ฝนตกก็ต้องปักตะไคร้

1307 คำ
เมื่อคืนกว่าเฟียสจะได้นอนก็ปาไปสว่างแทบคาตา วันนี้เธอเลยขอนอนยาว ๆ ทั้งวัน ตื่นมาอีกทีก็เกือบบ่ายโมงแล้ว ครืดดด... มือเล็กควานหาโทรศัพท์ที่อยู่ไม่ไกล ก่อนจะกดรับสายแล้วเอ่ยเสียงยานคาง “ฮัลโหล” เสียงที่งัวเงียและแหบพร่า ทำให้คนปลายสายรู้ทันทีว่าเฟียสยังอยู่บนที่นอน “แกจะนอนกินบ้านกินเมืองไปไหนฮะ มากินข้าวเร็ว บ่ายสองต้องเข้ากิจกรรมรับน้องแล้วเนี่ย” “อื้ออ กินเลย แค่นี้แหละ” เธอตัดสายทันทีที่พูดจบ ก่อนจะเบิกตาขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้มีกิจกรรมจับสายรหัส ห้ามขาด ห้ามลา และห้ามตาย “ซี้ดดด” แต่ทันทีที่เธอลุกพรวดขึ้นจากเตียงก็ต้องร้องซี้ดออกมา เพราะช่องทางด้านล่างที่บวมเป่งจากการโดนทารุณกรรมอย่างหนักเมื่อคืนนี้ “กระแทกมาได้ คนนะเว้ยไม่ใช่หมูใช่หมา” เธอบ่นหน้างอเมื่อนึกถึงเมื่อคืนตอนที่โดนอัดกระแทกเหมือนจงใจแกล้ง แต่พอนึกถึงหน้าสิงขร เธอก็ต้องยกมือขึ้นมาปิดหน้าด้วยความอับอาย “ทำอะไรลงไปวะเฟียส โอ๊ยยย! แล้วจะมองหน้ากันยังไงเล่า” เธอยีผมตัวเองแรง ๆ เหมือนจะทึ้งสมองออกมาทุบ แต่โวยวายไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ยังไงเธอก็ต้องทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ตามข้อตกลงที่เขาเขียนไว้ เขาเองก็คงไม่ไปบอกใครเหมือนกัน เมื่อคิดได้แบบนี้เฟียสก็รีบอาบน้ำแต่งตัว แต่จะกินข้าวตอนนี้คงไม่ทันจึงยัดขนมปังเข้าปากไปสามถึงสี่แผ่น ทว่ายังไม่ทันก้าวขาออกจากหอพัก ฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่เหมือนกับฟ้ารั่ว “โอ๊ยย! ให้ถึงมอก่อนก็ไม่ได้” เธอโวยวายด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะรีบวิ่งไปที่รถเก๋งสีขาวที่จอดอยู่โรงจอดรถไม่ไกล ถึงตัวจะเปียกไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เธอกังวล แต่ความเจ็บที่กลางหว่างขานี่สิ แค่เสียดสีไปมามันก็เจ็บเหมือนถูกมีดกรีดแล้ว เฟียสมาถึงลานวิศวะก่อนเวลาห้านาที แต่มาถึงเธอก็พบกับสิงขรที่มาถึงก่อน ทั้งคู่เผลอสบตากันช่วงหนึ่ง แต่เธอก็ละสายตาหนีอย่างรวดเร็ว “พะ พวกแกมานานแล้วเหรอ” เฟียสรีบเดินไปทักทายเพื่อนที่ยืนรออยู่ “มาตั้งนานแล้ว ก่อนฝนตกอีก ฝนบ้านี่ก็ขยันตกจริง ๆ” ดาด้าโวยวายก่อนจะรีบปิดหูเพราะเห็นฟ้าแลบ ตามมาด้วยเสียงฟ้าผ่าลงดังครึ่ม “บรรยากาศน่านอนมากก” น้ำตาลที่ยังไม่สร่างเมาตบหน้าตัวเองเบา ๆ “จริง เมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ล่อไปซะดึก” “ทำไม” เฟียสรีบถามเพราะอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่ดาด้าออกไปกับผู้ชายคนนั้น “ก็ไอ้บาสน่ะสิ เล่นตัวอยู่นั่น ไม่เอาสักที พอเอาจริง ๆ ห้านาทีแตก แม่ง... เสียอารมณ์” ดาด้าทำหน้าเซ็งเหมือนอย่างที่พูด ก่อนจะหันมาถามเฟียสบ้าง “แล้วผู้ชายคนนั้นตอบมาบ้างไหม” “...” เฟียสหน้าเจื่อนไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบส่ายหน้าพัลวัน “มะ ไม่นะ ตอนนี้ยังไม่ตอบเลย ฉันเลยลบแอพทิ้งไปแล้ว” เธอแสร้งมองไปทางอื่นเพื่อไม่ให้ถูกเพื่อนจับผิด โชคดีที่มีสัญญาณนกหวีดเป่าขึ้นพอดี ทุกคนจึงต้องไปเรียงแถวกันหลบฝนเพื่อรอฟังคำสั่งจากพี่ว้ากและรุ่นพี่ปีสองทั้งหมด เพราะวันนี้จะมีการจับสายรหัสกัน “เนื่องจากตอนนี้ฝนตกหนัก เราเลยต้องทำพิธีหยุดฝนก่อน” สิงขรเดินเข้ามาประกาศหน้านิ่ง ๆ ก่อนจะเรียกชื่อเฟียสเสียงดัง “เฟียส วันนี้ปักตะไคร้นะ” “...” ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าเธอไม่สามารถปักตะไคร้หยุดฝนได้แล้ว แต่เขายังจงใจแกล้งเธออีก “อะ เตรียมให้แล้ว” แม้แต่ตะไคร้เขายังเตรียมไว้ให้เธอเสร็จสรรพ พร้อมกับยื่นร่มให้หนึ่งคัน “เราเปลี่ยนสถานที่ไม่ดีกว่าเหรอคะ พิธีมันไม่ได้ศักดิ์สิทธิ์อะไรหรอก มันก็แค่ฟลุก” เธอพยายามเลี่ยงด้วยเสียงตะกุกตะกัก แต่ยิ่งพยายามหลบหนี เขาก็ยิ่งแกล้ง “อย่าทำให้เสียเวลา ทุกปีก็ทำกันที่นี่ เร็ว!” เขาออกคำสั่งเสียงดุ แต่เฟียสก็ยืนยันที่จะไม่ปักตะไคร้เช่นกัน “งั้นให้น้ำตาลไปปักค่ะ น้ำตาลก็ปักได้” เธอรีบดึงแขนน้ำตาลออกมาช่วย แต่เขากลับไม่ยอม จะให้เป็นเธออยู่ท่าเดียว “นี่ขัดคำสั่งเหรอ บอกแล้วไงว่ารุ่นพี่สั่งอะไรให้ทำ!” เขาเริ่มตะคอก และใช้อำนาจในทางข่มขู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่เฟียสเกลียดที่สุด “แบบนี้เกินไปปะพี่ นี่จงใจให้เป็นหนูตลอดเลย พี่มีปัญหาอะไรกับหนูเหรอคะ” เธอเผชิญหน้าพร้อมกับจ้องอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว แต่แทนที่เขาจะโกรธ กลับกระตุกยิ้มออกมา “รหัส ว6003 ทั้งหมด ปั่นจิ้งหรีดห้าสิบครั้ง ปฏิบัติ!” “ฮะ!” ทุกคนหน้าเจื่อนในทันที ก่อนจะเริ่มมองเฟียสด้วยสายตาไม่พอใจที่ทำให้ทุกคนต้องโดนลงโทษ “บ้าอำนาจ!” “ใช่ ฉันบ้าอำนาจ เพราะฉันมีอำนาจไง เธอจะทำอะไรได้” คนตัวเล็กได้แต่เงยหน้ากำหมัดแน่น รู้สึกโกรธจนหูแดงไปหมด แต่ทำอะไรไม่ได้เลย “หรือถ้าเธอไม่อยากให้คนอื่นมารับผิดแทน ก็ปั่นจิ้งหรีดคนเดียวร้อยครั้ง” “...” เฟียสหันมองดูเพื่อนที่ยืนมองเธอตาแป๋ว ทุกคนต่างส่งสัญญาณทางสายตาว่ากล้าเถียงก็ต้องกล้ารับโทษคนเดียว เธอจึงไม่ลังเลเลยที่จะทำมัน “ได้...” คนตัวเล็กพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเริ่มก้มลงในท่าเตรียมปั่นจิ้งหรีด และปฏิบัติทันที “เอ้า ทุกคนช่วยกันนับ!” สิงขรถอยหลังด้วยรอยยิ้มที่ได้แกล้งคนดื้อรั้นอย่างเฟียส สายตาที่มองเธอเป็นสายตาที่พอใจมากกว่าความหมั่นไส้อย่างที่คนอื่นคิด “แกล้งน้องมันแรงไปเปล่าวะ วันนี้น้องมันหน้าซีด ๆ ด้วย” คิมหันต์กระซิบถามแข่งกับเสียงฝนที่เทลงมากระทบหลังคา ขนาดเขาเป็นพี่ว้ากเช่นกันยังรู้สึกสงสารเลย เพราะสิงขรเล่นเจาะจงลงโทษอยู่คนเดียวมาหลายรอบแล้ว “แค่นี้ไม่ตายหรอกน่า ไว้นับถึงห้าสิบเดี๋ยวสั่งให้พอแล้วค่อยขึ้นไปรับน้องบนตึก” เขาไม่ได้ใจจืดใจดำขนาดนั้น เพราะเมื่อคืนนี้เฟียสก็รับศึกหนักไปแล้ว ขืนทำครบร้อยครั้งได้เป็นลมพอดี “สี่สิบแปด... สี่สิบเก้า...” พรึ่บ! “เชี่ย!” ร่างของเฟียสทรุดลงไปกับพื้น ก่อนสิงขรจะพุ่งเข้าไปช้อนตัวแล้วเขย่าแรง ๆ เพื่อปลุกให้ตื่น “เฟียส! เฟียส ตื่นสิวะ” เขาตบแก้มเธอเบา ๆ ก่อนจะรับรู้ได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านออกมา พออังหน้าผากดูก็พบว่าตัวเธอร้อนจี๋ “ยัยโง่เอ๊ย! ป่วยแล้วยังปากดี” ร่างเล็กถูกอุ้มขึ้นก่อนจะตรงไปยังห้องพยาบาลทันที ปล่อยให้กิจกรรมดำเนินต่อไปบนอาคาร ถึงปากจะกล่าวหาว่าเป็นความผิดของเฟียส แต่ในใจลึก ๆ แล้วสิงขรก็รู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป เขาไม่น่าแกล้งเธอหนักขนาดนี้เลย แค่เดินยังยาก แต่เล่นให้ปั่นจิ้งหรีดเป็นร้อยครั้ง ถ้าไม่เป็นลมก็ถึกเกินคนแล้ว
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม