6 เขมจิราอย่าดื้อ

2000 คำ
กลิ่นไอน้ำอุ่นยังคลุ้งในห้องน้ำกระจกใส คุณปราบยืนเช็ดผมหน้ากระจกด้วยผ้าขนหนูผืนสีเทา ขณะที่เขมจิราออกมาก่อน สวมเพียงเสื้อคลุมผ้าขนหนูผูกหลวม ๆ เดินไปยังโซฟาข้างเตียง หยิบชุดชั้นในจากกระเป๋าถือ เธอค่อย ๆ ใส่บราไปพลาง มองกระจกไปด้วยครึ่งตา แล้วก็ต้องสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อเสียงทุ้มต่ำของเขาเอ่ยขึ้น “เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมจะให้เลขาจัดการทั้งหมดให้นะ” เขมจิราหยุดมือที่กำลังติดตะขอบรา เธอหันไปมองเขาที่ยืนใส่กางเกงนอนอยู่ ปลดผ้าเช็ดผมออก เผยเส้นผมเปียกหมาดอย่างหล่อเหลา “นายพูดจริงเหรอเนี่ย? นั่นมัน...สามสิบล้านเลยนะ” เธอพูดพลางหัวเราะเบา ๆ เหมือนไม่กล้าเชื่อเต็มปาก คุณปราบไม่ตอบ เขาเดินเข้ามาใกล้เธออย่างนิ่งขรึม เอื้อมมือไปด้านหลังเขมจิรา แล้วค่อย ๆ ติดตะขอบรา ให้เธออย่างมั่นใจ “คุณคิดว่าคนอย่างผมพูดเล่นเป็นเหรอ? อยู่ที่คุณแล้วแหละว่าจะทำให้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปไหม” สิ้นเสียง เขาก็ก้มลง จุ๊บเบา ๆ ที่หัวไหล่เธอ พร้อมกับลูบมือผ่านแผ่นหลังเปลือยเนียนนั้น ก่อนจะผละออกมาแล้วเดินกลับไปใส่เสื้อเชิ้ตที่พาดไว้ปลายเตียง เขมจิรายิ้มบาง ๆ อย่างห้ามไม่อยู่ เธอแต่งตัวต่อโดยไม่พูดอะไร จนกระทั่งเสียงเขาเอ่ยขึ้นอีก “แล้วนี่...คุณพักอยู่ที่ไหน ที่บ้านเหรอ?” “บ้านของขวัญน่ะ” เธอตอบพลางติดกระดุมเสื้อ “พอดีครอบครัวฉันบินไปต่างประเทศ” คุณปราบพยักหน้าช้า ๆ สีหน้าครุ่นคิดนิดหน่อย ก่อนจะพูดเรียบ ๆ แต่เสียงหนักแน่น “งั้นพรุ่งนี้ก็เก็บของ มาอยู่ที่นี่ซะ จะได้เจอกันง่ายหน่อย ขาดเหลืออะไรก็บอกผม อย่าไปรบกวนของขวัญเลย” เขมจิราหันขวับ “แล้วเรื่องงานที่บาร์ล่ะ? จะให้ฉันเลิกทำหรือไง?” “ใช่” เขาตอบทันที “ถ้าคุณอยากทำก็ไปทำที่บาร์ไอ้สิงห์ ผมมีหุ้นอยู่ จะยกให้ก็ได้ ไม่ต้องไปทำงานที่ให้ใครดูถูก มันไม่ใช่คุณเลย เข้าใจมั้ย” เขมจิราทำหน้าเบ้ใส่ มองเขาเหมือนจะกัดเขาได้ “นายจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ? มันอาจจะเป็นตัวตนที่นายไม่เคยสัมผัสก็ได้นะ” คุณปราบกลอกตาเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าเธออีกครั้ง “อย่างอแง เขมจิรา บาร์นั่นเราเช็กไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเจ้าของเป็นใคร มันอาจจะอันตราย เธอควรอยู่ให้ห่าง” เธอเบ้ปาก ขยับตัวหนีเล็กน้อยแล้วบ่นเสียงงอน “งั้นนายซื้อฉันมานอนเฉย ๆ งั้นเหรอ? ก็ดีเหมือนกัน ฉันขอเงินเดือนด้วย จะได้กินอยู่ดี ๆ หน่อย ถึงจะไม่มีหนี้ต้องจ่ายแล้ว แต่ฉันก็ต้องกินต้องใช้นะ” เขามองเธอ แล้วยิ้มมุมปาก ก่อนจะหยิบกระเป๋าสตางค์หนังสีดำออกมา ดึงบัตรสีดำเรียบหรู Black Card ที่ไม่ต้องพูดชื่อก็รู้ว่าใช้ที่ไหนก็ผ่าน เขายื่นมันให้เธอ “เธอใช้บัตรนี้ได้เลย แล้วก็...อย่าดื้อ...ขอร้อง” เธอมองบัตรแล้วทำปากมุ่ย ก่อนจะ คว้าบัตรไปอย่างเร็ว “งั้นฉันจะใช้แบบไม่เกรงใจเลยแล้วกัน!” เธอพูดอย่างหมั่นไส้ “ซื้อกระเป๋าใหม่ รองเท้าใหม่ กินข้าวแพง ๆ ทุกวัน!” เขาหัวเราะในลำคอ เดินเข้าไปหาเธอแล้วลูบหัวเบา ๆ “เอาสิ...ใช้ให้หมดวงเงินเลยก็ได้แต่เธอห้ามหายไปนะ เข้าใจมั้ย?” เขมจิรายื่นหน้าไปซบกับอกเขาเงียบ ๆ แล้วพึมพำว่า “ถ้าหาย นายจะตามหาฉันมั้ย?”คุณปราบก้มลงจูบหน้าผากเธอเบา ๆ อย่างไม่ต้องใช้คำตอบ รถสปอร์ตสีดำเงาวับแล่นเนิบ ๆ เข้ามาจอดหน้ารั้วบ้านไม้หลังคาสูงของของขวัญ เสียงเครื่องยนต์หรูคล้ายจะกลืนหายไปกับสายลมยามดึกที่เย็นจัดจนน่าขนลุก แต่ภายในรถกลับอบอุ่นเกินบรรยายด้วยบรรยากาศที่เงียบ และลึกซึ้งจนเกือบทำให้ลมหายใจขาดห้วง เขมจิรานั่งอยู่เบาะข้างคนขับ หันหน้ามองออกไปทางประตูบ้านที่ปิดสนิท ไฟดวงเล็กหน้าบ้านส่องสว่างพอให้เห็นเงาของต้นเฟื่องฟ้ากำลังไหวระริกตามลม ก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ“แล้วนี่นายจะกลับบ้านใช่ไหม ขับรถขึ้นเขาเวลานี้ไม่เหนื่อยเหรอ?” คุณปราบที่กำลังปลดเกียร์ว่าง หันมามองเธอแวบหนึ่งก่อนจะกลับไปมองตรง “ไม่มีกฎให้นอนนอกบ้านถ้าไม่ติดงานน่ะ ยังไงผมก็ต้องกลับไปนอนที่บ้าน” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบแต่มีแววจริงจัง มือข้างหนึ่งยกขึ้นลูบผมเธอเบา ๆ จากหน้าผากไปถึงท้ายทอย อย่างแผ่วเบาจนเหมือนลมหายใจ เขมจิรายิ้มน้อย ๆ รับสัมผัสนั้น “นั่นสินะ งั้นขับรถกลับดี ๆ นะ ไว้เจอกันพรุ่งนี้” พูดจบเธอก็เอื้อมมือไปดึงที่จับประตู หันไปยิ้มให้เขาอีกนิด ก่อนจะเปิดประตูเตรียมลง แต่เสียงเรียกจากคนข้างหลังก็ทำให้เธอชะงัก “เขม” เธอหยุด หันกลับไปมองคนที่นั่งอยู่ในตำแหน่งคนขับ มือหนึ่งยังจับพวงมาลัยไว้หลวม ๆ ส่วนอีกข้างเอื้อมมาสัมผัสที่หน้าขาของเธอ แค่นั้น แค่ปลายนิ้ววางลงเบา ๆ แต่กลับทำให้หัวใจเธอเต้นไม่เป็นจังหวะ “ว่าไง?” เขมจิราเลิกคิ้วถาม คุณปราบไม่ตอบทันที เขาเอาแต่มองหน้าเธออยู่เงียบ ๆนัยน์ตาคมจัดคู่นั้นจ้องลึกอย่างพินิจ ละเอียดจนน่าหวั่นไหว “มีอะไร?” เธอถามซ้ำอีกครั้ง พยายามรักษาสีหน้าให้เป็นปกติ ทั้งที่รู้ดีว่ากำลังหายใจลำบากขึ้นทุกที คุณปราบกลืนน้ำลายเบา ๆ ก่อนจะพูดด้วยเสียงต่ำกังวาน “หวังว่าเธอจะไม่ดื้อนะ” คำพูดนั้นทำเอาเขมจิราถลึงตาใส่ ขมวดคิ้วทันที “ฉันโตแล้วนะ” น้ำเสียงเธอมีแววขุ่นอยู่บ้าง แค่นิดเดียว แต่ก็พอจะฟังออก มือเธอเอื้อมไปเปิดประตูรถใหม่อีกครั้ง แต่ยังไม่ทันได้ก้าวลง ร่างทั้งร่างก็ถูกคุณปราบดึงเข้าหาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย แขนแกร่งโอบรัดจากด้านหลัง ดึงเธอให้โน้มตัวกลับไปหาที่นั่งของเขา แล้วริมฝีปากของเขาก็ประกบลงมาที่ริมฝีปากของเธอ ในวินาทีนั้นเอง มันไม่ใช่จูบเร่าร้อนแบบก่อนหน้านี้ ไม่ได้รุนแรง หรือจาบจ้วง แต่เป็นจูบแสนเนิบนาบ อ้อยอิ่ง และเต็มไปด้วยความเสน่หาที่ซ่อนอยู่ลึกเกินจะเอ่ยเป็นคำ ริมฝีปากของเขาราวกับจะเขียนคำขอโทษ และคำสัญญาทั้งหมดที่เขาไม่เคยพูด จูบช้า ๆ ซ้ำ ๆ อยู่อย่างนั้น จนเธอแทบลืมว่าตัวเองควรหายใจ มือเธอยกขึ้นแตะแขนเขาเบา ๆ เหมือนจะบอกให้พอ แต่ก็ไม่มีแรงจะผลักเขาออกจริง ๆ เมื่อเขาค่อย ๆ ผละริมฝีปากออก ดวงตาของเขาก็ยังคงจ้องมองเธออยู่ในระยะใกล้เหลือเกิน “ฝันดี...เขมจิรา” เสียงเขานุ่มเหมือนผ้ากำมะหยี่ปกคลุมใจ เธอรู้สึกได้ทันทีว่าใบหน้าตัวเองร้อนวูบขึ้นมา ดวงตาวาววับเพราะอารมณ์ที่อัดแน่นแน่นอนว่า ต้องแดงมากแน่ ๆ แดงแบบน่าอายจนต้องรีบเบือนหน้าหนี เขมจิราฝืนยิ้ม ก่อนจะรีบเปิดประตูรถลงไปจริง ๆ คราวนี้ เธอยืนข้างรถ สูดหายใจเข้าลึก แล้วหันมายกมือโบกเบา ๆ เหมือนจะบอกให้เขากลับได้แล้ว คุณปราบยังคงนั่งอยู่ในรถ มองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มข้างปากแล้วขับรถแล่นจากไปอย่างเงียบงัน เมื่อรถค่อย ๆ หายลับไปในความมืด เขมจิราจึงหันกลับ เดินเข้าบ้านของของขวัญอย่างเงียบ ๆ แต่ข้างในเธอกำลังว้าวุ่น เพราะจูบนั้นยังตามติดไม่ห่าง เหมือนมันเพิ่งจะเกิดขึ้นในหัวใจ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า บ้านทั้งหลังเงียบสงัด มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบา ๆ ดังแผ่วอยู่ที่มุมเพดาน และแสงไฟสีส้มจากหลอดเล็กหน้าระเบียงที่ลอดเข้ามาผ่านผ้าม่านสีครีม บ่งบอกถึงความเรียบง่ายและเป็นระเบียบของบ้านของขวัญ เขมจิราหยิบกุญแจขึ้นไขประตู เปิดไฟในโถงเล็กอย่างแผ่วเบา แสงไฟอุ่นไล้ไปทั่วห้องนั่งเล่นเพียงชั่วพริบตา เผยให้เห็นร่างของของขวัญที่หลับอยู่บนโซฟา แขนเรียวทั้งสองข้างกอดหมอนผ้าลายดอกไม้ไว้แน่น ผ้าห่มหลุดกองอยู่ตรงปลายเท้า เขมจิราอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นภาพนั้น น้องสาวของเธอดูเหมือนกระต่ายน้อยจริง ๆ ในยามหลับ แก้มกลมขาวเนียน ผมยาวปล่อยระไว้บนหมอน และริมฝีปากน้อย ๆ ที่เผยอน้อย ๆ อย่างไม่รู้ตัว ทว่ารอยอะไรบางอย่างบนลำคอของของขวัญกลับทำให้หัวใจเขมจิราสะดุดวูบ เธอก้าวเข้าไปใกล้อีกก้าว ก่อนจะเบิกตากว้าง ผิวขาวของของขวัญที่ปกติเรียบเนียนไร้ตำหนิ บัดนี้กลับปรากฏรอยแดงจาง ๆ หลายจุด บางจุดเป็นจ้ำ บางจุดคล้ายรอยฟัน รอยดูด รอยลูบคลำ ร่องรอยของใครบางคนที่ทิ้งไว้เต็มต้นคอ ซอกไหปลาร้า แขนและเหนือขอบคอกลมของเสื้อยืดตัวหลวม เขมจิราเผลอยกมือแตะลำคอตัวเองทันที เพราะจุดเดียวกันนั้นก็มีร่องรอยของคุณปราบ หัวใจเธอกระตุก “ของขวัญ” เสียงเรียกของเธอดังอยู่แค่ในลำคอ ไม่กล้าเปล่งออกมาเต็มเสียง เธอยืนอึ้งอยู่อย่างนั้น ใจสั่นวูบ ไม่ใช่เพราะตกใจว่า ของขวัญไปมีอะไรกับใคร แต่เพราะเธอไม่เคยรู้เลยว่าเด็กสาวที่เธอคิดว่าอ่อนโยน ใสซื่อ และไม่เคยแม้แต่จะปริปากเล่าเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ให้ฟัง จะมีใครบางคนในชีวิต ใครที่กล้าทำให้ของขวัญกลายเป็นแบบนี้ เขมจิรามองรอยเหล่านั้นแล้วก็ได้แต่ก้มหน้าอย่างใช้ความคิด รู้สึกเหมือนโลกเงียบลงเธอไม่ได้รู้สึกว่า ของขวัญผิด แต่กลับรู้สึกว่าโลกใบนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะตัดสินใครได้เพียงแค่ภาพลักษณ์ เขมจิราหยิบผ้าห่มผืนเดิมขึ้นมาคลี่เบา ๆ ห่มลงบนร่างของของขวัญ ลูบเส้นผมนุ่มของน้องสาวเบา ๆ อย่างระมัดระวัง แล้วเธอก็เดินตรงไปยังห้องนอนของตัวเองเงียบ ๆ ประตูห้องนอนปิดลงอย่างนุ่มนวล เมื่อเขมจิราทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง ดวงตาของเธอก็ยังคงจับจ้องไปที่พื้นห้อง เสียงของคุณปราบยังคงก้องอยู่ในหัว น้ำเสียงต่ำพร่าที่เอ่ยว่า “ฝันดี เขมจิรา” มือของเขาที่ลูบผมเธอเบา ๆ ริมฝีปากที่แนบจูบเธออย่างอ้อยอิ่ง เธอถอนหายใจความอบอุ่น ความหวามไหว และความเอาแน่เอานอนไม่ได้ทั้งหมดนั้น มันคือสิ่งเดียวกันกับที่เธอเห็นบนร่างของของขวัญไหม? เธอรู้ว่าความสัมพันธ์ของตัวเองกับคุณปราบยังไม่ชัดเจน ไม่มีคำสัญญา ไม่มีแม้แต่คำนิยาม แล้วนั่นคือความสัมพันธ์แบบไหนกันแน่ เธอเป็น ‘ของเล่น’ หรือว่าเป็น ‘คนสำคัญ’หรือเธอกำลังอยู่ในบททดสอบอะไรบางอย่างที่ไม่รู้ว่าจะจบยังไง เขมจิราล้มตัวลงบนเตียง คว่ำหน้ากับหมอนอย่างเงียบ ๆ ภาพของคุณปราบซ้อนทับกับรอยแดงบนตัวของขวัญอย่างน่ากระอักกระอ่วน ในหัวของเธอเต็มไปด้วยคำถาม แต่ยังไม่มีคำตอบ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม