ไม่กล้าบอกเธอ

1511 คำ
“นนท์ นนท์เหม่ออะไรน่ะ” ญาณินเรียกเขาเสียงดังขึ้น เมื่ออาหารมาเสริฟแล้วแต่ดูเหมือนว่าเขาจะใจลอยไปไหน “อ้าว โทษทีคิดอะไรเพลินไปหน่อย” ชานนท์แก้ตัว “พักนี้เหม่อบ่อยนะเธอ มีอะไรรึเปล่า” เธอถาม “เปล่า คิดเรื่องงานน่ะ” ชานนท์เช็ดมือแล้วหยิบกุ้งเผามาแกะเปลือกส่งให้ญาณิน “อ่ะกินเยอะๆ จะได้โตเร็วๆ” เขาเลื่อนจานเล็กที่ใส่กุ้งส่งให้เธอ “เธอก็กินบ้าง มัวแกะให้ฉันทำไม” ญาณินจิ้มกุ้งราดน้ำจิ้มซีฟู๊ดส่งให้เขา ชายหนุ่มอ้าปากรับ “อร่อย” เขาบอกเมื่อเคี้ยวกุ้งเนื้อแน่นหมดปาก “แหงสิ ฉันเป็นคนป้อนให้ก็ต้องอร่อย” ญาณินปิดปากหัวเราะ เห็นชัดว่าเธอพูดเล่นเพื่อให้ดูตลก “ฉันเป็นคนแกะต่างหาก” ชานนท์ท้วง สองหนุ่มสาวทานกันจนอิ่ม “ของหวานอีกไหมนิน” ชานนท์ถามแต่เธอส่ายหน้า “ฉันกินข้าวสองจานแล้ว ยัดอะไรต่อไปไม่ไหว” เธอตอบตามตรง “เออ ฉันว่าจะถามเธอช่วงนี้เธอไม่ต้องไปสอนแล้วงั้นวันเสาร์ต่อไปก็ว่างใช่ไหม” ชานนท์ทำเสียงเป็นงานเป็นการ “ฮื่อ มีอะไรเหรอ” “ช่วงนี้ฉันมีงานออกแบบทำร้านขนมเล็กๆ ถ้าเธอว่างมาช่วยทำงานนี้ได้รึเปล่า” ชานนท์ไปรับงานจากเพื่อนเก่าตั้งแต่สมัยมัธยมมา มันอยากทำร้านขนมให้เมียมัน “เล็กๆ ที่ว่าเล็กขนาดไหน” ญาณินไม่ได้จับงานออกแบบมานาน แต่พอได้โจทย์เป็นห้องทำขนมเธอคิดว่าน่าสนใจ “ก็ตัวที่งานเดียว น่าจะเปิดเป็นตึกพื้นที่สักไม่เกินห้าสิบตร.ม. เจ้าของร้านเป็นเมียเพื่อนเราอายุ 23 มั้ง ในตัวร้านต้องมีพื้นที่ขนมประเภทที่ต้องใช้เตาอบ ใช้เครื่องตีอะไรพวกนั้น” “น่าสนใจ เดี๋ยวบรีฟงานคร่าวๆ ส่งมาให้ฉันแล้วกัน” ญาณินเปิดกระเป๋าหยิบบัตรเครดิตมาวางเมื่อชานนท์เรียกพนักงานให้คิดค่าอาหาร “ไม่ต้อง ฉันจ่ายเอง” เธอรีบบอกแต่ชานนท์ผลักบัตรใบนั้นกลับไป “ฉันจะจ่าย เธออยู่เฉยๆ เหอะ” “อิ่มจังตังอยู่ครบ ข่อมคุณค่า...ป๋า” ญาณินแกล้งยกมือไหว้ขอบคุณ ชานนท์ตบอกตัวเองแล้วตอบว่า “มาขอบคุณป๋าตรงนี้มะ” “แหม.. ป๋าละก็” หญิงสาวรับมุขเธอหัวเราะแล้วลุกขึ้นยืนเตรียมออกจากร้าน “จะกินขนมอะไรไหม” ชานนท์ถามในตอนที่ถอยรถออกมาจากร้านอาหารนั้นแล้ว “อยากกินขนมถ้วยเจ้าตลาดหน้าคอนโดเธอ” ญาณินตอบทันที จากร้านนั้นขับรถตรงไปอีกสองกิโลเมตรก็ถึงตลาดที่ว่า ชานนท์จอดรถหน้าตลาดเดินไปเป็นเพื่อนญาณิน หญิงสาวเลือกซื้อขนมและผลไม้ไปหลายอย่าง “เอาผักด้วยไหมนนท์ เผื่อทำกับข้าว” เธอถามเมื่อผ่านร้านผักสด “เอาสิ เธออยากได้อะไรเลือกไปเลย” ชานนท์ตอบ เขากำลังพยายามนึกว่าในตู้เย็นที่ห้องมีอะไรอยู่บ้าง และได้คำตอบว่าไม่น่าจะมีอะไรเลย ห้องเขาไม่มีใครใช้ครัวยกเว้นญาณิน และเธอไม่ได้มาห้องเขาเกือบเดือนแล้วตั้งแต่ไปสอนพิเศษนั่น “พวกเนื้อสัตว์ด้วยนะจะเอาอะไรก็ซื้อเลย” ชานนท์พูดต่อเขาเอาของที่ซื้อชุดแรกไปเก็บท้ายรถ กำลังจะเดินกลับไปช่วยเธอหิ้วของบังเอิญพบเพื่อนคนหนึ่ง “เฮ้ย..ว่าไงวะมึงมาตลาดกับเมียเหรอ” เรวัตลูกชายเจ้าของตลาดเดินมาตบบ่าเขาอย่างแรง “เออ อย่าพูดให้นินได้ยินนะโว้ย” ชานนท์ปราม ญาณินย้ำเสมอว่าเขากับเธอเป็นแค่เพื่อน เรวัตส่ายหน้าไปมา “กูบอกแล้วว่ามึงคิดกับเขายังไงก็บอกไปตรงๆ เล่นเกมแบบนี้มึงไม่รอดหรอกไหนๆ แม่งก็อยู่กันเหมือนผัวเมียมาตั้งนานแล้วไม่สารภาพรักไปตรงๆ วะ” ถึงแม้ว่าทั้งชานนท์และญาณินจะปฏิเสธกับคนรอบข้างว่าพวกเขาไม่ได้เป็นอะไรกันมากกว่าเพื่อน แต่สิ่งที่ทุกคนมองเห็นคือถ้าชานนท์ไม่ไปค้างกับเธอ เธอจะเป็นฝ่ายมาอยู่กับเขาที่ห้อง สัปดาห์นึงไม่ต่ำกว่าสี่ห้าวันแล้วมันจะไม่ใช่ผัวเมียได้ยังไง “กูไปล่ะ วันนี้นินจะซื้อของสดเข้าบ้านต้องถือของเยอะ เอาไว้เจอกันวันหลังนะมึง” ชานนท์ขอตัว เรวัตจึงตะโกนตามหลัง “คืนนี้ไปเจอกันที่ร้านเฮียหมิงไหมวะ เอาเมียมึงไปด้วยก็ได้” “เออ กูถามนินก่อนนะ” ชานนท์ไม่รับปาก เรวัตได้แต่มองแล้วส่ายหน้าไปมา 'ให้มันได้ยังงี้สิเพื่อนกู! ยังไม่ทันไรกลัวเมียขนาดนี้' ชานนท์หอบของพะรุงพะรังเข้าห้อง ญาณินเป็นคนเปิดประตูห้องเพราะเธอมีคีย์การ์ดที่เขาเคยให้ไว้นานแล้ว เขาเองก็ มีคีย์การ์ดห้องเธอเช่นกัน “คืนนี้ไอ้ต้นชวนไปร้านเฮียหมิง เธออยากไปไหมนิน” ชานนท์ถาม เขาวางของลงบนโต๊ะทานข้าว หญิงสาวมาแยกของที่ซื้อมาเป็นส่วนๆ ว่าควรเก็บที่ไหนบ้าง “ร้านเฮียหมิงเหรอ ก็น่าไปนะเธออยากไปรึเปล่า” ญาณินมองหน้าเขา “แล้วแต่..ถ้าเธออยากไปก็ไปได้” “ดูก่อนนะ แต่ถ้าเธออยากไปก็ไป” ญาณินยังไม่ตัดสินใจเผื่อถึงตอนกลางคืนเธออาจจะขี้เกียจลุกไปแต่งตัว ชานนท์ไม่ว่าอะไร เขาเดินหายเข้าห้องส่วนตัวไปถอดเสื้อออกเตรียมตัวอาบน้ำ ชายหนุ่มใช้เวลาในห้องน้ำประมาณยี่สิบนาที ออกมาเห็นว่าญาณินกำลังเปิดตู้หาเสื้อผ้าของเธอที่มีที่นี่ ในห้องเขามีของส่วนตัวเธอพอสมควรไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้าหรือเครื่องประทินโฉมต่างๆ ญาณินเลือกกางเกงขาสั้นกับเสื้อไม่มีแขนมาได้หนึ่งตัว เธอเดินเข้าห้องน้ำไป ส่วนชานนท์แต่งตัวใหม่แล้วเขาออกมาดูด้านนอกเห็นว่าเธอเก็บของที่ซื้อมาไปหมดเรียบร้อย เขาจึงเลือกมะม่วงเขียวเสวยแก่จัดที่ซื้อมาสองสามลูกล้างเปลือกให้สะอาด ปอกหั่นชิ้นไว้รอเธอ รูดม่านบังแสงและไอร้อนจากแดดช่วงบ่ายเปิดหนังดูไปพลางๆ “ดูอะไรน่ะ” หญิงสาวทรุดตัวนั่งลงข้างเขา เธอเอนตัวพิงไหล่เขาตามความเคยชิน ชานนท์วางแขนบนพนักโซฟาให้เธอนั่งได้สะดวก “หนังตลก” งานของเขาเครียดมากพอแล้ว ชานนท์จึงชอบดูหนังตลกเมื่อมีเวลาว่าง “ขอมั่ง” เธอแบมือขอมะม่วง แต่ชานนท์ป้อนให้ถึงปากเธออ้าปากรับแล้วดูหนังไปด้วยหัวเราะไปด้วย เวลาผ่านไปไม่นาน เสียงหัวเราะของเธอเงียบลง ชายหนุ่มปิดปากหาว รู้สึกง่วงขึ้นมาเขาหันมามองคนข้างๆ เห็นเธอหลับเขาจึงจับตัวเธอให้นอนหนุนตัก ส่วนตนเองก็เอนหลังพิงพนักโซฟาหลับเหมือนกัน คืนนั้นญาณินไม่ออกไปข้างนอกแต่เธอบอกให้ชานนท์ไปเจอเพื่อนๆ ของเขาได้ถ้าอยากไป ชานนท์ไปถึงร้านเหล้าของเพื่อนอีกคนในกลุ่ม แก็งค์นี้มีกันทั้งหมดห้าคน มี “เฮียหมิง” หรือ “สมิติ” เป็นเจ้าของร้านเพื่อนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่เรียนสถาปัตฯ เหมือนกันทั้งหมด “เฮ้ย ทำไมมาคนเดียววะกูบอกว่าให้พาเมียมึงมาด้วยไง” เรวัตถามเขาพาแฟนสาวมาด้วยเพราะคิดว่าถ้าญาณินมาสองสาวจะได้เป็นเพื่อนคุยกันได้ “นินไม่ใช่เมียกูโว้ย” ชานนท์ย้ำคำเดิม “ไอ้ห่า นิยามคำว่าเพื่อนของมึงเป็นไงวะ เพื่อนกันมันดีรึไง” เรวัตอดไม่ได้ที่จะพูดคำหยาบ ได้ผลคือแฟนสาวตีแขนเขาดังเพลี้ย ชายหนุ่มหันไปมองคนรักพลางลูบแขน “จ้า พี่ขอโทษจ้า มันหลุดปาก” “มันเป็นยังไงวะนนท์ มึงลองเล่ามาสิอยู่กันมาจะเป็นปีแล้วมั้ง สถานะยังเป็นแค่เพื่อนอยู่อีกเหรอ” เฮียหมิงพูดขึ้นมากลางวง เขามีอายุมากกว่าคนอื่นๆ ในกลุ่ม 3 ปีทำให้ทุกคนค่อนข้างเกรงใจเขา “ครับเฮีย ก็ไม่เคยคุยเรื่องความรู้สึกผมกลัวนินจะเปลี่ยนไป” ชานนท์ยอมรับตรงๆ “แล้วถ้ามึงไม่กล้าบอกรักเมียมึง เกิดสักวันมีคนอื่นที่อยากบอกเขาล่ะ” เฮียหมิงถามแค่นั้นเขาคิดว่าชานนท์ไม่โง่ ควรจะจัดการเรื่องตัวเองได้
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม