ไปพบคุณแม่

1347 คำ
สร้อยสนกลับเข้ามาทำงานตอนบ่าย ได้เจอธงธรณ์ที่เพิ่งทานอาหารกลางวันเสร็จ หญิงสาวจึงแจ้งงานของเขาที่จะต้องจัดการให้เสร็จก่อนเดินทางพรุ่งนี้ “ฝ่ายช่างจะเข้ามาคุยเรื่องเซ็ทติ้งงานของคุณหญิงดวงรัตน์ตอนบ่ายสองนะคะบอส ส่วนสามโมงมีนัดกับฝ่ายการเงินค่ะจะเข้ามาคุยเรื่องงบจัดงาน” “โอเคแล้วงานคุณเคลียร์ให้เรียบร้อยหมดหรือยัง เราน่าจะต้องไปกันหลายวันถ้ายังไงก็จ่ายงานอื่นที่ไม่ด่วนให้ผู้ช่วยคุณไว้ก็ได้นะ” “เรียบร้อยค่ะบอส เอกสารที่บอสต้องเซ็นด่วนหนมจัดไว้ให้ในแฟ้มแล้ว นอกนั้นก็ตอบจดหมายทั่วไปให้ผู้ช่วยทำได้หนมร่างไว้หมดแล้วค่ะ” เธอรายงาน หญิงสาวเริ่มงานของตัวเองที่ยังเหลือไม่มากได้ไม่นานนัก เธอก็ได้รับสายจากทางบ้านว่าพี่สาวเข้าโรงพยาบาลกระทันหัน เธอร้อนใจเพราะไม่เคยรู้ว่าพี่สาวมีโรคประจำตัวอะไร “บอสคะ หนมขอลาช่วงบ่ายได้ไหมคะ พี่สาวเข้าโรงพยาบาลน่ะค่ะ” ชายหนุ่มพยักหน้า “พี่สาวเป็นอะไรมากไหม แล้วคุณขับรถได้แน่นะ” “ยังไม่แน่ใจค่ะว่าพี่แนนเป็นอะไร คุณแม่โทรมาว่าพี่สาวเป็นลมที่ทำงานแล้วตอนนี้อยู่ที่โรงพยาบาล งั้นหนมออกไปเลยนะคะบอสพรุ่งนี้เจอกันที่สนามบิน ขอบคุณมากค่ะ” สร้อยสนต้องไปเอาของที่บ้านมาให้มารดาที่ไปหาพี่สาวก่อนหน้านั้นแล้วที่โรงพยาบาล หญิงสาวแวะกลับเข้าบ้านเพื่อไปจัดเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวของคุณพริ้มสำหรับการอยู่เฝ้าไข้ เมื่อลงมาด้านล่างเธอได้พบกับอดีตพี่เขยที่หย่าร้างไปกับพี่สาวได้หลายปีแล้วพอดี ฝ่ายนั้นจึงขอตามไปเยี่ยมคนป่วยด้วยท่ามกลางความหงุดหงิดของเธอ เมื่อไปถึงโรงพยาบาลหญิงสาวอยู่คุยกับมารดาเรื่องอาการป่วยของพี่สาว จนกระทั่งประมาณสิบแปดนาฬิกาธงธรณ์โทรมาหาเธอถามว่าอยู่ที่โรงพยาบาลไหน สร้อยสนบอกไปตามความจริงและอีกประมาณสองชั่วโมงหลังจากนั้นเขาก็มาถึง “บอสมาทำไมคะ มาเยี่ยมใครเหรอ” หญิงสาวถาม เธอถูกเขาโทรศัพท์ตามให้ลงมาที่ชั้นล่างของโรงพยาบาล “ผมมาหาคุณแม่คุณ” เขาตอบสั้นๆ พลางให้เธอเดินนำหน้าไปยังห้องพักคนไข้ที่พี่สาวและแม่อยู่ “มาหาแม่ มาทำไมคะบอส” หญิงสาวไม่ยอมเดิน จู่ๆ เจ้านายจะมาหาแม่ด้วยเหตุผลอะไร “ต้องมาสิ ก็พรุ่งนี้เราต้องไปทำงานด้วยกันที่กระบี่ อยู่ๆ ผมจะพาลูกสาวคุณแม่คุณไปไหนตั้งหลายวันโดยที่ไม่ไปบอกผู้ใหญ่ได้ยังไง” เขาทำหน้าเหมือนว่าทำไมเรื่องแค่นี้เธอไม่เข้าใจ “ก็ไม่เห็นต้องมาเจอแม่เลยนี่คะบอส หนมก็ไปเที่ยวกับเพื่อนบ่อยๆ ไม่เห็นเป็นไรเลย” “นั่นมันคุณไปเที่ยว แต่ผมเป็นผู้ใหญ่แล้วจะทำอะไรก็ไม่อยากให้ใครไม่สบายใจหรือว่ากันตามหลัง ตกลงพี่สาวคุณอยู่ชั้นไหน” เขาก้าวเข้าไปในลิฟท์เร็วจนเธอเดินตามแทบไม่ทัน สร้อยสนจำต้องกดหมายเลขชั้นที่พักอย่างไม่เต็มใจนัก เมื่อไปถึงชั้นสิบเอ็ดที่เป็นห้องพักพิเศษ สร้อยสนเดินนำเขาไปแบบมึนงงเธอไม่คิดว่าธงธรณ์จะต้องมาเจอมารดา จนถึงตอนนี้หญิงสาวก็ยังคิดว่ามันไม่เห็นจะเข้าท่า “ห้องนี้ค่ะบอส พี่แนนพี่สาวหนมน่ะค่ะเขาเป็นเนื้องอกในมดลูก แต่ไม่ใช่เนื้อร้ายตอนนี้น่าจะหลับอยู่ส่วนแม่อยู่ข้างในค่ะ คืนนี้แม่จะนอนเฝ้าเอง” เธอเปิดประตูเข้าไปในห้อง คุณพริ้มเงยหน้ามองลูกสาวเธอขมวดคิ้วเมื่อเห็นชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดีในเสื้อผ้าราคาแพงก้าวเข้ามาก็แปลกใจ เพราะจำไม่ได้ว่าลูกสาวมีเพื่อนผู้ชายลักษณะนี้ด้วยหรือไม่ “แม่คะ บอสค่ะคุณธงเขาอยากมาหาแม่” หญิงสาวแนะนำให้มารดาและเจ้านายรู้จักกัน “สวัสดีครับคุณน้า ผมเป็นเจ้านายของคุณสร้อยสนจะมาขอคุยเรื่องงานที่ต้องให้คุณหนมเขาไปด้วยกันพรุ่งนี้ครับ” คุณพริ้มรับไหว้ นางยิ้มให้แล้วขยับตัวลุกขึ้นทันที “อ๋อค่ะคุณธง งั้นเชิญด้านในนะคะเราไปคุยกันตรงนั้นดีกว่า หนมดูพี่แนนเขาก่อนนะลูก” ท่านหันมาบอกลูกสาวก่อนจะพยักหน้าเรียกให้ชายหนุ่มไปคุยกันในห้องด้านในซึ่งเป็นพื้นที่ของญาติที่มาเฝ้าไข้ได้ทำธุระต่างๆ เช่นทานข้าวหรือพักผ่อน หญิงสาวไม่ได้ยินว่าธงธรณ์คุยอะไรกับมารดา จนเมื่อคนทั้งสองเดินออกมาจากในห้อง ชายหนุ่มดูเวลาตอนนี้มันค่ำมากแล้ว “เอ่อ.. คุณ ผมว่าให้พี่เขยคุณช่วยดูพี่สาวหรือว่าจ้างพยาบาลพิเศษดีไหม ถ้าวันนี้คุณยังไม่กลับบ้านเดี๋ยวพรุ่งนี้เราตกเครื่องนะ” “นั่นสิ หนมต้องไปทำงานพรุ่งนี้แต่เช้า งั้นกลับไปเถอะลูกแม่อยู่กับพี่แนนเขาเอง” คุณพริ้มเห็นด้วยกับเจ้านายลูกสาวคนเล็ก ท่านหันมาคุยกับชายหนุ่มอีกครั้ง “แม่ฝากยายหนมด้วยนะคะคุณธง ขอให้งานราบรื่นค่ะ” วันรุ่งขึ้นสร้อยสนตื่นแต่เช้ามืดเพราะเครื่องจะออกตอนแปดนาฬิกา หญิงสาวเช็คอินตั๋วออนไลน์ก่อนไปถึงสนามบินดอนเมืองจึงไม่เสียเวลากับขั้นตอนต่างๆ มากนัก ก่อนเครื่องออกเจ้านายและเลขาจึงพอมีเวลาสำหรับจิบกาแฟได้ราวๆ สี่สิบนาที “คุณกินกาแฟดำเหรอ” ธงธรณ์เพิ่งสังเกตุว่าเลขาสาวเลือกเมนูเอสเปรสโซ่ ในขณะที่เขาสั่งมอคค่าร้อน “เฉพาะวันที่รู้สึกว่าง่วงค่ะบอส” เธอตอบพร้อมกับใช้ช้อนคนให้กาแฟในแก้วช็อตลดอุณหภูมิลงและดื่มทีเดียวหมดแก้ว “ง่วงก็นอน พอมีเวลาบนเครื่องเป็นชั่วโมงอยู่หรอก จะกินกาแฟเข้มๆ ทำไมบ่อย” สร้อยสนเหลือบตามองมอคค่าร้อนของเจ้านายที่เขาละเลียดจิบไม่หมดสักที พลางนึกอะไรออกขึ้นมา “ทำไมเหรอคะบอส หรือว่ากินเอสบ่อยมันเข้มไปแล้วจะหน้าแก่ใช่ไหมคะ ต้องใช่แน่ๆ เลยเพราะวันนี้บอสสั่งมอคค่า ลืมไปเลยค่ะทีหลังหนมกินแบบบอสบ้างดีกว่า” หญิงสาวหมายมั่นปั้นมือในขณะที่ธงธรณ์ส่ายหน้าไปมา รู้สึกว่าสร้อยสนจะขยันคิดอะไรไปไกลเกินเสมอ 'แต่ก็ดูซื่อๆ น่ารักดีเหมือนกัน' เขาคิดในใจ สองหนุ่มสาวไปถึงโรงแรมฉัตรดารา จังหวัดกระบี่หรือชื่อเดิมคือภูริดารีสอร์ทซึ่งเคยเป็นกิจการของครอบครัวทิพย์ธารา แต่ต่อมาเครือฉัตรมณีเข้ามาซื้อหุ้นจำนวนเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์และถูกปรับปรุงให้กลายเป็นโรงแรมห้าดาว เป็นโรงแรมหนึ่งในเครือฉัตรมณีที่มีสาขาทั่วประเทศ “ทางนี้เลยครับท่าน คุณอรุณประภารออยู่ที่ห้องแล้ว” พนักงานโรงแรมที่เป็นคนไปรับธงธรณ์และสร้อยสนรายงาน “สวัสดีครับพี่พิณ” ธงธรณ์ทักทายน้องสาวของพี่เขย เขาคุ้นเคยกับทุกคนในตระกูลฉัตรมณีดีและทุกคนก็เอ็นดูเขาเหมือนกับเป็นน้องชายคนหนึ่งจริงๆ “จ้ะ แหม..หล่อขึ้นเยอะเลยนะเรา” “นี่สร้อยสน เลขาผมครับพี่” ชายหนุ่มแนะนำเลขานุการให้อีกฝ่ายรู้จัก สร้อยสนรีบค้อมศีรษะทำความเคารพทันที “สวัสดีค่ะท่าน” “เรียกชื่อฉันปกติแบบธงก็ได้จ้ะ เดินทางเหนื่อยกันไหมพักกินน้ำก่อน”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม