เมาแล้วรั่ว

1267 คำ
      “ตอนนี้คุณไจ๋อยู่ที่ชั้นล่างครับคุณภามที่โซนวีไอพี น่าจะเมาแล้วด้วย” มาริศรายงานเจ้านายหนุ่มที่มาสังสรรค์กับหุ้นส่วนทางธุรกิจที่สถานบันเทิงใจกลางเมืองแห่งหนึ่ง          ภารัณถอนใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับเจ้าของชื่อนั้น ถึงจะไม่ได้มาด้วยกันแต่เมื่อลูกน้องมารายงานเขาก็ต้องไปดูเธอสักนิด บอกตัวเองว่าทำตามหน้าที่   นั่นคือหน้าที่คู่หมั้นที่คาราคาซังกันมาหลายปี และไม่มีทีท่าจะมีงานมงคลเกิดขึ้นตามที่ผู้ใหญ่คาดหวังแต่อย่างใด ชายหนุ่มกล่าวขอตัวเพราะเขาคุยงานจบพอดี จากนั้นจึงก้าวยาวๆ ลงมายังโซนวีไอพีตามที่มาริศรายงานโดยที่ไม่ต้องถามทาง เขารู้จักที่นี่ดีเพราะมันเป็นร้านของเพื่อนเขาเอง ร่างสูงใหญ่ในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวที่ถูกพับแขนขึ้นถึงข้อศอกและกางเกงสแล็กส์สีเดียวกันที่จู่ๆ มาโผล่ที่โต๊ะของจารวีและเพื่อนๆ ทำให้บรรดาสาวๆ ในโต๊ะนั้นพากันตกใจ เพราะพวกเธอรู้จักชายหนุ่มตรงหน้าว่าเป็นคู่หมั้นของเพื่อนสาวดี “สวัสดีค่ะคุณภาม” เนื้อนวลเพื่อนคนหนึ่งเป็นหน่วยกล้าตายอาสาทักทายคู่หมั้นเพื่อนพลางสะกิดจารวีที่กำลังเอนร่างพิงซบไหล่เพื่อน “สวัสดีครับ ไจ๋เมาแล้วใช่ไหม” เขาถามแต่สิ่งที่คิดในใจคือ  'นอกจากเป็นคู่หมั้นแล้วยังเป็นภาระด้วยอีกหนึ่ง'  เนื้อนวลยิ้มเจื่อน เธอเคยได้ยินมาว่าภารัณค่อนข้างดุ วันนี้เธอเชื่อสนิทใจ เริ่มเข้าใจเพื่อนแล้วว่าทำไมถึงบอกว่าไม่เคยแฮปปี้กับการมีผู้ชายคนนี้เป็นคู่หมั้น “นิดหน่อยค่ะ พอดีว่าพวกเรามาฉลองที่ยายแทมมี่เพื่อนอีกคนน่ะค่ะ จะสละโสดแต่งงานไปอยู่เมืองนอกไจ๋คงดีใจไปหน่อยนึง” ภารัณไม่ว่าอะไร เขาทำสีหน้าไม่บ่งบอกว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน  ชายหนุ่มขยับตัวมาใกล้หญิงสาวที่กำลังทำตัวอ่อนเป็นน้ำบนโซฟาของร้าน “งั้นผมรับเขาไปส่งเลยแล้วกันนะครับ จะได้ไม่ต้องรบกวนพวกคุณดูแลไจ๋” เขาก้มลงช้อนร่างบางของคู่หมั้นสาวขึ้นมาไว้ในวงแขนอย่างง่ายดาย “เดี๋ยวค่ะนี่กระเป๋าไจ๋”  เพื่อนอีกคนรีบส่งกระเป๋าถือใบเล็กที่สนนราคาค่าตัวไม่เล็กให้กับภารัณ คราวนี้มาริศรีบรับอย่างรู้งาน คู่หมั้นเจ้านายชายหนุ่มไม่กล้าเสนอตัวออกแรงอุ้ม แต่กระเป๋าคิดว่าภารัณคงไม่ว่าอะไร ภารัณพาจารวีออกทางหลังร้าน ชายหนุ่มวางร่างเธอลงบนเบาะหลังแล้วก้าวตามขึ้นไปนั่งคู่ ส่วนมาริศรีบประจำตำแหน่งคนขับทันทีโดยไม่ต้องให้สั่ง “ไปส่งคุณไจ๋ที่บ้านไหมครับคุณภาม”  “ไม่ต้อง ตอนนี้บ้านไจ๋ไม่มีคนอยู่ไปส่งก็ไม่มีใครดูแล กลับบ้านฉันได้เลย”  เขาสั่งให้ลูกน้องตรงไปส่งตนเองและหญิงสาวที่บ้านเขาเพราะรู้ดีว่าคุณเจตน์บิดาของเธอไปเมืองนอกไม่อยู่บ้าน และแม่บ้านที่มีคนเดียวก็ลาคลอด ส่วนแม่ครัวของจารวีที่เป็นคนเก่าแก่ก็อายุมากเกินกว่าที่เขาจะรบกวนปลุกให้ลุกมาดูแลคนเมาได้ "ว่าที่ผัวไอ้ไจ๋หล่อมาก แต่ทำไมฉันรู้สึกถึงรังสีพิฆาตก็ไม่รู้"  เนื้อนวลทำท่าขนลุกหลังจากที่ภารัณพาเพื่อนออกไปแล้ว   "แกว่าเราปล่อยยายไจ๋ไปกับเขาจะดีเหรอ" วงศกรผู้ชายคนเดียวในกลุ่มถามขึ้นมาอย่างไม่แน่ใจ  "แล้วแกทำไมไม่ห้ามเขาละตะกี้น่ะ" เนื้อนวลค้อน "เขาคู่หมั้นกันคงไม่เป็นไรมั้ง หมั้นกันตั้งหลายปีแล้วก็คงสนิทสนมกันแหละ" วิทิตาเพื่อนสาวที่เป็นต้นเรื่องปาร์ตี้ในคืนนี้พูดขึ้นบ้าง "แต่แหม... จะว่าไปคุณภามเขาก็กร้าวใจจังนะเธอ หน้าตาดีรูปร่างก็ดี ตะกี้พับแขนเสื้อขึ้นไปแล้วโคตรเซ็กซี่จนน่าจะไปเป็นนายแบบมากกว่านักธุรกิจ"  วงศกรพูดถึงคู่หมั้นเพื่อนด้วยสายตาพราวแพรวเมื่อคลายความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของจารวี ถึงอย่างไรคนที่มารับไปก็คู่หมั้นกันไม่ใช่คนอื่น "ให้มันน้อยหน่อยหล่อน นั่นว่าที่ผัวเพื่อน" เนื้อนวลขัดคอ ในตอนนั้นเป็นเวลาเที่ยงคืนและไม่ใช่วันหยุดบนท้องถนนจึงค่อนข้างโล่ง ทำให้ภารัณมาถึงบ้านภายในสิบห้านาทีชายหนุ่มปลุกเธอเบาๆ ให้ลงจากรถ “ตื่นได้แล้ว ไจ๋”  เขาเรียกพลางตบแก้มอิ่มเบาๆ  หญิงสาวลืมตาขึ้นมาอย่างงุนงง “ถึงบ้านแล้วเหรอนวล”  เธอพูดพลางยกมือขึ้นหาว ไม่ได้มองว่าบ้านที่ว่านั้นคือบ้านไหนแน่ “ถึงแล้ว เดินไหวไหมจะได้ขึ้นไปนอน”  ชายหนุ่มก้าวลงไปเปิดประตูรถอีกฝั่งซึ่งเป็นด้านที่เธอนั่งส่งมือให้เธอเกาะ มืออีกข้างรับกระเป๋าของหญิงสาวจากมาริศมาถือไว้  จารวีจับมือใหญ่แล้วลุกลงจากรถตามแรงดึงนั้น เธอเดินช้าๆ  สติยังมีไม่เต็มร้อย “ทำไมวันนี้มือใหญ่จังเลยเพื่อน” เธอพูดพลางหัวเราะคิกคักก่อนจะพูดต่อ “แข็งด้วย โอ้โหทำไมแกเมาแล้วแข็งเหรอ” คนเมาพูดไปเรื่อยแต่คนฟังนั้นคิดไปไกลแล้ว “เมาแล้วอย่ารั่ว ขึ้นบ้านเร็ว” เขาเอ็ดก่อนจะหันมาอุ้มคนเมาที่ยังหัวเราะไม่หยุด กว่าที่ภารัณจะพาแม่สาวขี้เมาเข้ามาในห้องนอนแขกได้ถึงกับหอบ เพราะเธอขยับตัวดิ้นยุกยิกตลอดเวลาขณะที่เขากำลังพาเธอขึ้นบันได “ไจ๋เดี๋ยวเราตกทั้งคู่ อย่าดิ้น”  เขาเอ็ดขณะที่ก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้ายมาถึงชั้นสองโดยสวัสดิภาพ “ไอ้ชั่วอย่ามาจับนะ นายไม่ใช่เพื่อนฉันนี่” จู่ๆ เธอก็แหกปากร้องกรี๊ดขึ้นมาจนหูเขาแทบดับ “ก็ไม่ใช่น่ะสิ ใครจะอยากเป็นเพื่อนเธอ”  เขาตอบห้วน ๆ เพิ่งรู้สึกว่าไม่ควรไปยุ่งกับจารวีในตอนเมาเลย แต่นั่นละเธอเมาแอ๋ขนาดนั้นเขาจะปล่อยผ่านก็ใช่ที่ 'ทำทานกับเพื่อนมนุษย์  โปรดสัตว์ละกัน' ชายหนุ่มคิดในใจทั้งที่ปกติเขาไม่ได้นับถือศาสนาใดด้วยซ้ำ พลันเขาสะดุ้งเมื่อเธอสอดมือเข้าใต้เสื้อเชิ้ตที่ภารัณปลดกระดุมลงมาสองเม็ดแล้วลากเล็บยาวลงกับผิวหน้าอกเขาเต็มแรง จากโปรดสัตว์แล้วดูน่าจะเป็นการโปรดสัตว์ได้บาปชัดๆ เขาสบถในใจพลางปล่อยเธอลงกับเตียงนอน แต่กลับพบว่ามันยากกว่าที่คิดเมื่อคนเมาเกาะเขาแน่นเป็นลูกชะนี “ไจ๋ปล่อยผมเดี๋ยวนี้ คุณต้องนอนแล้ว”  “ไม่ปล่อย เจ้าชายอุ้มไจ๋มาแล้วก็ต้องจุมพิตด้วยสิค้า” เธอพูดเสียงยานคาง  เมื่อครู่เรียกเขาไอ้ชั่ว ตอนนี้เป็นเจ้าชายไปแล้วเขาคิดอย่างระอาพลางดึงสองแขนที่ตอนนี้กอดคอเขาแน่น แล้วก็ต้องเสียหลักเมื่อเธอเหนี่ยวคอเขาให้ลงไปนอนด้วยกัน
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม