CAP 1 | ยักษ์

931 คำ
หกปีต่อมา ร่างเล็กนุ่มนิ่มในชุดกระโปรงลายสก็อตสีขาวแดงกำลังวิ่งเล่นกับเด็กวัยเดียวกันอย่างสนุกสนาน โดยมีเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ คอยดูแลไม่ให้เกิดอันตรายอยู่ห่างๆ เสียงรถยนต์คันหรูแล่นมาจอดที่หน้ามูลนิธิทำให้เด็กๆ ที่กำลังเล่นกันอยู่หันไปสนใจ ก่อนจะพากันกรูเข้าไปหาบุคคลที่เพิ่งลงมาจากรถ ชายหญิงคู่สามีภรรยาลงจากรถตามด้วยเด็กหนุ่มวัยสิบหกในชุดนักเรียนเอกชนชื่อดังย่านนั้น มูลนิธิเป็นทางผ่านไปโรงเรียนเขา พ่อกับแม่เลยแวะเอาของมาให้คนที่นี่ก่อน “วาลี มาหาแม่มา” โสภานั่งยองๆ กางแขนเป็นสัญญาณให้เด็กน้อยวิ่งโผเข้าสู่อ้อมกอด ขาเล็กป้อมวิ่งเข้าหาเจ้าของมูลนิธิด้วยความคิดถึงจนเรียกรอยยิ้มให้กับผู้ใหญ่รอบข้าง เจ้าของทั้งสองมักจะมาหาวาลีที่มูลนิธิบ่อยๆ อย่างน้อยก็ทุกเทศกาลสำคัญ “คุงโสภา” ร่างน้อยกอดซุกไออุ่นจากผู้มีพระคุณ ก่อนจะเรียกออกมาเบาๆ ด้วยเสียงไม่ชัดถ้อยชัดคำ เนื่องจากฟันหน้ากับฟันกรามน้ำนมหลุด มือเรียวชูหมวกปีกไหมพรมสีเหลืองที่ตนเองถักออกมา ก่อนจะสวมให้เด็กหญิงได้อย่างพอดี ก่อนจะยื่นถุงขนมที่นำมาด้วย ซึ่งวาลีก็ประกบสองมือเล็กของตนเองไหว้ขอบคุณ จากนั้นก็ดึงช็อกโกแลตออกมาจากถุงชอปปิงเพียงหนึ่งชิ้น วาลีเดินเตาะแตะไปหาเพื่อนวัยเดียวกันที่ยืนหน้าสลอนอยู่ไม่ไกล มือน้อยยื่นถุงทั้งหมดให้เพื่อนไปแบ่งกันกิน และวิ่งกลับมาหาโสภาที่นั่งดูการกระทำน่าเอ็นดูในท่านั่งยอง นายหญิงของตระกูลยิ้มด้วยความพึงพอใจที่เด็กน้อยรู้จักแบ่งปันสิ่งของให้คนอื่น ช้อนร่างเล็กของเด็กหญิงขึ้นอุ้มเข้าเอว วาลีซึ่งเพิ่งจะอยู่ในมุมสูงก็สอดส่ายสายตามองบรรยากาศโดยรอบได้กว้างขึ้น พลันตากลมโตหันไปสบตากับร่างสูงวัยสิบหกที่ยืนอยู่ข้างๆ มารดา ตากลมจ้องเขาอยู่เช่นนั้นไม่ยอมเปลี่ยนไปมองที่อื่น จนคนถูกมองรู้สึกอึดอัดรำคาญ “เธอมองฉันทำไม” เขาถามด้วยความหงุดหงิด เขาไม่ชอบเด็กเล็ก เพราะเด็กชอบร้องไห้ น้องสาวเขาที่บ้านก็อายุเท่านี้ วันๆ เอาแต่ร้องไห้เวลาไม่ได้ดั่งใจ “ยักษ์...” เด็กตัวเล็กพึมพำออกมาจนคนอุ้มและคนรอบข้างได้ยิน นิ้วเล็กชี้ไปที่คนยืนตีหน้ายักษ์อยู่ ใบหน้าจิ้มลิ้มเริ่มออกสีแดง ก่อนที่ปากเล็กจะเริ่มคว่ำลงแล้วก็... “แงะแง้....ยักษ์จะกินหนู...ยักษ์...จัวยักษ์” วาลีร้องไห้จ้ารีบซุกหน้าหนีเข้าอกคนอุ้มเพื่อซ่อนความกลัว เธอเคยเห็นในละครจักรๆ วงศ์ๆ ยามเช้า ยักษ์จะไม่ยิ้ม ตาดุและก็ชอบกินเด็ก ทุกคนในมูลนิธิยิ้มแย้ม สองผู้มีพระคุณก็ยิ้มแย้ม มีแต่คนนี้ที่ไม่ยิ้ม คนที่ไม่ยิ้มคือยักษ์... “วาลี!” หัวหน้ามูลนิธิเรียกเด็กเสียงเข้ม เพราะยักษ์ที่หนูน้อยพูดถึง คือลูกชายคนโตของเจ้าของมูลนิธิ “แง้!!!!” เมื่อโดนเรียกเสียงดุ หนูน้อยเลยยิ่งร้องไห้เสียงดัง จนคนไม่ชอบเด็กยกมือขึ้นมาปิดหู “ไทม์ เข้าไปรอแม่ที่รถไปลูก” โสภารู้ว่าลูกชายไม่ชอบเสียงเด็กร้อง เลยบอกลูกชายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพื่อตัดปัญหา “ครับ” ร่างสูงเดินกลับไปรอที่รถอย่างไม่ต่อต้าน แต่ก่อนจะก้าวเข้าไปนั่งในรถก็มิวายหันมามองเด็กที่กล้ามาเรียกเขาว่ายักษ์ด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ เด็กน้อยซึ่งหันศีรษะมองตามยักษ์ตัวโตที่กำลังเดินเข้ารถตาแป๋ว พลันเห็นสายตาดุดันของไทม์อีกครั้งก็ร้องไห้เสียงดังยิ่งกว่าเดิม จนหนุ่มวัยสิบหกจิ๊ปากหนีกลับเข้ารถแทบไม่ทัน •────✦❅✦────• เวลาผ่านไปจวบจนเด็กน้อยเติบโตเข้าสู่วัยแรกรุ่น ร่างเล็กเด็กสาววัยสิบห้า หลังจากกลับจากโรงเรียนก็เดินเข้ามาที่ห้องทำงานของมูลนิธิ เธอได้ยินจากน้ามลฑณาว่าคนจากบ้านสิทธิเกรียงไกรมาหา วาลีคิดว่าคือคุณโสภาที่เธอเคารพรัก ก็รีบเอากระเป๋าไปเก็บ ก่อนจะรีบตรงไปหาผู้มีพระคุณ แต่เมื่อเข้าไปถึงห้องทำงานมูลนิธิก็พบว่าคนที่มาไม่ใช่ทั้งคุณโสภาและคุณวิรัช “คุณไทม์” คนตัวเล็กทำหน้าตกใจเพราะปกติเขาจะไม่มาที่นี่ หากไม่ได้มาพร้อมครอบครัว “แม่ฉันฝากมาให้เธอ” มือหนายื่นถุงเสื้อผ้าให้เด็กสาวตรงหน้า มือน้อยยกมือไหว้ขอบคุณและรับถุงมาถือไว้ในมือ “ขอบคุณค่ะ” เขาพยักหน้ารับ หยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอย่างรวดเร็ว วาลีก้าวเท้าถอยหลังออกไปเล็กน้อยเมื่อเห็นความสูงเต็มตัวของคนตรงหน้า เธอกลัวเขาตั้งแต่เด็กและตอนนี้ก็ยังกลัวอยู่ อาจจะเพราะว่าเขาไม่ค่อยยิ้มเวลามาที่นี่ คนตัวเล็กเคยแอบเข้าไปส่องเฟซบุ๊กของลูกชายเจ้าของมูลนิธิก็เห็นว่าเขายิ้มแย้มเฮฮากับเพื่อนปกติ ยกเว้นเวลามาที่นี่ เขาอาจจะไม่ชอบที่นี่ หรือไม่...ก็อาจจะไม่ชอบเธอ “ฉันกลับก่อน” ไทม์พูดเพียงแค่นั้นก็เดินผ่านเธอไป
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม