ไปสวนมะพร้าวน้ำหอม

1345 คำ
บ่ายวันนั้นพริมาส่ายศีรษะไปมาเมื่อได้ยินเรื่องที่ทานตะวันเล่าเกี่ยวกับที่นิรมลไปว่าปกปราชญ์ แต่หญิงสาวเข้าใจดีว่าเพื่อนเจ็บแค้นแทนเธอจึงไม่คิดจะว่าอะไรนิรมล แม้ว่าจะไม่เห็นด้วยกับการไปต่อว่าชายหนุ่มแบบนั้นเพราะเธอถือว่าเรื่องของเธอกับอดีตสามีจบไปแล้ว หญิงสาวถอนใจเบา ๆ เพราะไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี ตอนมีเรื่องกันเธออยู่ในครัวของหวานและมารู้ว่าปกปราชญ์มาทานอาหารที่นี่และนิรมลออกไปต่อว่าเขาจากพนักงานเสิร์ฟที่มาซุบซิบกัน หลังจากที่ปะทะคารมกันสองสามประโยคจากนั้นชายหนุ่มก็กลับไปเงียบ ๆ โดยที่ไม่ได้ถามหาเธอ “เขาอาจจะมากินข้าวปกติก็ได้ ที่นี่กับที่ทำงานใหม่เขาก็ใกล้กัน” พริมาพูดถึงสำนักงานใหญ่ที่ปกปราชญ์ย้ายมาทำงานในตำแหน่งใหม่ “ก็คงงั้น คิดแบบนั้นก็ได้ถ้าแกสบายใจ” ทานตะวันพูดและแยกย้ายไปทำงานของตัวเอง พริมารับหน้าที่ดูแลครัวอาหารว่างและของหวานเนื่องจากเธอถนัดด้านนี้ ส่วนหนึ่งมาจากความรู้ความถนัดที่ถ่ายทอดมาจากคนในครอบครัว แบบรุ่นต่อรุ่นของบ้านศุภสายสนมที่มีคุณทวดเป็นอดีตหัวหน้าห้องเครื่องหวานในวังเป็นต้นแบบ ที่นี่มีเชฟอาหารหวานทั้งของตะวันตกและตะวันออก แต่ในส่วนอาหารว่างไทยแบบชาววังพริมาจะเป็นผู้ดูแลและลงมือทำเองโดยที่ทำจำนวนจำกัดในแต่ละวัน และหมุนเวียนเปลี่ยนเมนูไปไม่ให้ซ้ำทั้งเจ็ดวัน “วันนี้มีของว่างไทยอะไรบ้างครับแนน” เมธวินตรงมาหาเธอทันทีที่เขามาถึงร้าน “วันนี้มีมะพร้าวอ่อนสังขยาค่ะ คุณมาร์คมีแขกเหรอคะ” “ครับ วันนี้ตอนเย็นผมนัดลูกค้าของเมธากรุ๊ปที่นี่ จองห้อง วีไอพีแบบสิบที่นั่งไว้ยังไงขอของว่างกันไว้ให้ผมสักสิบชุดนะครับแนน กับใส่กล่องไปฝากมาดามเวยอีกสักสี่ชุดต่างหาก” เมธวินมีงานหลักของเขาคือการเป็นรองประธานกรรมการบริหารของเมธากรุ๊ปซึ่งเป็นงานของครอบครัว เขามักจะนัดลูกค้าของงานหลักมาที่นี่เพื่อเป็นการโปรโมตสวนอาหารพบเพื่อนไปในตัว “งั้นเดี๋ยวแนนทำให้ใหม่ค่ะ ถ้านัดลูกค้าตอนเย็นคุณมาร์คจะให้เสิร์ฟกี่โมงดี รับเมนคอร์สก่อนด้วยไหมคะ” หญิงสาวมองนาฬิกา “เมนคอร์สมีครับผมเฟิร์มเมนูไปกับเชฟแล้ว ขาดแต่ของว่างเลยมาถามแนนก่อน เสิร์ฟสักหกโมงเย็นก็ได้ครับ” หญิงสาวออกจากห้องทำงานตรงไปที่ครัวอาหารหวาน ถาม เชฟของหวานแล้วจึงรู้ว่าวัตถุดิบไม่พอ “คุณแนนคะ มะพร้าวอ่อนไม่พอค่ะ” พริมาขมวดคิ้ว มะพร้าวอ่อนเพิ่งมาส่งเมื่อครู่ทำไมจึงไม่พอ หญิงสาวเดินไปดูชั้นที่เก็บวัตถุดิบเพื่อดูว่าทำไมเชฟจึงแจ้งว่าของไม่พอ “ของเพิ่งมาส่งนี่คะ หมดแล้วเหรอ” “ค่ะเพิ่งมาส่ง แต่มันใช้ไม่ได้เลย มะพร้าวรอบนี้อ่อนเกินไป น้ำเลยเปรี้ยวค่ะ” พริมาดูมะพร้าวแล้วกุมขมับ มันอ่อนเห็น ๆ ขนาดนั้นยังเปิดดูอีกทำไม หนวดยังเป็นสีเขียวอ่อน ผิวลูกมะพร้าวเนียนขนาดนั้น “อ่อนเกินหมดทั้งล็อตเลยไหมคะเชฟ” หญิงสาวถามต่อ “ค่ะคุณแนน เป็นเหมือนกันหมด” พริมาโทรบอกนิรมลที่มีหน้าที่ดูแลการจัดซื้อโดยตรง ทันทีที่นิรมลเห็นของถึงกับโวยวาย “โห... แล้วนี่แพงด้วยนะ เจ้าประจำบอกว่าไม่มีของ ฉันต้องสั่งอีกร้านหนึ่งมา โดนขูดเลือดซิบยังได้ของไม่ดีอีก” นิรมลที่อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้วได้ที่ลงพอดี หญิงสาวจัดการโทรไปโวยวายกับร้านค้าด้วยตัวเองโดยไม่ผ่านเลขา พริมามองตามหลังเพื่อนไว ๆ แล้วหันมามองหน้าเชฟ “เดี๋ยวแนนออกไปซื้อเองค่ะ เชฟเตรียมของหวานเซตบ่ายที่จะขายก่อนก็ได้” หญิงสาวออกมากับพนักงานที่ร้านอีกคนเพื่อช่วยยกของ เธอขับรถไปถึงตลาดผลไม้สมุทรสาครที่ปกติจำได้ว่ามีสินค้าเกี่ยวกับผลไม้จำหน่ายเยอะมาก “มะพร้าวน้ำหอมไม่มีเลยจ้ะหนู” แม่ค้าร้านที่สิบบอกเธอ เมื่อเห็นว่าลูกค้าทำสีหน้าผิดหวังนางจึงให้อีกหนึ่งทางเลือก “เอางี้ หนูลองไปถามที่สวนไหม ป้าแนะนำได้ว่าไปที่ไหน ลองไปถามเขาดูอาจจะมีของนะลูก” “ขอบคุณค่ะคุณป้า สวนที่ไหนคะ” “บ้านแพ้วลูก รับรองเลยว่าน้ำหอมแท้ ลองไปตามนี้นะ” คุณป้าหยิบสมุดโน้ตมาฉีกออกหนึ่งแผ่นแล้ววาดแผนที่ให้ ปากก็คุยไปด้วย “ป้าส่งไม่เป็นหรอก ไอ้โล ๆ อะไรนั่นในมือถือ เดี๋ยวเขียนแผนที่ให้ดีกว่า เอาเบอร์โทรไปด้วยนะลูก” นางส่งกระดาษแผ่นนั้นให้หญิงสาวที่กระพุ่มมือไหว้ก่อนจะรับไปอย่างดีใจ “ขอบพระคุณมากค่ะ เดี๋ยวหนูขออุดหนุนอย่างอื่นของคุณป้านะคะ” “โอ๊ย... ไม่ต้องลูก เอาไว้วันหลังค่อยมาก็ได้ ไปสวนมะพร้าวก่อนลูก” แม้ว่าแกจะปฏิเสธแต่พริมาก็ซื้อมะม่วงน้ำดอกไม้สุก มะม่วงกวนและน้ำตาลมะพร้าวมาจำนวนหนึ่งจนได้ จากนั้นจึงตรงไปบ้านแพ้วตามแผนที่ที่แกเขียนไว้ให้ สวนมะพร้าวที่ว่าอยู่ห่างจากตลาดผลไม้ไปยี่สิบกิโล พริมาขับรถไปตามแผนที่โดยมีลูกน้องช่วยดูทาง “นี่ฮะเจ้แนน เลี้ยวซ้ายข้างหน้าเลย” ตุลาหรือตุ้ม ชายหัวใจหญิงผู้มีรูปร่างบึกบึนบอกทางเจ้านายสาว ตุ้มเป็นลูกน้องที่ตามมาจากร้านเก่าและเป็นผู้ช่วยในครัวอาหารหวานมือหนึ่งจึงสนิทสนมกับเธออย่างมาก “ชื่อสวนอะไรนะตุ้ม เจ้ลืม” พริมาที่ขับรถไปด้วย มองสองข้างทางไปด้วย เธอเลี้ยวจากถนนใหญ่และเจอทางลูกรังมาสักระยะหนึ่งแล้ว “สวนเศรษฐกรฮะเจ้ นั่น ๆ ไงอยู่ข้างหน้าขวามือแหมป้ายเล็กเหมือนกลัวใครมาเจอ” ตุ้มชี้เป้าและวิจารณ์ไปพร้อมบอกทาง พริมาขับรถเข้าไปในสวนที่ว่า เธอลดกระจกลงถามเด็กหนุ่มที่นั่งเล่นอยู่ที่ศาลาริมคลองในสวน “น้องคะ พี่มาขอซื้อมะพร้าวน้ำหอมค่ะ ไม่รู้ว่าที่นี่มีไหมคะ” เด็กหนุ่มลุกขึ้นบิดขี้เกียจก่อนจะเดินมาหาเธอ “มีมะพร้าวเป็นตัน ๆ พี่จะเอาเท่าไหร่ดี เดี๋ยวผมไปเรียกพี่ชายมาให้ ขับรถไปรอตรงนั้นร่ม ๆ เลยคร้าบ” พริมาทำตามที่เด็กหนุ่มคนนั้นพูด เธอจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีกลิ่นหอมฟุ้งจนอดไม่ได้ที่จะหาต้นตอของกลิ่นนั้น “อุ๊ย ลูกจัน... มิน่าว่าหอมอะไร” เธอก้มลงหยิบลูกจันทน์สีเหลืองสุกที่หล่นลงพื้น เมื่อเงยหน้ามองจึงรู้ว่าตนเองจอดรถใต้ต้นอินจัน มีลูกอินและลูกจันสุกหล่นอยู่พอประมาณ “ลูกจันแบบที่เอามาทำขนมเสน่ห์จันทน์ใช่ไหมฮะเจ้ นี่ของจริงเลยใช่ไหม” ตุ้มถามอย่างตื่นเต้นเพราะไม่เคยเห็นต้นไม้ดังกล่าว “ไม่ใช่ ขนมเสน่ห์จันทน์หน้าตาขนมเหมือนลูกจันนี่ก็จริง แต่ใช้ผงจันทน์เทศป่นทำ มันคนละจันน่ะ” พริมาอธิบาย “ใช่ครับ มันคนละจันจริง ๆ” เสียงห้าวที่ดังจากด้านหลังทำให้สองคนหันมามองเจ้าของเสียง ตุ้มตาค้างเมื่อเห็นหนุ่มหล่อคมเข้มแบบไทยแท้ รูปร่างเขาสูงใหญ่เหมือนนายแบบในขณะที่มีหน้าตาเข้าขั้นว่าหล่อมาก
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม