บทที่ 1 เขาว่ากันว่า ‘พระเอกคนนี้นกเขาไม่ขัน’ (2)

1432 คำ
พูดตามตรง ชีวิตของเธอช่วงนั้นเรียกได้ว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัดสุด ๆ ฟองไม่มีเวลาจะมานั่งเสียใจเลยสักวินาที เธอต้องมารีบหางานใหม่เพื่อเอาชีวิตรอด แต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจ เธอเลยยังว่างงานมาถึงตอนนี้ สุดท้ายฟองเลยต้องใช้เงินเก็บกับเงินจากงานฟรีแลนซ์ประทังชีวิตเรื่อยมา แต่ตอนนี้มันแบกไม่ไหวแล้วจริง ๆ เธอค้างค่างวดคอนโดมาสองเดือนแล้ว ขืนปล่อยไว้นานกว่านี้ต้องถูกธนาคารยึดไปแน่ ทีนี้แหละ... นอกจากไม่มีเงินแล้ว จะไม่มีที่ซุกหัวนอนเพิ่มมาด้วยอีกอย่าง ซึ่งนั่นไม่ใช่เรื่องที่ฟองอยากให้เกิดขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว ไม่ว่ายังไง เธอไม่อยากเสียสถานที่แห่งความทรงจำนี้ไป หลังจากที่นั่งคิดนอนคิดอยู่นาน พีรดาเลยตัดสินใจเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อนสนิทเผื่อว่าอีกฝ่ายจะพอแนะนำงานให้ได้บ้าง โชคดีที่รูปร่างหน้าตาเธอมันพอไปวัดไปวา ยัยจีจี้เลยเอาโปรไฟล์เธอไปเสนอให้เฮียศักดิ์ชัยเจ้าของค่ายที่มันทำงาน จนเธอได้รับข้อเสนอให้ลองเล่นหนังเรื่องนี้ ด้วยจำนวนเงินค่าตอบแทน ฟองอยากจะรับงานนี้ใจแทบขาด เพราะนอกจากจะช่วยให้เธอจ่ายค่างวดที่ค้างได้แล้ว มันยังช่วยให้เธอมีเงินสำรองพอประทังชีวิตไปได้อีกหลายเดือนหลังจากนี้ แต่พอเห็นเงื่อนไขในเอกสาร เธอเลยต้องมานั่งชั่งใจว่ามันคุ้มไหม ซึ่งมันเป็นอะไรที่ตัดสินใจมากจริง ๆ “...แกว่าฉันควรรับงานนี้ไหม?” “เรื่องนี้ฉันคงตัดสินใจแทนแกไม่ได้หรอกฟอง เพราะงั้นเอาที่แกสบายใจดีกว่า ...ฉันลืมไปเลยว่าหนังพี่เสมันมีฉากอีโรติกเยอะมาก แต่เพราะมีเยอะนั่นแหละนะ ถึงได้ดังเปรี้ยงปร้างขนาดนี้” “หมายความว่าไง?” “คืองี้ แกเข้าใจใช่ไหมว่าหนังเกรดบีน่ะ มันคือหนังทุนน้อย เพราะงั้นจุดสนใจของหนังพวกนี้ ถ้าไม่ใช่พล็อตที่แปลกแหวกแนวมาก ๆ ก็จะเป็นฉากอีโรติกที่แรงกว่าหนังทั่วไป ซึ่งในบรรดาผู้กำกับทั้งหลาย พี่เสเป็นคนที่ถ่ายฉากนู้ดได้ดูมีศิลปะที่สุดแล้ว” “...คือไงนะ?” “ฉันไม่รู้จะอธิบายให้แกเห็นภาพยังไงเหมือนกัน แต่เอาเป็นว่าเดี๋ยวคืนนี้ฉันจะส่งหนังที่พี่เสกำกับไปให้แกดู แล้วแกจะรู้ว่าวิธีการจัดแสง เงาและองค์ประกอบภาพของพี่เขา มันไม่เหมือนใครจริง ๆ” แม้จะไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่ แต่ฟองก็พยักหน้าเออออกับเพื่อนไปก่อน ซึ่งพอจีจี้เห็นแบบนั้น มันก็กวาดสายตาไปรอบ ๆ ก่อนจะหันมาป้องปากกระซิบ “เท่าที่ฉันเห็น หนังของพี่เสแต่ละเรื่องคือมีฉากเสียวเยอะมาก~ พระนางนี่นัวกันฉ่ำ! ดูแต่ละทีฉันนี่น้ำเดินจนต้องติ้วกีตามเลยล่ะ ที่จริง... ถ้าพระเอกเรื่องนี้ไม่ใช่พี่พฤกษ์ ฉันก็คงไม่เชียร์เท่าไหร่หรอกนะ แต่เพราะเป็นพี่แกนั่นแหละ ฉันเลยวางใจว่าถึงรับงานไปก็น่าจะไม่เป็นไร” คิ้วเรียวขมวดมุ่นเล็กน้อยว่าอะไรทำให้จีจี้ไว้ใจคนที่จะมาเล่นบทพระเอกกับเธอขนาดนั้น ถึงยังไงฝ่ายนั้นก็เป็นนักแสดงชายอยู่ดีไม่ใช่หรือไงกัน จะมั่นใจว่าเขาจะไม่เล่นนอกบทหรือทำอะไรเกินเลยได้ยังไง “คนชื่อ ‘พฤกษ์’ นี่เขาเป็นใครหรือ? ทำไมแกถึงไว้ใจเขาขนาดนั้น? ไม่สิ... เขาดังขนาดนั้นเลยเหรอ ฉันเห็นแกกรี๊ดเขามาตั้งแต่ตอนอยู่ในห้องทำงานเฮียแล้วนี่” “โอ๊ย! อีฟอง! นี่แกไปอยู่หลุมไหนมา!? ใคร ๆ เขาก็กรี๊ดพี่พฤกษ์กันทั้งนั้นแหละค่ะ! นั่นพระเอกดาวรุ่งพุ่งแรง ขวัญใจสาว ๆ เลยนะ นอกจากงานหนังเกรดบี พี่แกรับทั้งถ่ายแบบ ทั้งโฆษณา เรียกว่าดังจนไม่รู้จะดังยังไงแล้ว คนอะไร~ ทั้งหล่อ สะอาด หุ่นดี กล้ามแน่นแถมยังสุภาพสุด ๆ เจอผู้ชายแบบนั้นเข้าไป ใครอดใจไหวก็บ้าแล้ว!” “...ถึงอย่างนั้นเขาก็เป็นผู้ชายอยู่ดีไม่ใช่หรือไง” “โนค่ะเพื่อนรัก~ ที่ฉันบอกว่าถ้าเป็นพี่พฤกษ์ก็น่าจะไม่เป็นไร นั่นเพราะวงในเขาบอกกันว่า พี่แกเป็นพวกชอบไม้ป่าเดียวกันจ้า~” ตากลมเบิกโพลงทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้น ก่อนจะรีบถามกลับไปด้วยความประหม่า “กะ แกหมายถึง... พี่เขาเป็นเก้งเหรอวะ?” ที่จริงพีรดาไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการเป็น LGBTQ+ หรอก ออกจะดีใจเสียมากกว่า เพราะหากคนที่เล่นบทอีโรติกคู่กันเป็นเกย์จริง ๆ เธอคงสบายใจขึ้นมากในการทำงานคู่กับอีกฝ่าย “เรื่องนั้นฉันก็ไม่ค่อยมั่นใจเหมือนกัน แต่ได้ยินคนในกองเขาเม้าท์ให้แซ่ดว่า ‘ต่อให้ฉากอีโรติกที่เล่นจะแซ่บจะเสียวแค่ไหน พี่แกก็ไม่หวั่น นกเขาไม่เคยขันเวลาทำงาน’ ทุกคนเลยคิดกันว่าพี่แกน่าจะ ‘เป็น’ น่ะ คือแกเก็ทไหม นางเอกหนังแต่ละคน ทั้งสวย ทั้งน่ารัก ทั้งเซ็กซี่ แถมยังหุ่นดีนมตู้มกันทั้งนั้น เล่นบทนัวกันเนื้อแนบเนื้อขนาดนั้นแต่หำไม่แข็งนี่ แกว่าผู้ชายปกติเขาเป็นกันไหม?” “ก็คงไม่...” “ใช่ไหมล้า~ เพราะงั้นอย่างน้อย ๆ ถ้าแกเล่นหนังเรื่องนี้กับพี่พฤกษ์ แกก็สบายใจได้ว่าพี่เขาไม่นอกบทแน่ แต่ระวังอย่าเป็นคนที่น้ำเดินเองก็แล้วกัน~” หน้าสวยแดงก่ำขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินคำพูดหยอกเย้านั้น ก่อนจะรีบผลักศีรษะเพื่อนรักที่นั่งอยู่ตรงข้ามกันให้ถอยห่างออกไป “อีจี้! อีบ้า! ใครมันจะไปทำเรื่องแบบนั้นกัน!?” พีรดาโวยวายกลบเกลื่อน ขณะที่ยกมือขึ้นพัดให้ตัวเองเพื่อระบายความร้อนบนใบหน้า ด้วยความที่พวกเราคบกันมานาน เธอกับจีจี้เลยรู้ไส้รู้พุงกันทุกอย่าง รวมถึงเรื่องความหื่นที่มีมากกว่าคนทั่วไป ยังดีที่อีกฝ่ายยังพออ่านสถานการณ์ออกเลยไม่พูดเรื่องนั้นออกมา เพียงแต่จ้องมองมาด้วยสายตาวิบวับแวววาว คล้ายกับมีอะไรบางอย่างที่อยากพูดอยู่ในใจ “เอ้า~ ฉันก็แค่เตือนด้วยความหวังดี จะบอกอะไรให้นะว่านางเอกที่เล่นคู่กับพี่พฤกษ์แล้วน้ำเดินจริงน่ะมี! แล้วมีเยอะมากด้วยเพราะพี่แกแซ่บจริง! บางคนนี่ถึงขั้นต้องไปสะกิดนักแสดงร่วมคนอื่นไปกินแก้ขัดตอนพักกองจนดังทะลุออกมานอกห้องเลยนะรู้ไหม” “สังคมกองถ่ายนี่น่ากลัวชะมัด...” “กำแพงมีหูประตูมีช่องจ้ะเพื่อนรัก~ เรื่องแบบนี้มันก็มีอยู่ทุกสังคมนั่นแหละ เพราะงั้นฉันถึงได้เตือนแก ‘เผื่อ’ ไว้ก่อน เรื่องจะรับงานหรือไม่รับงาน ฉันไม่บังคับแกหรอก เอาเป็นว่าแกลองตัดสินใจดูก็แล้วกันว่าไหวที่ตรงไหน ถ้าแกคิดว่าตัวเองไม่ไหวจริง ๆ ฉันจะลองไปคุยกับเฮียให้อีกรอบ เผื่อขอให้แกมาทำงานคอสตูมด้วยกัน แต่แกรู้ใช่ปะว่าคนทำงานเบื้องหลัง มันไม่มีทางได้เงินเท่าคนหน้ากล้อง แถมอาจจะต้องเหนื่อยกว่าด้วยซ้ำไป” “ฉันรู้... ขอบใจแกมากเลยที่พยายามช่วยฉันตั้งขนาดนี้ เรื่องบทฉันจะลองเก็บไปคิดอีกที ถ้าตัดสินใจยังไงจะทักไป” พวกเราตัดสินใจจบเรื่องเครียด ๆ กันไว้เพียงเท่านั้นและหันมาพูดคุยกันเรื่องสัพเพเหระกันระหว่างกินข้าวกลางวัน ก่อนที่ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไป พีรดามุ่งหน้ากลับคอนโดทันทีหลังจากที่เสร็จธุระเพราะอยากจะรีบกลับมานั่งปั่นงานต่อ แล้วก็อยากมานั่งคิดสะระตะกับตัวเองด้วยว่าจะเอายังไงกับข้อเสนอของเฮียศักดิ์ชัย ...ลองดูสักทีดีไหม? เพราะถึงยังไง ก็คงไม่มีอะไรเลวร้ายไปมากกว่านี้แล้วละนะ
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม