หลังจากเห็นรูปพ่อแม่ในมือถือที่ถูกส่งมาจากเบอร์ลึกลับ ผิงผิง แทบจะทำมือถือร่วงลงพื้นคอนกรีต มือไม้สั่นเทาจนต้องรีบเอามือซุกไว้ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนแน่นจนเนื้อผ้าแทบขาด ใจหนึ่งก็ห่วงพ่อแม่บุญธรรมจนอยากจะร้องไห้โฮออกมากลางร้าน อีกใจก็รู้สึกผิดที่ต้องมาทำอะไรลับๆ ล่อๆ ในร้านของคนที่เพิ่งจะ เกือบจูบ กับเธอไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
เอาไงดีวะยัยผิง... พ่อแม่ก็โดนจับ บอสก็ดูเหมือนจะเริ่มไว้ใจเราแล้ว ถ้าทำลงไปเรามันก็ไม่ต่างจากโจรชัดๆ!
"ผิง... เป็นอะไร หน้าซีดเป็นกระดาษเช็ดปากเชียว"
เสียงทุ้มต่ำของบอสคินดังขึ้นข้างหู ทำเอาผิงผิงสะดุ้งสุดตัวจนเผลอกระโดดถอยหลังไปโขกเข้ากับชั้นวางขวดน้ำเชื่อมดัง 'ปึก!'
"โอ๊ยยย... ปะ... เปล่าค่ะบอส ผิงแค่... แค่ปวดท้องนิดหน่อยค่ะ สงสัยเมื่อกลางวันกินส้มตำใส่พริกสิบเม็ดแถมลืมบอกเขาว่าไม่ใส่ปลาร้าแน่เลย ลำไส้ผิงมันเลยประท้วงกะทันหันค่ะ"
เธอยิ้มแห้งๆ ส่งไปให้หน้าม้าแตกยับไม่เป็นทรง แต่บอสคินไม่ได้ยิ้มตอบ เขาหรี่ตามองเธออย่างจับผิด สายตาคมกริบนั่นเหมือนเครื่องสแกนเนอร์ที่กำลังพยายามมองทะลุเข้าไปถึงไส้ติ่งและสิ่งที่ซ่อนอยู่ในกระเป๋าผ้ากันเปื้อน
"ปวดท้องแต่ทำไมมือสั่นขนาดนั้น แล้วมือถือจะรีบซ่อนทำไม มีความลับอะไรที่ผมยังไม่รู้หรือไง"
คินก้าวเข้ามาหาหนึ่งก้าว รังสีความกดดันจากคนตัวสูงทำให้ผิงผิงรู้สึกเหมือนกำลังโดนสอบสวนโดยมาเฟียในคราบเจ้าของร้านกาแฟ
"แหะๆ... บอสก็รู้ว่าผิงมันพวกขวัญอ่อน บอสเดินมาเงียบๆ ยังกับนินจาแบบนี้ใครก็ตกใจป่ะคะ บอสตัวใหญ่ยังกับยักษ์วัดแจ้งมายืนค้ำหัว ผิงก็เกร็งดิคะ"
ผิงผิงแถน้ำขุ่นๆ พลางรีบเดินเลี่ยงไปที่เครื่องบดกาแฟ
"เดี๋ยวผิงไปล้างเครื่องชงต่อนะบอส งานเยอะแยะเลยเนี่ย! บอสไปพักเถอะค่ะ หน้านิ่งนานๆ เดี๋ยวตีนกาขึ้นนะคะผิงเป็นห่วง"
คินยืนกอดอกมองร่างเล็กที่เดินจ้ำอ้าวหนีไปอย่างผิดสังเกต เขาไม่ใช่คนโง่ที่จะมองไม่ออกว่ายัยตัวแสบกำลังปกปิดบางอย่างอยู่ ท่าทางลุกลี้ลุกลนเหมือนหนูที่ไปแอบจิ๊กชีสมาแล้วโดนจับได้แบบนั้นมันดูออกง่ายยิ่งกว่าข้อสอบประถมเสียอีก
ยัยบื้อ... มีเรื่องอะไรทำไมไม่บอกกันตรงๆ นะ คิดจะแก้ปัญหาเองคนเดียวหรือไง
คินคิดในใจพลางกำหมัดแน่นข้างลำตัว
ในขณะที่ผิงผิงกำลังทำทีเป็นเช็ดถูเคาน์เตอร์อย่างบ้าคลั่ง สมองเธอก็หมุนติ้วราวกับพัดลมเบอร์สามที่กำลังจะพัง
ข้อมูลความลับธุรกิจ งั้นเหรอ ร้านกาแฟอุ่นไอมันจะมีความลับอะไรหนักหนา นอกจากสูตรชงกาแฟที่บอสหวงนักหวงหนา หรือจะเป็นสมุดบัญชีรายได้ที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชัก? หรือว่าจริงๆ แล้วบอสคินทำธุรกิจสีเทาอย่างที่เพื่อนเขาบอกว่า 'บริษัทใหญ่' อะไรนั่น?
ผิงผิงเหลือบมองไปยังโต๊ะทำงานของบอสที่อยู่มุมหนึ่งของร้าน มีโน้ตบุ๊กสีดำวางอยู่เครื่องเดียวที่เป็นหัวใจหลักของข้อมูลทุกอย่าง
โอ๊ยยย... แล้วคนอย่างฉันจะไปแอบเปิดคอมบอสได้ยังไง รหัสผ่านคืออะไรก็ไม่รู้ หรือจะลองกดวันเกิดบอสดูดีนะ?
แล้วบอสเกิดวันไหนวะ... วันพระหรือเปล่าถึงได้หน้านิ่งขนาดนี้!
ความซุ่มซ่ามและความโก๊ะของเธอเริ่มทำงานผิดที่ผิดเวลา ผิงผิงมัวแต่เหม่อจินตนาการถึงรหัสผ่านจนเผลอหยิบขวดน้ำยาล้างจานมาเทพรวดลงไปในโถเมล็ดกาแฟที่เพิ่งเปิดใหม่แทนที่จะเป็นในซิงก์
"เหวออออ บอส ช่วยด้วย กาแฟมันออกลูกเป็นฟองแล้ว!"
โครม!
คินพุ่งพรวดมาที่เคาน์เตอร์ไวยังกับเสือชีตาร์ เห็นภาพพนักงานใหม่กำลังยืนถือขวดน้ำยาล้างจานค้างอยู่ หน้าโถกาแฟราคาแพงที่มีฟองสบู่ฟูฟ่องขึ้นมาอย่างกับอ่างอาบน้ำในโรงแรมห้าดาว คินถึงกับกุมขมับจนเส้นเลือดที่ขมับปูด
"พิจิตรา... เธอทำอะไรของเธอเนี่ย ผมจ้างมาทำงานหรือจ้างมาทำลายร้านกันแน่"
"ผิง... ผิงขอโทษค่ะบอส ผิงมัวแต่คิดเรื่อง... เรื่องสูตรกาแฟใหม่ไงคะ บอสบอกให้ผิงฝึกเทนมบ่อยๆ ผิงเลยอยากลองผสมสูตรฟองละมุนแบบ... แบบซักฟอกได้ด้วยไงคะ แฮะๆ"
คินมองฟองสบู่ในโถกาแฟอาราบิก้าพรีเมียมด้วยสายตาว่างเปล่า
"เมล็ดกาแฟกิโลละสามพัน... เธอทำมันกลายเป็นฟองสบู่สามบาทไปแล้วนะ รู้ไหมว่าต้องใช้เวลาคั่วกี่ชั่วโมงกว่าจะได้แบบนี้"
"เดี๋ยวผิงชดใช้ให้ค่ะบอส! หักเงินเดือนผิงไปเลย... จะหักไปถึงปีหน้าผิงก็ยอม แต่อย่าเพิ่งไล่ผิงออกนะบอส นะๆๆ"
เธอบอกพร้อมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้จริงๆ คราวนี้ไม่ใช่การแสดงเลขาหน้าเหลอหลา แต่เป็นความรู้สึกผิดที่มันสะสมมาทั้งเรื่องรูปพ่อแม่ที่เห็นเมื่อกี้ และเรื่องที่ความซุ่มซ่ามมาทำลายของรักของบอส คินเห็นน้ำตาใสๆ ที่เริ่มคลอเบ้าของคนตรงหน้า ความโกรธที่เคยมีจนอยากจะจับยัยตัวดีมาตีก้นก็หายวับไปหมด เขาถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะเอื้อมมือหนามาดึงคราบฟองสบู่ออกจากปลายจมูกรั้นๆ ของเธอเบาๆ
"เลิกทำหน้าเหมือนโลกจะแตกได้แล้ว... ไปเอาถังน้ำกับผ้าสะอาดมาจัดการตรงนี้ เดี๋ยวผมทำเอง เธอไปนั่งนิ่งๆ อยู่ที่โต๊ะมุมร้านเลยนะ ห้ามแตะต้องอะไรอีกแม้แต่ไม้จิ้มฟัน"
"บอส... บอสใจดีจัง ผิงทำพังขนาดนี้ยังไม่ด่าผิงเลย"
"ผมไม่ได้ใจดี... ผมแค่รำคาญเสียงร้องไห้ของเธอ มันน่าหนวกหู"
คินพูดเสียงเรียบเย็นชาเหมือนเดิม แต่แววตามันกลับสั่นไหวเล็กน้อยจนผิงผิงรู้สึกผิดมากขึ้นไปอีกร้อยเท่า
คืนนั้น หลังจากปิดร้านและส่งผิงผิงกลับ
(คินขับรถไปส่งแต่เธอบอกให้ส่งแค่หน้าปากซอย)
ผิงผิงแกล้งทำเป็นเดินเข้าหอพักไปก่อน แต่พอรถของบอสคินขับหายลับสายตาไป เธอก็รีบวิ่งซอยเท้ากลับมาที่ร้านอุ่นไออีกครั้ง
ขอโทษนะบอส... ผิงจำเป็นจริงๆ พ่อแม่ผิงสำคัญที่สุด ถ้าผิงไม่ทำ พวกนั้นจะฆ่าท่าน ผิงขอแค่ข้อมูลอะไรก็ได้ไปแลกตัวท่านออกมา แล้วผิงจะหายไปจากชีวิตบอสเอง...
ผิงผิงใช้กุญแจสำรองที่เธอแอบ 'จิ๊ก' มาจากพวงกุญแจบอสตอนที่เขาไปเข้าส้วมเมื่อกลางวัน ไขประตูร้านเข้าไปอย่างเงียบเชียบ ภายในร้านมืดมิดมีเพียงแสงไฟจากเสาไฟฟ้าข้างถนนที่สาดเข้ามาเป็นเงาตะคุ่มๆ
เธอย่องเบาๆ ไปที่โต๊ะทำงานของบอส หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนสอบเอ็นทรานซ์ มือที่เอื้อมไปจะเปิดฝาโน้ตบุ๊กสั่นระริก
บอสคะ... อย่าโกรธผิงเลยนะ...
แต่ทว่า... ทันทีที่ปลายนิ้วเธอแตะลงบนฝาเครื่อง แสงไฟสปอร์ตไลท์ดวงเล็กๆ จากมุมหนึ่งของร้านก็สว่างพรึ่บขึ้นมาทันที! ผิงผิงสะดุ้งสุดตัวแทบจะหงายหลังโพล่ลงพื้น
"จะขโมยข้อมูล... หรือจะขโมยหัวใจผมไปให้จบๆ เถอะผิง อย่าทำอะไรที่มันดูโง่ๆ แบบนี้เลย"
ร่างสูงใหญ่ของคินที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟามืดๆ มุมร้านค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นยืน เขาไม่ได้กลับบ้านอย่างที่เธอคิด แต่เขานั่งรออยู่ที่นี่... รอยัยหนูจอมแสบมาติดกับดักเอง
"บอส! บอสยังไม่กลับเหรอคะ!"
ผิงผิงเสียงหลง หน้าซีดเผือดเหมือนเห็นผี
คินเดินช้าๆ เข้ามาหาเธอท่ามกลางความเงียบที่มีเพียงเสียงหายใจหอบถี่ของหญิงสาว สายตาเขาคมกริบและแฝงไปด้วยความผิดหวังจนผิงผิงอยากจะร้องไห้ออกมาตรงนั้น
"ผมให้โอกาสเธอพูดนะผิง... ใครสั่งให้เธอทำแบบนี้? แล้วพวกมันเอาอะไรมาขู่เธอ"
คินคว้าข้อมือเธอไว้แน่นแต่ไม่เจ็บ เขาโน้มหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชนกัน
"บอกผมมาให้หมด... ก่อนที่ผมจะหมดความอดทนแล้วแจ้งตำรวจจับพนักงานหัวขโมยคนนี้"
ผิงผิงยืนตัวสั่น น้ำตาที่อัดอั้นมาทั้งวันร่วงเผาะลงบนหลังมือของคิน
"บอส... ผิง... ผิงขอโทษ..."