bc

เกิดใหม่เป็นแม่เลี้ยงของลูกสาวจอมซนในยุค 80

book_age12+
863
ติดตาม
7.4K
อ่าน
แต่งงานตามสัญญา
reincarnation/transmigration
ครอบครัว
จบสุข
เดินทางข้ามเวลา
รักต่างวัย
พ่อเลี้ยง
คนใช้แรงงาน
หวาน
เบาสมอง
สาสมใจ
เมือง
ออฟฟิศ/ที่ทำงาน
การโกหก
like
intro-logo
คำนิยม

ในชีวิตก่อนเป็นคุณครูสาวผู้ทุ่มเทให้กับเด็กๆ ชีวิตแสนเหน็ดเหนื่อยแม้แต่ตอนหมดลมหายใจยังแทบไม่รู้ตัว เมื่อเกิดใหม่อีกครั้ง ‘กู้เหม่ยอิง’ ไม่ว่าอย่างไรจะต้องเลี้ยงลูกติดสามีวัย 4 ขวบให้เติบโตมาอย่างดีให้ได้

chap-preview
อ่านตัวอย่างฟรี
ตอนที่ 1 ไป๋เหม่ยอิง
ท่ามกลางบรรยากาศความวุ่นวายในช่วงเลิกเรียนของโรงเรียนเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งในเมืองหลวงไป๋เหม่ยอิง ส่งนักเรียนตัวจิ๋วคนสุดท้ายให้ผู้ปกครองเสร็จก็ยกมือขึ้นปาดเหงื่อบนใบหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเพื่อเก็บกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้านเสียที เธอคิดถึงกลิ่นอาหารหอม ๆ ฝีมือคุณแม่จะแย่แล้ว… อาชีพคุณครูปฐมวัยนี่สูบพลังกายเธอในแต่ละวันไปมากจริง ๆ แต่ด้วยพลังใจเต็มเปี่ยม แน่นอนว่ามันทำให้เธอตื่นเช้ามาทำงานอย่างมีความสุข ไป๋เหม่ยอิงเลือกเรียนเฉพาะทางสำหรับการสอนเด็กปฐมวัย และด้วยความที่เป็นลูกสาวคนเล็กที่พ่อแม่รักใคร่ ย่อมไม่ใช่ปัญหาเพราะทุกคนในครอบครัวต่างสนับสนุนทางเดินที่เธอเลือกอย่างเต็มที่ เดิมทีเธอยอมรับว่าไม่ได้มีนิสัยรักเด็กขนาดนั้น แต่ด้วยเพราะในตอนที่เธออายุเพียงสี่ขวบถูกคุณครูปฎิบัติไม่ดี ทั้งดุด่าและตะคอกใส่ บางวันถึงกับมีรอยหยิกเป็นจ้ำกลับบ้านจนคุณแม่ต้องมาเอาเรื่องครูคนนั้นถึงโรงเรียน ความทรงจำเหล่านั้นฝังอยู่ในหัวไป๋เหม่ยอิงมาจนโต หญิงสาวจึงตั้งมั่นว่าหากเธอเป็นครูแล้ว เธอจะไม่มีวันทำกับเจ้าเด็กตัวจิ๋วพวกนี้อย่างที่เธอเคยเจอมาในตอนเด็กเด็ดขาด เธอยังจำวันหนึ่งหลังจากเลิกเรียนในชั้นมัธยมปลาย ในตอนนั้นไป๋เหม่ยอิงตัดสินใจบอกเล่าให้ทุกคนในครอบครัวเกี่ยวกับอนาคตการงานของตนเอง และแน่นอนว่าทุกคนสนับสนุนเธอ โดยเฉพาะพี่รองที่เรียนเกี่ยวกับการบริหารองค์กร เขาถึงกับออกปากว่าจะเปิดโรงเรียนให้ แต่เธอไม่ได้อยากเป็นฝ่ายบริหาร เธออยากเป็นครูที่ดูแลเด็กเล็กจึงได้ปฎิเสธไป แต่ทว่าหลังจากนั้นพี่รองและคุณพ่อก็ร่วมหุ้นกันเปิดโรงเรียนเอกชนขนาดกลางขึ้นมา และหลังจากนั้นสองปีที่ไป๋เหม่ยอิงเรียนจบก็ได้เข้าสอนในโรงเรียนแห่งนั้นทันที ร่างบางสมส่วนเจ้าของส่วนสูงหนึ่งร้อยหกสิบเก้าเดินหิ้วของพะรุงพะรังไปที่รถยนต์ส่วนตัวที่จอดอยู่บริเวณหลังอาคาร ใบหน้าที่บรรจงแต่งแต้มเครื่องสำอางค์มาตั้งแต่เช้าตอนนี้เลือนหายไปจนแทบจะเหลือเพียงสีหน้าซีดเซียวของคุณครูคนสวย “อ้าว! เหม่ยอิง ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ?” เสียงคุ้นเคยดึงความสนใจจากไป๋เหม่ยอิงที่กำลังวางของไว้ที่เบาะหลังรถในทันที เมื่อเห็นว่าคนที่ทักคือพี่สะใภ้รองใบหน้างามจึงยิ้มเจื่อนออกมา แววตาไร้แววความสดใส คงไว้แต่ความอ่อนล้าที่สะสมมาตลอดวัน “พอดีนักเรียนคนสุดท้ายพึ่งกลับน่ะค่ะ พี่สะใภ้มาหาพี่รองเหรอคะ?” “จ๊ะ ผ่านมาแถวนี้พอดีเลยจะชวนกลับด้วยกัน”หญิงสาวอายุมากกว่าตอบรับในทันที เธอมองสภาพของน้องสามีด้วยความรู้สึกสงสารปนจนใจ เด็กคนนี้ก็จริง ๆ เลย ทั้งที่มีทางสบายให้เลือก กลับเลือกทางลำบากให้ตัวเอง ต้องโทษอุดมการณ์อันแรงกล้าสินะ ที่ทำให้เด็กสาวที่แสนสดใสกลายเป็นคุณครูปฐมวัยที่ดูเหน็ดเหนื่อยเช่นนี้ แต่เธอเป็นเพียงสะใภ้จะพูดอะไรได้ ขนาดพ่อแม่ของเธอเองยังห้ามเธอไม่ได้เลย ฝูเฟยเมี่ยวได้แต่คิด พลางเผยยิ้มจางบนใบหน้า “อย่างนั้นฉันขอกลับด้วยคนได้ไหมคะ? ฮือออ! ฉันเหนื่อยจนขับรถไม่ไหวแล้วค่ะพี่สะใภ้”น้ำเสียงอ่อนล้าเริ่มออดอ้อนพี่สะใภ้ในทันที วันนี้เป็นช่วงแรกของการเปิดเทอม แม้จะเข้าใจธรรมชาติของเด็กเล็กเป็นอย่างดี แต่ต้องยอมรับว่างานของเธอมันเหนื่อยมากจริง ๆ ในระหว่างที่น้องสามีกำลังกอดแขนข้างหนึ่งแล้วซบใบหน้าลงบนไหล่ ฝูเฟยเมี่ยวสังเกตเห็นร่างสูงเด่นในชุดสูทสีเรียบดูสุขุมของสามีกำลังเดินมาทางนี้พอดี ริมฝีปากอิ่มส่งยิ้มให้สามีอย่างรู้กัน ไป๋ตงหยางพอจะรู้อยู่แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างสองสาว เขาเพียงเดินไปหยิบของที่น้องสาวพึ่งวางไว้หลังรถขึ้นมาถือ พลางบ่นอย่างไม่จริงจังนัก “เด็กดื้อ! พี่บอกให้ขึ้นมาอยู่ฝ่ายบริหารก็ไม่เชื่อ” ดวงตากลมใสกลอกกลิ้งมองด้านบน ไป๋เหม่ยอิงรู้สึกเบื่อกับคำเชื้อเชิญแกมบังคับของพี่รองมากจริง ๆ ประโยคนี้เธอฟังมาตั้งแต่ทำงานได้สามวัน จนตอนนี้เธอเป็นครูได้ห้าปีพี่ชายคนนี้ก็ยังยืนยันคำเดิม พลันดวงตาคู่โตตวัดมองพี่ชายอย่างขุ่นเคือง “หยุดว่าน้องเดี๋ยวนี้นะ พี่สะใภ้ดูพี่รองดุฉันอีกแล้ว” พูดจบไม่วายหันไปออดอ้อนพี่สะใภ้ต่อ สถานการณ์เช่นนี้ฝูเฟยเมี่ยวเห็นแทบทุกวันก็ยังอดขบขันกับสองพี่น้องคู่นี้ไม่ได้เลย “ฉันเห็นด้วยกับคุณนะคะ เหม่ยอิงของเราเหนื่อยเกินไปจริง ๆ” “เอาเถอะค่ะ ๆ รบกวนท่านผู้อำนวยการและภรรยาหยุดหลอกล่อครูอนุบาลตัวน้อยอย่างฉันได้แล้วนะคะ ตอนนี้ฉันเหนื่อยและหิวมาก เรากลับบ้านกันเถอะค่ะ ฉันคิดถึงกับข้าวฝีมือคุณแม่จะแย่แล้ว”ไป๋เหม่ยอิงพูดออกมายาวเหยียด ก่อนจะกระพริบตาปริบ ๆ ถี่รัวเรียกร้องความสงสาร เธอเข้าใจความเป็นห่วงของทุกคนดี ยิ่งทุกคนเห็นเธอลับบ้านไปในสภาพนี้แทบทุกวันพวกเขาจะยิ่งห่วงเธอมากขึ้น แต่ทำอย่างไรได้ในเมื่อเธอตั้งใจทำมันแล้วก็ต้องทำให้เต็มที่สิถึงจะถูก “จริง ๆ เลยนะเราน่ะ! เร็วเข้า!!”ไป๋ตงหยางยีผมบนหัวทุยเล็กที่เดิมทีก็ยุ่งอยู่แล้วอย่างหมั่นเขี้ยว ก่อนจะเดินไปประจำตำแหน่งคนขับ ฝูเฟยเมี่ยวเห็นสามีพร้อมแล้วเธอจึงเดินไปนั่งด้านข้างคนขับ โดยที่ไม่ลืมเปิดประตูด้านหลังแล้วดันร่างอ่อนแรงของน้องสามีเข้าไปด้านในเสียก่อน “แม่คะ หนูหิวจังเลย!!!”เสียงใสตะโกนเข้าไปในบ้านตั้งแต่ยังไม่ถอดรองเท้าด้วยซ้ำ เธอรู้สึกหิวจนใส้จะขาดอยู่แล้ว ทั้งที่มื้อเที่ยงก็กินไปตั้งมาก แต่รู้สึกราวกับไม่มีอะไรตกถึงท้องมาทั้งวันอย่างไรอย่างนั้น “กินนี่รองท้องไปก่อน วันนี้อากั๋วกลับบ้าน แม่จะทำมื้อใหญ่ ลูกรอหน่อยได้ไหม?”ซ่งเยว่ซินยัดหมั่นโถวที่เป่าจนคลายร้อนใส่ปากลูกสาวในทันทีที่เห็นเธอเดินเข้ามาใกล้ ความอุ่นของก้อนแป้งขาวนวลในปากทำให้น้ำย่อยในกระเพาะค่อย ๆ สงบลง ไป๋เหม่ยอิงพยักหน้าช้า ๆ อย่างเข้าใจ ก่อนจะแบมือขึ้นข้างหนึ่ง พลางส่งสายตาไปยังหมั่นโถวหลายลูกที่วางอยู่ในหม้อนึ่ง ผู้เป็นแม่แม้จะเหนื่อยใจกับความกินจุของลูกสาวคนเล็ก ซ่งเยว่ซินส่ายหัวเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็หยิบเอาลูกที่ใหญ่ที่สุดขึ้นมา ก่อนจะแบ่งออกเป็นสองส่วนเพื่อให้คลายร้อนเร็วขึ้นแล้ววางใส่มือลูกสาวคนเล็ก เพียงเท่านี้ไป๋หม่ยอิงก็ยอมจากไปแต่โดยดี แค่หมั่นโถวสองก้อนแน่นอนว่ามันไม่สามารถทำให้เธออิ่มท้องได้ แต่มันก็ช่วยให้เธอไม่ต้องทนหิวจนท้องร้องได้ ในระหว่างที่ทุกคนในบ้านกำลังช่วยกันขนย้ายข้าวของไปยังสนามหญ้าหน้าบ้านเพื่อเตรียมตั้งมื้อใหญ่ต้อนรับคนที่กลับบ้านมาเพียงปีละสองครั้งอย่างพี่ใหญ่เจี้ยนกั๋ว ไป๋เหม่ยอิงถือโอกาสใช้สิทธิน้องสาวคนเล็กที่เป็นที่รักใคร่ของทุกคนในการหอบร่างกายอันเหนื่อยอ่อนขึ้นชั้นสอง ขาเรียวก้าวไปยังห้องนอนส่วนตัวอย่างไม่ลังเล กว่าจะเดินถึงประตูห้องหมั่นโถวที่แม่ให้ก็หมดพอดี ปากเล็ก ๆ กลืนอาหารคำสุดท้ายลงท้องไปก่อนจะจิบน้ำตามเล็กน้อยแล้วทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่มในทันที ร่างกายที่แสนอ่อนล้าเมื่อสัมผัสเข้ากับความนุ่มของที่นอน และกลิ่นหอมอ่อนที่คุ้นเคยก็รู้สึกผ่อนคลาย ไป๋เหม่ยอิงผล็อยหลับไปอย่างง่ายดาย โดยไม่ได้รู้เลยว่าอีกไม่กี่นาทีต่อมาเธออาจจะไม่มีโอกาสตื่นขึ้นมาใช้ชีวิตอีกแล้ว… ท่ามกลางอากาศที่ร้อนขึ้นในทุกวัน รอยเลื่อนเก่าของแผ่นเปลือกโลกก็เริ่มขยับตัวอย่างไม่มีใครคาดคิด และแน่นอนว่าทุกชีวิตที่ดำเนินไปอย่างมีความสุขจำต้องหยุดชะงักลงในทันทีที่รับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนภายใต้ฝ่าเท้า เช่นเดียวกับสมาชิกครอบครัวไป๋ในปักกิ่ง บ้านหลังใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมาหลายชั่วอายุคน เมื่อได้รับแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงมีหรือจะยังคงตั้งอยู่ต่อไปได้ไหว หลังจากแผ่นดินไหวใจกลางเมืองเกิดขึ้นเพียงไม่กี่นาที คฤหาสน์ขนาดสามชั้นก็พังครืนลงมา ซากปรักหักพังทับถมกันเป็นกองใหญ่เท่าเนินเขาขนาดย่อม เสียงกรีดร้องของสมาชิกในครอบครัวบ่งบอกความรู้สึกของพวกเขาได้เป็นอย่างดี ร้อยเอกอนาคตไกลอย่างไป๋เจี้ยนกั๋วเร่งบึ่งรถกลับบ้านให้เร็วขึ้นด้วยความรู้สึกร้อนใจ ทันทีที่ร่างสูงองอาจลงจากรถจี๊ปเขาตรงไปหาทุกคนที่ยังคงนั่งอยู่บริเวณสนามหญ้า “พ่อแม่ ทุกคนเป็นอย่างไรบ้างครับ?” “แม่ไม่เป็นไร อากั๋ว! อาอิงอยู่ อึก! ในบ้าน ช่วยน้องด้วย ช่วยน้อง!!”คนเป็นแม่ร้องบอกลูกชายด้วยน้ำเสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจ นายทหารหนุ่มละสายตาจากใบหน้าที่อาบไปด้วยน้ำตาของแม่ ก่อนจะมองสำรวจไปยังคนอื่น แล้วเลื่อนสายตาไปยังเศษซากที่กองพะเนินตรงหน้าด้วยหัวใจระส่ำ

editor-pick
Dreame - ขวัญใจบรรณาธิการ

bc

กลับมาเกิดเป็นฮูหยินวิปลาส

read
3.5K
bc

เมื่อฉันแอบรักซุปตาร์นายเอกซีรีส์วาย

read
18.8K
bc

ร่านรัก จักรพรรดินี

read
1.9K
bc

หัวใจซ่อนรัก(เฮียเดย์)

read
48.5K
bc

หัวใจที่โหยหา

read
1.0K
bc

ทะลุมิติสยบสามีจอมเย็นชา

read
2.0K
bc

Passionate Love รักสุดใจนายขี้อ่อย 20+

read
34.0K

สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป

download_iosApp Store
google icon
Google Play
Facebook