ในเดือนต่อมากฤติกาได้งานในบริษัทเล็กๆ แต่อบอุ่น เธอเป็นสถาปนิกที่ต้องไปดูหน้างานด้วย หญิงสาวยังอยู่ที่ห้องของสมิติตามปกติ และเขายังโอนค่าใช้จ่ายรายเดือนให้เหมือนที่เคย
วันหนึ่งเธอได้รับโทรศัพท์จากทางบ้าน บอกเรื่องของน้องสาวและน้องชายที่ต่างจังหวัดที่เธอส่งเสียทั้งค่ากิน ค่าเรียนต่างๆ ในจำนวนเงินที่สูงลิ่วว่าสร้างปัญหาอะไรขึ้นบ้าง
กฤติกาลางานจองตั๋วเครื่องบินไปลำปางทันที เธอพบว่าน้องสาววัยสิบเก้าท้องไม่มีพ่อและน้องชายอายุสิบหกถูกจับในข้อหามั่วสุมกับกลุ่มเด็กแว๊น
“แล้วแม่ล่ะหน่อย แม่ไปไหน” เธอถามน้องสาวที่ยังร้องไห้
“แม่ไปทำงานก่อสร้างที่ใต้น่ะพี่ ไปกับไอ้มิก” ไอ้มิกที่ว่าคือสามีใหม่ของแม่ กฤติการับฟังอย่างปวดใจเธอมองน้องสาวและน้องชายที่เพิ่งไปประกันตัวมา สามพี่น้องนั่งอยู่ด้วยกันในบ้านหลังเก่าของพ่อ
“หน่อยจะทำแท้ง” น้องสาวเธอพูดขึ้นมา
“ไม่ต้อง ถ้าหน่อยไม่อยากได้ลูก พี่ขอนะพี่จะเลี้ยงหลานเอง” กฤติกายอมไม่ได้ที่น้องสาวจะทำแท้ง
“แล้วหน่อยจะอยู่ยังไงพี่ หน่อยอายคน” เด็กสาวร้องไห้หนักขึ้น กฤติกามองน้องสองคนแล้วตัดสินใจพูด
“หน่อยกับนัทรู้ไหมว่าพี่เอาเงินจากไหนส่งมาทุกเดือน”
คำถามนั้นทำให้สองคนมองหน้ากัน
“เอ่อ ก็พี่ทำงานพิเศษไม่ใช่เหรอ” นัทอ้อมแอ้มตอบ
“คิดว่ามีงานพิเศษอะไรที่พี่จะส่งเงินมาให้ได้มากขนาดนั้น” เธอส่งมาให้น้องและแม่ใช้แต่ละเดือนไม่น้อยกว่าสามหมื่นบาท ทั้งค่าอยู่กินค่าเสื้อผ้า ส่วนค่าเทอมและอุปกรณ์การเรียนนั้นเธอจ่ายต่างหาก
หน่อยกับนัทกลืนน้ำลายลำบาก ความจริงไม่ใช่ว่าสองพี่น้องไม่เคยคิดว่าพี่สาวเอาเงินมาจากไหน แต่ความเป็นเด็กทำให้ไม่ได้สนใจจริงจัง
“พี่ขายตัวส่งเงินมาให้พวกเรา” กฤติกาพูดเสียงเบาด้วยความอดสูใจ เด็กเสี่ยก็คือคนที่ขายร่างกาย ไม่ได้ต่างจากโสเภณีคนอื่นๆ เกศราและก้องเกียรติตกตะลึงเมื่อได้ยินคำนั้น พวกเขามองพี่สาวที่กำลังร้องไห้เงียบๆ
“พี่ยอมทุกอย่างเพื่อให้พวกเรามีชีวิตรอด มีอนาคต ไม่ได้อยากให้น้องมาทำอะไรตอบแทน แค่ขอให้รักตัวเองได้ไหม ขอให้ตั้งใจเรียนพี่ขอแค่นี้เอง”
“หนูขอโทษนะพี่” เกศราร้องไห้หนักขึ้น ส่วนก้องเกียรติตาแดงก่ำ
“นัทก็ขอโทษ นัทจะไม่ไปยุ่งกับพวกนั้นอีกแล้วพี่”
น้องสองคนตรงมากอดพี่สาว สามคนร้องไห้ด้วยกันพักใหญ่ ก่อนที่กฤติกาจะปาดน้ำตา
“ไปเก็บของ ย้ายไปอยู่กับพี่ที่โน่นเราจะไปเริ่มต้นใหม่ด้วยกัน”
วันรุ่งขึ้นสามพี่น้องเดินทางด้วยรถทัวร์มาถึงกรุงเทพฯ กฤติกาพาน้องไปอยู่บ้านเช่าที่เธอติดต่อหาไว้ได้เมื่อคืนทางอินเทอร์เนตและตกลงทำสัญญาทันทีที่ไปถึง
“พี่ไก่บ้านหลังใหญ่ขนาดนี้ค่าเช่าน่าจะแพง นัทว่าเราย้ายไปอยู่บ้านเล็กๆ ก็ได้” ก้องเกียรติพูดเมื่อสำรวจบ้าน เขาไม่อยากให้พี่สาวเสียเงินเยอะโดยใช่เหตุ
บ้านที่กฤติกาเช่าเป็นบ้านเดี่ยวสองชั้นบนพื้นที่ขนาดห้าสิบตร.ว. อยู่ในหมู่บ้านใหญ่มีชื่อเสียงมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดี หญิงสาวตัดสินใจแล้วว่าเธอจะไม่ยอมกลับไปอยู่ในจุดเดิมอีก จุดที่เป็นคนสิ้นไร้ไม้ตอกใครๆ ก็ดูถูก เธอมาไกลมากขนาดนี้เธอต้องเอาดีให้ได้
“หน้าที่ของพวกเราคือเรียนให้จบก็พอ อย่างอื่นพี่รับผิดชอบเอง” เธอบอกน้องทั้งสองคน
วันนั้นเธอพาน้องๆ ไปซื้อของจำเป็นที่ต้องมี กฤติกานอนค้างที่บ้านเช่าและพาเกศราไปฝากครรภ์ในวันรุ่งขึ้น ส่วนก้องเกียรติเธอตั้งใจว่าจะพาน้องชายไปสมัครเรียนปวช.ในเทอมหน้า
หญิงสาวกลับมาที่ห้องในวันที่สามหลังจากที่พาน้องมาอยู่กรุงเทพฯ คืนนั้นเป็นวันเสาร์แต่เธอไม่หวังว่าสมิติจะมาเพราะเขาหายไปร่วมเดือน แต่ห้าทุ่มคืนนั้นเขาก็มาโดยที่ไม่ได้บอกล่วงหน้า