนค่ะ ไม่ต้องห่วงไปหรอก”
พูดไปเรื่อย ทั้งที่เธอไม่เคยกินร้านอาหารข้างทางแบบนี้สักครั้ง แต่เพราะต้องการกลั่นแกล้งว่าที่คู่หมั้นจึงยอมเอาตัวเข้ามาเสี่ยง
“แต่ผมว่า...”
เอเดนยกมือห้ามไม่ให้คนของตนพูดอะไรออกมาอีก ก่อนจะผายมือเชิญคนชอบกินอาหารแซ่บ ๆ เข้าไปนั่งโต๊ะที่คนของเธอเตรียมไว้
“คุณกินอะไรดีคะ ร้านนี้มีเมนูแนะนำหลายอย่าง”
“คุณสั่งเลย ผมกินอะไรก็ได้”
อากาศที่ร้อนอบอ้าวทำคนตัวโตเหงื่อซึม จึงถอดสูทออกแล้วพับแขนเสื้อเชิ้ตสีดำขึ้นมาถึงข้อศอกแถมยังปลดกระดุมลงมามากกว่าเดิมจนเห็นร่องกล้ามเนื้อหน้าอกหนั่นแน่นแบบคนออกกำลังกายทุกวันทำเธอกลืนน้ำลายอึกใหญ่ดับอาการประหม่าแล้วเชิดหน้าขึ้นสู้เล็กน้อย
“งั้นฉันจัดการเลยนะ ป้าคะ เอาตำปูปลาร้ารสจัด ๆ เลยนะคะ น้ำตกคอหมูย่าง ตับหวาน ต้มแซ่บกระดูกอ่อน แล้วก็ไส้อ่อนย่างค่ะ ข้าวเหนียวสองที่ด้วยนะคะ”
ปิดเล่มเมนูพร้อมรอยยิ้มแต่กลับต้องชะงักเมื่อสบสายตาที่อ่านไม่ออกของว่าที่คู่หมั้นซึ่งนั่งกอดอกพิงพนักเก้าอี้มองเธออยู่
“มองหน้าฉันทำไมคะ ฉันสั่งน้อยไปเหรอ งั้นเดี๋ยวฉันสั่งเพิ่ม ปะ...”
“พอ ๆ ที่สั่งมาก็เยอะแล้ว อาหารอีสานผมไม่ถนัดเท่าไหร่”
“ตายจริง ไหนว่ากินได้ทุกอย่างไงคะ ฉันไม่รู้ คิดว่าคุณเองก็ชอบอะไรแซ่บ ๆ เหมือนกัน เลยสั่งมาเสียเยอะ ถ้าเหลือก็เสียดายแย่”
ดวงตาวิบวับล้อแสงคู่นั้นทำเอเดนแค่นหัวเราะขำ มุกตื้น ๆ อย่าคิดว่าเขาไม่รู้ ที่จริงเธอคงตั้งใจพาเขามาแกล้งมากกว่า
แต่เมื่ออาหารมาเสิร์ฟตรงหน้ากลับทำเอามาเฟียหนุ่มเสียอาการ ยกนิ้วขึ้นถูจมูกเบา ๆ เพราะกลิ่นปลาร้ารุนแรงกว่าที่จินตนาการไว้
“นี่อาหารเหรอ” ถามพร้อมดันจานส้มตำปูปลาร้าสีแดงฉานที่มองไปเห็นแต่เม็ดพริกออกห่างตัว แต่พริ้มพราวกลับดันมากลับคืน
“อาหารสิคะ อาหารชั้นเลิศเลย ถ้าไม่เคยกินสักครั้งในชีวิตจะเสียชาติเกิดเอานะ” พูดพลางยิ้มกริ่ม แอบเบะปากสะใจเล็กน้อยตอนเห็นสีหน้าเหยเกเพราะทนกลิ่นตีจมูกไม่ได้
“นี่คุณกินอะไรแบบนี้จริง ๆ เหรอ”
ด้วยความที่พ่อเป็นชาวต่างชาติ แม่จึงไม่เคยสั่งให้นำอาหารพวกนี้ขึ้นโต๊ะเลยสักครั้ง และสังคมเพื่อนของเขาก็มีแต่ผู้ชาย จึงไม่มีใครพากันไปกินอาหารรสชาติจัดจ้านแบบนี้เลย
“กินค่ะ มันกินได้ ไม่เชื่อก็ลองดูสิคะ”