ตอนที่14

1343 คำ
ภายในร้านอุ่นไอที่เคยเงียบสงบ ตอนนี้กลับร้อนระอุยิ่งกว่าเครื่องคั่วกาแฟที่เปิดไฟแรงสุด ผิงผิง ยืนตัวสั่นมือสั่น พยายามแกะมือออกจากไอ้พวกนักเลงหน้าปลาจิบที่ยังคงกำข้อมือเธอแน่น แต่พอเห็นร่างสูงของพี่คินยืนขวางประตูอยู่ ความกลัวเมื่อกี้ก็เปลี่ยนเป็นความอุ่นใจขึ้นมาดื้อๆ "พี่คิน "โอ๊ยยย พระเอกขี่ม้าขาวมาแล้วจ้า แต่คราวนี้พี่แกดูน่ากลัวกว่าม้าอีกนะนั่น" ช่วยผิงด้วยค่ะ พวกนี้มันจะเผาร้านเรา" ผิงผิงตะโกนบอกเสียงหลง "เผาร้าน" คินทวนคำเสียงเรียบ เดินเข้ามาในร้านช้าๆ กลิ่นอายความกดดันที่แผ่ออกมาทำให้พวกนักเลงถึงกับต้องก้าวถอยหลัง "ร้านนี้ผมสร้างมากับมือ... ใครคิดจะเผา ก็ต้องข้ามศพผมไปก่อน" "หนอย... ไอ้เจ้าของร้านกาแฟหน้าจืด มึงอย่ามาซ่า เสี่ยเบิ้มสั่งมา มึงจ่ายหนี้ต้นไปแล้ว แต่ดอกเบี้ยอีกสองล้านยังไม่ได้จ่าย ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ส่งตัวยัยเด็กนี่มา" หัวโจกนักเลงตะคอกกลับ พลางควักมีดพกออกมาโชว์หวังจะข่มขวัญ คินหยุดเดิน ห่างจากพวกมันไม่ถึงสามก้าว เขาไม่ได้มองมีดในมือพวกมันเลยสักนิด แต่กลับจ้องลึกเข้าไปในตาของพวกมันด้วยสายตาที่เย็นเยือกยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "สองล้าน "เหอะ... ไอ้พวกนี้มันหาเรื่องตายชัดๆ พี่คินรวยระดับหมื่นล้าน เงินสองล้านน่ะขี้ปะติ๋ว แต่มันดันมาแตะตัวฉันนี่แหละที่เรื่องใหญ่" "ค่ามีดเล่มนั้น... ผมจะหักออกจากค่าทำขวัญที่พวกมึงต้องจ่ายให้ผิงผิงละกัน" พูดจบ พี่คินก็ขยับตัวไวยังกับสายฟ้าฟาด เขาคว้าข้อมือของไอ้คนที่ถือมีดแล้วบิดเพียงนิดเดียว มีดก็ร่วงลงพื้นเสียงดัง เคร้ง! ก่อนที่พี่แกจะประเคนเข่าเข้าที่หน้าท้องมันจนทรุดลงไปนอนกองกับพื้น ผิงผิงอ้าปากค้าง "โห... พี่คินหน้าตึงตอนสู้เนี่ย โคตรเท่เลยว่ะยังกับดูหนังจอห์น วิค" นักเลงอีกสองคนที่เหลือเห็นลูกพี่โดนสอยร่วงก็พุ่งเข้าใส่พร้อมกัน ผิงผิงเห็นท่าไม่ดีรีบคว้าเหยือกสแตนเลสใส่น้ำเย็นที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์แล้วสาดพรวดใส่หน้านักเลงคนหนึ่งทันที "นี่แน่ะ เอาน้ำเย็นลูบหน้าไปก่อนนะพี่ชาย จะได้หายบ้า" "โอ๊ย! ยัยเด็กแสบ" จังหวะที่มันเสียหลักเพราะน้ำเข้าตา คินก็กระโดดถีบเข้าที่ยอดอกมันจนกระเด็นไปกระแทกโต๊ะเก้าอี้ล้มระเนระนาด ส่วนคนสุดท้ายที่เหลืออยู่พยายามจะพุ่งมาหาผิงผิง แต่คินไวกว่า เขาคว้าคอเสื้อมันไว้จากด้านหลังแล้วเหวี่ยงร่างมันข้ามเคาน์เตอร์ไปตกปึกอยู่หน้าซิงก์ล้างจานพอดีเป๊ะ "ผิง... เข้าไปข้างหลัง" คินสั่งเสียงเข้มโดยไม่หันมามอง "ไม่ไปค่ะ! ผิงจะอยู่ช่วยพี่คินสู้!" "พูดน่ะมันดูหล่ออยู่หรอกยัยผิง แต่ในมือแกถือแค่ที่ตักน้ำแข็งเนี่ยนะ จะไปช่วยอะไรเขาได้!" "ผมบอกให้เข้าไป!" น้ำเสียงเด็ดขาดของพี่คินทำให้ผิงผิงต้องรีบวิ่งไปแอบหลังเครื่องชงกาแฟทันที คินหันกลับมาจัดการไอ้หัวโจกที่พยายามจะลุกขึ้นมาอีกรอบ เขาเหยียบมือที่กำลังจะหยิบมีดไว้แน่น "กลับไปบอกเสี่ยเบิ้มของมึง... ว่าถ้าอยากได้เงินสองล้าน ให้เดินมาเอาที่ตระกูลวรโชติเมธีเอง แต่อย่าส่งหมาขี้เรื้อนอย่างพวกมึงมาเห่าแถวร้านผมอีก" คำว่า วรโชติเมธี ทำให้พวกนักเลงหน้าซีดเผือดลงทันที "วร... วรโชติเมธี มึงคือคุณคิน ทายาทคนเดียวของท่านประธานเกริกเกียรติเหรอ" "รู้แล้วก็ไสหัวไป... ก่อนที่กูจะเปลี่ยนใจส่งพวกมึงไปนอนในน้ำแข็งแทนเมล็ดกาแฟ" พวกนักเลงไม่รอช้า รีบพยุงกันหนีออกจากร้านไปอย่างทุลักทุเล ทิ้งให้ร้านอุ่นไออยู่ในสภาพที่เก้าอี้กระจัดกระจาย ผิงผิงค่อยๆ โผล่หัวออกมาจากเคาน์เตอร์ เห็นพี่คินยืนนิ่งขรึมจัดเสื้อเชิ้ตให้เข้าที่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เมื่อกี้เพิ่งซัดคนหมอบไปสามคน "พี่คิน... สุดยอดไปเลยค่ะ" ผิงผิงวิ่งเข้าไปหาพลางสำรวจตัวเขา "เจ็บตรงไหนไหมคะ เมื่อกี้ผิงเห็นมันเกือบต่อยโดนหน้าพี่คินด้วย" "ผมไม่เป็นไร... แล้วเธอละ บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า" คินคว้ามือผิงผิงมาดู เห็นรอยแดงที่ข้อมือจากแรงบีบของนักเลง แววตาที่เคยแข็งกร้าวก็เปลี่ยนเป็นความอ่อนโยนแกมโกรธแค้น "มือแดงหมดเลย... ไอ้พวกนั้นมันน่าจะโดนหนักกว่านี้" "ผิงไม่เป็นไรค่ะพี่คิน แค่นี้จิ๊บๆ ค่ะ" ผิงผิงยิ้มแห้งๆ "แต่ขนมเค้กที่พี่คินซื้อมา... มันเละหมดแล้วนะคะ เสียดายจัง ผิงกำลังหิวอยู่พอดี" คินก้มมองถุงขนมที่ตกอยู่ที่พื้นแล้วถอนหายใจ "เดี๋ยวผมซื้อให้ใหม่สิบกล่องเลย... แต่ตอนนี้เรามีเรื่องสำคัญต้องคุยกัน" "เรื่องอะไรคะ" "ตายหงส์... หรือว่าพี่คินจะด่าที่ผิงเป็นต้นเหตุทำให้ร้านพัง" "เรื่องเสี่ยเบิ้ม... มันไม่จบแค่นี้แน่" คินจูงมือผิงผิงไปนั่งที่โต๊ะมุมเดิม "มันรู้แล้วว่าเธอเป็นจุดอ่อนของผม และมันจะใช้เรื่องนี้มาบีบผมอีก" ผิงผิงหน้าเสีย "ผิงเป็นจุดอ่อนของพี่คินเหรอคะ "นี่พี่คินกำลังสารภาพรักอ้อมๆ หรือเปล่าวะเนี่ย หัวใจทำงานหนักอีกแล้วเรา" แล้วผิงต้องทำยังไงคะ ผิงไม่อยากให้ร้านเดือดร้อนเพราะผิงเลย หรือผิงควรจะ... ลาออก" "ห้ามพูดคำว่าลาออกให้ผมได้ยินอีก" คินขัดขึ้นทันควัน สายตาจ้องเขม็งจนผิงผิงต้องหุบปากฉับ "ตั้งแต่วันนี้ไป... เธอต้องอยู่กับผมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ห้ามไปไหนคนเดียว แม้แต่จะไปทิ้งขยะหลังร้านก็ต้องบอกผม" "ยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยเหรอคะพี่คิน แล้วตอนผิงอาบน้ำล่ะ ตอนผิงนอนล่ะ" ผิงผิงแกล้งถามเย้า แต่หน้าแดงก่ำ "อาบน้ำผมอาจจะรอหน้าห้อง... แต่นอน ผมอาจจะนอนเฝ้าข้างเตียง" คินตอบหน้านิ่งแต่แววตาเจ้าเล่ห์สุดๆ "พี่คิน! "โห... นี่กะจะใช้สถานการณ์มาเฟียมาเคลมกันชัดๆ เลยนะไอ้พี่คินหน้าตึง" บ้าไปแล้ว ใครเขาทำแบบนั้นกันคะ" "ผมทำ... เพื่อความปลอดภัยของเด็กเลี้ยงของผม" คินลุกขึ้นเดินมาหาผิงผิงแล้วก้มลงมากระซิบข้างหู "และเพื่อความสบายใจของผมเองด้วย... เข้าใจไหม ยัยบื้อ" จังหวะนั้นเสียงประตูร้านก็เปิดออกอีกครั้ง ผิงผิงสะดุ้งสุดตัวนึกว่าพวกนักเลงกลับมา แต่กลายเป็น ภีม เพื่อนรักของพี่คินที่เดินเข้ามาพร้อมกับบอดี้การ์ดอีกสี่คน "ไอ้คิน กูได้ข่าวว่ามีหมามาเห่าที่ร้านมึงเหรอ... อ้าว จบงานแล้วเหรอวะ" ภีมมองสภาพร้านแล้วผิวปากหวือ "มึงนี่ฝีมือไม่ตกเลยนะเพื่อน" "เออ... มึงมาก็ดีแล้วภีม จัดคนเฝ้าร้านนี้ไว้ 24 ชั่วโมง แล้วเตรียมส่งคนไปประกบพ่อแม่ผิงผิงที่หอพักด้วย อย่าให้พวกเสี่ยเบิ้มเข้าใกล้ได้แม้แต่ก้าวเดียว" คินสั่งการเสียงเด็ดขาด "รับทราบครับท่านประธาน... แล้วน้องผิงผิงล่ะ มึงจะให้กูจัดคนไปคุ้มกันไหม" "ไม่ต้อง... คนนี้กูดูแลเอง" คินหันมามองผิงผิงที่ยังยืนอึ้งอยู่ "ผิง... เก็บของ กลับคอนโด เรามีเรื่องต้อง คุย กันยาวๆ คืนนี้"
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม