… เวลาผ่านไปห้าเดือน
ภายในห้องเช่าเล็ก ๆ ของตึกที่แออัดไปด้วยผู้คนและ
ความวุ่นวาย ฌานินเลือกที่นี่เพราะค่าเช่าถูก พอจะประทังชีวิตได้ เธอหนีออกจากบ้านมาอยู่ลำพัง หลังรู้ว่าพ่อคิดจะจับตัวเอง
ไปขายให้เสี่ยเจ้าของบ่อน ทว่าลึก ๆ ในใจก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้ เพราะสุขภาพของพ่อไม่แข็งแรงนัก
ดวงตากลมทอดมองเพดานของห้องด้วยความว่างเปล่า พลันนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องราวเมื่อห้าเดือนก่อน
“ไปขึ้นรถ”
“พะ พ่อ ฌา อึก~ ฌาไม่บริสุทธิ์แล้ว”
“ว่ายังไงนะ!!”
“ไหนแกบอกว่าลูกสาวบริสุทธิ์ แบบนี้เท่ากับย้อมแมวขาย
ให้เสี่ย ไม่กลัวเงาหัวไม่มีหรือไง”
หลังจากวันนั้น เธอหนีออกจากบ้าน เพราะหากอยู่ต่อ
ก็ไม่รู้เลยว่าตัวเองจะถูกขายให้ใครอีก เวลานั้นคนเดียวที่ฌานิน
คิดถึงสุดหัวใจคือแม่ที่ล่วงลับไปแล้ว
หลังแม่เสีย พ่อก็จมอยู่กับเหล้าอย่างหนัก ก่อนถูกชักชวนให้เข้าไปเล่นการพนันในบ่อน จากบ้านที่เคยมีฐานะพอสมควร ตอนนี้แทบไม่เหลือสมบัติอะไร
ตอนนี้สิ่งเดียวที่ร่างเล็กยังมีอยู่คือสมบัติชิ้นสุดท้ายที่แม่ทิ้งไว้ให้ก่อนจากไป เธอใช้มันเป็นทุนเล็ก ๆ เพื่อส่งเสียตัวเองเรียน
และแหวนเพชรที่ไม่กล้าตัดสินใจขาย เพราะเป็นของสำคัญที่แม่หวงแหน
เรื่องราวอัปยศที่เคยทำลงไปเมื่อห้าเดือนก่อน ฌานิน
พยายามบอกตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้ลืม อย่าได้หวนคิดถึงอีก
ทว่าภาพเหล่านั้นกลับชัดเจนในความทรงจำ
เธอยังจำได้ทุกอย่างทั้งแววตาเจ้าเล่ห์ ใบหน้าหล่อ แม้กระทั่งน้ำเสียงของเขา ชายที่ถูกเลือกให้เป็นคนแรกผ่านแอปฯ หาคู่
แชตกลุ่ม
ปอร์เช่: เบื่อว่ะ ปิดเทอมทีไร เหงาฉิบ เบื่อหน้าไอ้เปอร์
ขวัญใจ: พี่คูเปอร์ พี่ชายนายใช่ไหม ที่เคยเล่า
ปอร์เช่: ใช่
เสียงแจ้งเตือนแชต เรียกให้มือเรียวหยิบโทรศัพท์มาเปิดดู ก่อนจะเห็นข้อความของเพื่อนกำลังพิมพ์คุยกันอยู่ ปอร์เช่คือเพื่อนใหม่ที่เพิ่งทำความรู้จักกันได้ไม่กี่เดือน เขาย้ายเข้ามาเรียนกลางเทอม จริง ๆ ทำไม่ได้แต่ได้อิทธิพลของเพื่อนพี่ชายช่วย
ส่วนขวัญใจคือเพื่อนซี้คนสนิทของฌานิน ทั้งคู่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมอต้น
ฌานิน: บ่นอะไรเช่
ปอร์เช่: คนสวยของเช่มาแล้ว
ขวัญใจ: มันเข้ามาในกลุ่มเรา เพราะมีจุดประสงค์แอบแฝงแน่ ๆ
ฌานินหัวเราะเบา ๆ แม้จะรู้จักกับปอร์เช่ไม่นานมาก
แต่ทุกคนก็สนิทกันเร็วเพื่อนของเธอคนนี้แพรวพราวใช่ย่อย เรียกว่าเสือผู้หญิงเลยก็ยังได้
ปอร์เช่: จะไปอู่กับไอ้เปอร์ สาว ๆ มีใครอยากไปเล่นอู่พี่บอลด้วยกันไหมครับผม
ขวัญใจ: ก็แค่อู่ซ่อมรถมีอะไรให้น่าไปเล่น
ปอร์เช่: ไม่รู้ซะแล้ว โซนนี้มันเด็ด
ขวัญใจ: อะไรที่ว่าเด็ด
ปอร์เช่: รู้จักลูกชายตระกูลทรัพย์หิรัญสกุลไหม ถ้าไป
บางทีอาจจะได้เจอ
ขวัญใจ: ถามจริง ใครบ้างจะไม่รู้จัก หล่อกันขนาดนั้น
แต่แต่งงานมีครอบครัวไปแล้วนี่
ปอร์เช่: ยังเหลือคนนึงชื่อคลื่นแต่ไม่ค่อยไปที่อู่ นอกจาก
เอารถไปให้พี่บอลแต่ง ส่วนมากจะเจอที่สนามกับคลับ
โคตรจะเสือเลยคนนี้
ขวัญใจ: กรี๊ด! ฉันจำได้ เขาหล่อมาก นายรู้จักเหรอเช่
ปอร์เช่: เคยเจอบ้าง พี่คลื่นเป็นเพื่อนไอ้เปอร์
คนตัวเล็กมองแชตที่เพื่อนกำลังส่งโต้ตอบกันอยู่
เธอพิมพ์ตามไม่ทัน ทำได้แค่อ่านเงียบ ๆ กระทั่งถึงประโยคของขวัญใจที่ดูเหมือนจะตื่นเต้นกับชื่อชายคนนั้นไม่น้อยเลย
ด้วยความอยากรู้ จึงแตะนิ้วเรียวบนแป้นพิมพ์ตั้งคำถาม
ฌานิน: หมายถึงใครกันอยู่เหรอ
ขวัญใจ: นี่! ไม่สนใจโซเชียลก็เป็นงี้ ถ้าฉันไม่บอกแกจะรู้จักใครบ้าง เดี๋ยวฉันหาภาพให้ หล่อมาก
ฌานิน: ไม่ต้องส่งภาพมาก็ได้ ฌาไม่ได้บ้าผู้ชายแบบขวัญนะ
ปอร์เช่: ฮู๊ว จุกเลย
ขวัญใจ: ไม่สะเทือนหรอก เพราะเป็นความจริง ว่าแต่ไปไหมฌา อยู่ห้องน่าเบื่อจะตาย
ฌานิน: ไม่เอา ไม่รู้จักใครเลย จะไปได้ยังไง
ขวัญใจ: เผื่อดวงดีได้เจอพี่คลื่นนะแก
ฌานิน: ขวัญไปกับเช่เลย ฌาไม่ไป
ขวัญใจ: ไม่เอา ฉันอยากให้แกไปด้วย เปิดหูเปิดตาหน่อย ออกมาสังเคราะห์แสงบ้าง
ปอร์เช่: ไปด้วยกันได้ ช่วงค่ำ ๆ พวกพี่มันตั้งวงดื่มทำ
ความรู้จักคนอื่น ๆ บ้าง หาคอนเนกชันให้ตัวเองไงฌา รวย ๆ กันทั้งกลุ่มเลยนะขอบอก
ฌานินเพ่งมองหน้าจอแชตด้วยแววตาลังเลครู่หนึ่ง
ก่อนข้อความจากขวัญใจจะส่งมาตื๊อซ้ำอีกครั้ง ในที่สุดเธอก็ตอบตกลง เพราะความจริงแล้วแทบไม่ได้ออกไปไหนเลยอย่างเพื่อนว่า
เธอเลือกเก็บตัวเงียบ หวาดกลัวว่าพ่อจะตามหาจนเจอ
จึงต้องใช้ชีวิตอย่างหลบ ๆ ซ่อน ๆ โชคยังดีที่พ่อไม่เคยรู้แม้กระทั่งว่าเธอเรียนอยู่มหาวิทยาลัยไหน
#อู่รถ
ร่างเล็กจินตนาการว่าอู่รถคงเหมือนทั่วไปที่พื้นเปื้อนคราบน้ำมันเครื่อง กลิ่นเครื่องยนต์คละคลุ้งและมีรถหลากหลายรุ่น
จอดเรียงรายรอซ่อม ทว่าเมื่อได้มาถึงแล้วกลับเปลี่ยนความคิดทันที อู่แห่งนี้ดูคล้ายโชว์รูมรถซูเปอร์คาร์หรูมากกว่า
“GTR ใครวะ”
“ไอ้คลื่น เอามาให้ทำเครื่อง”
“หมดไปเท่าไรรอบนี้?”
“สิบกว่า”
“ไม่สะเทือนมันหรอก”
“รอบก่อนมันเอา Revuelto มา ไอ้เหี้ยสี่สิบกว่าล้าน
ลูกคนเล็กมันดีแบบนี้ พ่อแม่งตามใจฉิบหาย”
เสียงสนทนาของชายหนุ่มสองคนเอ่ยถึงบุคคลที่เป็นทายาทมหาเศรษฐี และเจ้าของสนามแข่งใหญ่ที่สุดในประเทศ ไม่นานนัก สายตาทั้งคู่ก็หันไปโฟกัสยังกลุ่มเด็กรุ่นน้อง กำลังเดินเข้ามาพร้อมเพื่อนสาวหน้าตาน่ารัก
“ตาเยิ้มเลยนะมึง เก็บอาการด้วย”
ปอร์เช่จ้องคูเปอร์ พี่ชายของตัวเองที่กำลังมองเพื่อนข้างกายเขาตาเยิ้ม เขาไม่เคยพาฌานินและขวัญใจมาแนะนำให้รู้จัก
นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ได้เจอ
หางตาของปอร์เช่เหลือบไปเห็นซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษ GT-R50 ที่มีเพียงแค่ห้าสิบคันในโลก แววตาของเขาเป็นประกายรีบถามกับเจ้าของอู่ทันที
“เชรด! รถใครวะพี่บอล ตัวแรร์หายากเลยนะนั่น”
“ของไอ้คลื่นมัน เห็นว่าวันนี้จะเข้ามาดู”
“โห เอาจริงดิ พี่คลื่นเก็บตัวแรร์ทุกรุ่นเลยเหรอวะ”
“เออ เหมือนไอ้ล่านั่นแหละ แต่บางรุ่นมันก็แข่งชนะ
แล้วได้มา”
“สุดเกินพี่”
“พาเพื่อนไปรอในห้องรับรองก่อน” บอล เจ้าของอู่ใหญ่
หันมองสาว ๆ ที่มากับเด็กรุ่นน้อง แล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้มใจดี
“ไม่ต้องเกร็ง พวกพี่ใจดี”
ปอร์เช่พาเพื่อนทั้งสองคนเดินเข้าไปยังห้องกระจกใส
ที่สามารถมองเห็นด้านนอกได้ ก่อนจะบอกให้นั่งรอก่อน
เพราะเขาจะออกไปสูบบุหรี่ และพูดคุยกับเหล่ารุ่นพี่ที่รู้จัก
“แก พี่คลื่นจะเข้ามา” ขวัญใจเก็บความตื่นเต้นเอาไว้ กระทั่งอยู่สองคนกับเพื่อนสนิทเธอจึงโพล่งออกมา แววตาเป็นประกายเมื่อรู้ว่าวันนี้จะได้เจอกับหนุ่มหล่อที่คอยตามหวีดมานาน
“อือ” ฌานินตอบอย่างไม่ใส่ใจ ไม่ได้รู้สึกตื่นเต้น เนื่องจาก
ไม่รู้จักคนที่เพื่อนกำลังพูดถึง
“แกจะเฉยชาไปไหนเนี่ย ปล่อยให้ตัวเองมีความสุขบ้างสิฌา ออกมาอยู่คนเดียวแล้ว มันไม่สบายใจเลยหรือไง”
“เปล่า… มันก็สบายใจกว่าอยู่บ้าน” ใบหน้าสวยก้มลง
มือคู่น้อยค่อย ๆ กำเข้าหากัน “แต่บางครั้งฌาก็ห่วง พ่อสุขภาพ
ไม่ดี”
“นึกถึงวันที่พ่อแกทำแบบนั้นสิ นึกถึงความเจ็บปวด”
“เพราะแบบนั้น ฌาถึงไม่กลับไป”
ขวัญใจมองเพื่อนสนิทด้วยความเห็นใจ ชีวิตของฌานินนั้นน่าสงสาร ครอบครัวที่ควรเป็นเซฟโซนกลับกลายเป็นขุมนรก
ที่คอยฉุดดึงลงไปเรื่อย ๆ จนต้องดิ้นรนหนีออกมาอยู่ตัวคนเดียวอย่างนี้ เธอรับรู้ปัญหามาตลอดแต่ไม่สามารถช่วยอะไรได้ นอกจากคอยให้กำลังใจอยู่ข้าง ๆ และให้คำแนะนำ
เสียงถอนหายใจของร่างเล็กหลุดออกจากอกเฮือกใหญ่ ใบหน้าสวยค่อย ๆ หันมองออกไปด้านนอกกระจกใส กลุ่มชายหลายคนกำลังยืนสูบบุหรี่พูดคุยกัน บ้างก็ช่วยกันซ่อมรถ
ก่อนจะสะดุดตากับซูเปอร์คาร์คันหรูสีดำ ที่เพิ่งขับเข้ามาจอดภายในอู่
“แก!! พี่คลื่น ใช่จริง ๆ ด้วย” เสียงตื่นตระหนกปนสะดีดสะดิ้งของขวัญใจดังขึ้น เมื่อเห็นชายตัวสูงรูปร่างหน้าตาดีราวกับไม่มี
อยู่จริงบนโลกเปิดประตูก้าวลงจากรถหรู รีบหันไปเขย่าแขน
เพื่อนสนิทที่นั่งข้างกันแรง ๆ พลางพูดรัวไม่หยุด
“กรี๊ด!! หล่อมาก ทำไมหล่อขนาดนี้ โอ๊ย! อีขวัญอยาก
ถวายตัวให้”
ฌานินได้ยินเสียงเพื่อนพูดข้างหูทุกประโยค ทว่าตอนนี้ร่างกายของเธอคล้ายถูกแช่แข็ง แม้จะมองเห็นชายที่เพื่อนกำลังกรี๊ดกร๊าดในระยะไกล แต่กลับรู้สึกเหมือนใบหน้าและแววตาคู่นั้น อยู่ใกล้เพียงแค่คืบ
ลมหายใจพลันติดขัด ก่อนจะร้อนวาบไปทั้งตัว เพราะ
เขาคือคนที่เธอ… ไม่มีทางลืม ผู้ชายที่เคยนัดในแอปฯ หาคู่
คนที่เธอตั้งใจเลือกมอบความบริสุทธิ์ให้
… ชายที่ยืนอยู่ตรงนั้น เป็นเขาจริง ๆ
แรงเขย่าจากเพื่อนสนิท ช่วยดึงฌานินที่กำลังล่องลอยอยู่กับความทรงจำเมื่อห้าเดือนก่อน ให้กลับมามีสติอีกครั้ง
“ฉันเรียกตั้งนาน ตะลึงในความหล่อพี่คลื่นใช่ไหม บอกแล้ว คนนี้น่ะหล่อจริง”
“อะ อื้อ” ฌานินรีบก้มหน้าลง เปล่งเสียงตอบแผ่วเบา
ในลำคอ ไม่คิดว่าคนที่เพื่อนพูดถึงจะเป็นเขา เธอเพิ่งเข้าใจคำว่า โลกกลม ก็วันนี้
“เสียอาการจนเสียงสั่นหรือไง แต่เสียใจนะคะ มาทีหลัง
ต้องต่อคิว”
เธอแทบไม่ได้สนใจถ้อยคำของเพื่อนเลย มือเรียวค่อย ๆ
บีบกำแน่น เรื่องราวนั้นไม่เคยหายจากความทรงจำ ได้แต่ภาวนา ขอให้อย่าเจอเขาอีกเพราะความอับอาย
แต่ตอนนี้คนที่ไม่อยากเจอหน้ากำลังยืนอยู่ตรงนั้นไม่ไกล ฌานินได้แต่หวัง ว่าบางทีเขาอาจจะจำเธอไม่ได้
“คนอะไรจะหล่อขนาดนั้นเนี่ย อยากรู้จริง ๆ วาสนานี้
จะเป็นของใคร”
“…”
“แก!! เขามองมาทางเราด้วย กรี๊ด! ฉันหรือเปล่า วาสนา
ฉันแน่ ๆ”