อารัมภบท
ตามธรรมเนียมของตระกูลหลง ห้ามจัดงานรื่นเริงทุกประเภทหากอยู่ในช่วงไว้ทุกข์หนึ่งปี ทว่างานแต่งครั้งนี้กลับถูกจัดขึ้นหลังผ่านงานศพไปได้เพียงแค่เจ็ดวัน ตามคำสั่งเสียสุดท้ายที่ลี่หมิงตราเอาไว้บนหน้าพินัยกรรม ก่อนที่เธอจะจากไปอย่างสงบ หลังจากที่ป่วยติดเตียงมานานถึงแปดปี...
พิธีมงคลระหว่างลี่หลิน ลูกสาวคนเดียวของลี่หมิงถูกจัดขึ้นอย่างสมเกียรติ เพราะเธอไม่เพียงได้แต่งงานกับผู้ชายที่เพียบพร้อมทั้งหน้าที่การงาน หน้าตา และนิสัยที่เด็ดเดี่ยว แต่เธอยังได้ขึ้นนั่งบัลลังก์ที่ใครต่างก็ปรารถนา นั่นคือตำแหน่งภรรยาผู้นำตระกูลหลง ราชามังกรที่ใครต่างก็พร้อมก้มหัวและเชิดชู
แม้นี่จะไม่ใช่สิ่งที่เธอเห็นดีเห็นชอบเลยแม้แต่น้อย แต่เธอก็ไม่อาจขัดต่อคำสั่งเสียสุดท้ายของแม่ได้ เธอเข้าใจเจตนาของผู้เป็นแม่ดี ว่าเขียนพินัยกรรมฉบับนี้ขึ้นมาเพื่อสิ่งใด และอีกหนึ่งคนที่ไม่เห็นชอบต่อพิธีมงคลนี้เช่นเดียวกับเธอ คือผู้นำตระกูลหลง หรือสามีของเธอนั่นเอง...
มังกรพยายามอย่างมากที่จะล้มล้างงานแต่งในครั้งนี้ ทว่าบรรพบุรุษของเขากลับติดหนี้บุญคุณบรรพบุรุษฝั่งแม่ของลี่หลินมาก่อน นี่จึงถือเป็นการตอบแทนบุญคุณที่ไม่อาจเลี่ยงได้
สุดท้าย... พวกเขาจึงต้องเข้าสู่พิธีแต่งงานอย่างไม่ทันตั้งตัว ชนิดที่ว่าหยดน้ำตายังไม่เหือดไปจากข้างแก้ม เธอก็ถูกส่งตัวเข้าห้องหอเสียแล้ว
“ลี่หลิน ไปเปลี่ยนชุดไปลูก”
ผู้หญิงผมยาวมัดเกล้าด้วยเครื่องประดับราคาแพงก้มลงกระซิบบอกลูกสะใภ้ด้วยรอยยิ้ม พลางลูบไหล่แผ่วเบา หลังจากสิ้นพิธีในช่วงแรก สำหรับงานแต่งของคนทั่วไป ทั้งเจ้าบ่าวเจ้าสาว ต้องสวมใส่ชุดสีแดงกันทั้งคู่ แต่เมื่อย้ายเข้าตระกูลหลงที่นับถือสีน้ำเงินเป็นเอกลักษณ์ จึงมีพิธีถอดเจ้าสาวออกจากตระกูลเดิม เพื่อจะเข้าสู่ตระกูลใหม่ ในฐานะภรรยาคู่บุญของราชามังกร เธอจึงต้องเปลี่ยนชุดจากสีแดง นั่นคือสีประจำตระกูลเฟิง เพื่อย้ายเข้าสู่การเป็นคนของตระกูลหลงอย่างเต็มตัว
“ค่ะ”
ลี่หลินไม่ได้แสดงรอยยิ้มออกมาตั้งแต่เสียแม่ไปจวบจนกระทั่งถึงตอนนี้ ใบหน้าของเธอมีเพียงความเรียบเฉย แม้แต่ความเจ็บปวด ยังถูกซ่อนเอาไว้ในดวงตาคู่คมอย่างมิดชิด นั่นอาจเป็นเพราะเธอไม่เคยถูกสอนให้อ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก
“ถึงกับน้ำตาซึมเลยเหรอคะ”
แม่ของฝั่งเจ้าบ่าวเอี้ยวตัวถามเหมยอย่างเอ็นดู เพราะขณะจัดงาน เธอเอาแต่นั่งยิ้มอย่างภาคภูมิใจในตัวลูกสาว แม้จะเป็นเพียงแค่แม่เลี้ยงก็ตาม
“ดีใจน่ะค่ะ ลูกสาวจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา ยังไงก็ฝากลูกด้วยนะคะ แกอาจจะห้าว ๆ หน่อย บางครั้งก็แสดงท่าทีแข็งกระด้าง”
“ไม่เป็นไรเลยค่ะ รับรองว่าจะดูแลอย่างดี”
เสียงพูดคุยดังลอดผ่านช่องประตูเข้ามากระทบโสตประสาทลี่หลินที่กำลังเปลี่ยนชุดอยู่ด้านใน เธอไม่ได้เอ่ยพูดคำใด เพียงแค่เบ้ปากพร้อมกลอกตาขึ้นมองบนอย่างสะอิดสะเอียน
“เสร็จยังคะ”
เสียงใส ๆ ดังขึ้นด้านหลัง ดึงความสนใจให้คนในห้องหันไปมอง เธอคือฟาง หรือเสี่ยวฟาง น้องสาวต่างแม่ที่มีนิสัยเหมือนแม่ของเธอไม่มีผิด หน้าตาและท่าทางอ่อนน้อม เหมือนกุหลาบสีขาวบริสุทธิ์ แต่เธอกลับซ่อนหนามเอาไว้มากมาย ไว้ใจไม่ได้เลยสักครั้ง
“ตามมาทำไม”
ลี่หลินปรายตามองอีกฝ่ายผ่านบานกระจกที่สะท้อนด้านหลังด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ ทว่าอีกฝ่ายก็ยังยิ้มร่าจนตาหยีอย่างที่ชอบทำมันทุกครั้ง
“ตามมาดูแลไงคะ พี่สาวจะออกเรือนแล้ว”
ว่าพลางเดินเข้ามาเกาะแขน แสร้งทำเหมือนคนสนิทสนมแต่ก็ต้องหน้าเสียเมื่อถูกลี่หลินสะบัดแขนออกด้วยท่าทางรังเกียจแทบจะทันที ท่ามกลางสายตาแม่บ้านที่กำลังจัดการเปลี่ยนชุดให้เธออยู่
“เอ่อ... สะ เสร็จแล้วค่ะคุณลี่หลิน”
“เสร็จแล้วก็ออกไปได้”
เธอไม่แม้แต่จะหันมองที่แม่บ้านทั้งสาม เพราะกำลังจ้องเขม็งไปที่น้องสาวของตนด้วยท่าทางหยิ่งทะนง รอกระทั่งแม่บ้านทั้งหมดออกไป เธอถึงได้ก้าวขาเข้าไปชิดอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น
“หึ อิจฉาเหรอ”
“แล้วฟางต้องอิจฉาพี่หลินเรื่องอะไรล่ะคะ เรื่องที่แม่ตาย... หรือเรื่องที่ได้แต่งงานกับผู้ชายที่แม่บังคับให้เขามาแต่งด้วย”
หน้าตาใสซื่อ เปล่งคำพูดเชิงเหน็บแนมทำเอาใจลี่หลินที่ยังเปราะบางกระตุกเต้นด้วยความฉุนเฉียว แต่ยังต้องพยายามบังคับอารมณ์ เพราะรู้ดีว่าหากพลั้งมือทำอะไรลงไปตอนนี้ จะยิ่งเข้าทางสองแม่ลูก
“ระวังคำพูดด้วยเสี่ยวฟาง ตำแหน่งของฉัน... มันสั่งเป็นสั่งตายเธอกับแม่เธอได้ เธอก็น่าจะรู้”
ลี่หลินยกยิ้มอย่างมีชัยชนะ ก่อนจะเดินผ่านหน้าเธอออกไปจากห้อง แต่ก็ทันได้เห็นว่าคนตัวเล็กในชุดสีแดงกำลังกำหมัดแน่น เพราะไม่มีครั้งไหนเลยที่ลี่หลินได้ก้าวนำเธอ เว้นแต่ครั้งนี้
ทว่ายังไม่ทันที่จะเปิดประตูด้วยซ้ำ เสียงบางอย่างตกลงสู่พื้นแตกกระจายก็ทำให้เธอสะดุ้ง รีบหันขวับกลับไปมอง ก่อนจะเห็นเข้ากับภาพที่ไม่คิดว่าจะได้เจอ
เพล้ง!
“ทะ ทำอะไรของเธอเนี่ย!”
“โอ๊ยยย จะ เจ็บ ฮือออ”
เสียงที่ดังสนั่นดึงความสนใจของคนด้านนอกได้เป็นอย่างดี ประตูถูกเปิดเข้ามาอย่างแรง ก่อนที่ผู้เป็นพ่อจะวิ่งชนลี่หลินจนเซ เพื่อเข้าไปพยุงลูกสาวคนเล็กของเขาขึ้น
“เสี่ยวฟาง! เกิดอะไรขึ้น”
“เตี่ย... ฮึก มะ เมื่อกี้หนูแค่เข้ามาช่วยแต่งตัว แต่ว่าพี่หลิน...”
“หลินชนแจกันตกแตกเอง ไม่คิดว่าน้องจะเหยียบ”
ทั้งที่ไม่ได้เป็นเช่นนั้นเลย ทว่าลี่หลินกลับไม่มีทางเลือกอื่นที่ดีกว่านี้ เธอรีบเอ่ยยอมรับผิดแค่ครึ่งหนึ่ง ดีกว่าจะถูกโยนความผิดทั้งหมด อย่างที่เสี่ยวฟางชอบทำมัน และได้ผลทุกครั้ง
“ทำไมไม่ระวังเลยฮะ!”
เสียงตะคอกของพ่อดังคับห้องพร้อมกับมือสั่นเทาที่ยกขึ้นชี้หน้าลี่หลินอย่างลืมตัว เธอไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่มองดูพ่อของตัวเองนิ่ง ๆ ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาปกป้องเธอ ไม่มีสักครั้งเลยจริง ๆ
“ถ้าอย่างงั้นเราเลื่อนงานแต่งออกไปก่อนนะคะ เลือดไหลเต็มเลย”
แม่เสี่ยวฟางตรงเข้าไปช่วยประคองลูกทั้งน้ำตา สองแม่ลูกเริ่มร้องไห้ฟูมฟายเสียงดัง สร้างความชุลมุนดังวุ่นวายไปหมด ทั้งที่แผลมันไม่ได้ใหญ่อะไรมากมายขนาดนั้นเลย
“ไม่ได้ นี่ก็จะจบแล้ว เหลือแค่ดื่มน้ำชากับเข้าหอเอง”
ลี่หลินรีบขวาง ทว่าพ่อกับแม่ฝั่งเจ้าสาวกลับแสดงท่าทางไม่เห็นด้วย เพราะสำหรับพวกเขา เสี่ยวฟางคือแก้วตาดวงใจ ไม่ใช่เธอ
ในเมื่อสถานการณ์กำลังพลิกไปในทิศทางที่ไม่ควร เธอรู้ว่าสองแม่ลูกจงใจสร้างสถานการณ์ล้มงานแต่งครั้งนี้ ถึงแม้เธอจะไม่อยากแต่ง แต่เธอจะไม่ยอมให้สองคนนี้ทำมันสำเร็จเป็นอันขาด
คิดได้แบบนี้ก็รีบเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนชุดแล้วตรงไปยังโต๊ะพิธี พลันหยิบแก้วชาสองใบเล็ก ๆ สีขาวประดับลายมังกรสีน้ำเงินขึ้นมาถือ เธอไม่พูดพร่ำอะไร รีบกระดกชานั้นเข้าปากท่ามกลางสายตาตะลึงงันของทุกคนที่มาร่วมงาน
“ทำบ้าอะไรของเธอ!”
มังกรที่เงียบขรึมตลอดงาน ไม่ยอมปริปากพูดออกมาแม้แต่คำเดียว และนี่คือประโยคแรกที่เขาเอ่ยกับเจ้าสาวพร้อมกับกระชากแขนให้หยุดการกระทำ
“ฉันดื่มแล้ว ถึงตาเฮีย”
“ฉันไม่ดื่ม!”
“...”
ลี่หลินจ้องเขาตาขวาง ก่อนจะพยายามจับแก้วชาขึ้นกรอกปากให้อีกฝ่ายจนชาด้านในกระฉอกออกเกือบหมด แต่แรงเธอมีเพียงเท่านี้ จะสามารถทำแบบนั้นได้ยังไง
“ดื่มค่ะ มันจะจบแล้ว อีกแค่นิดเดียว”
“บอกว่าไม่ดื่มไง!”
แก้วในมือถูกกระชากถือพร้อมกับเทชาด้านในออกจนหมด ก่อนที่ประโยคคำสั่งจะออกมาจากปากผู้นำตระกูลหลง เป็นคำเด็ดขาดที่ไม่อาจค้านได้
“เลื่อนงานแต่งออกไปก่อน มีเลือดในงานมงคล ถือไม่เป็นมงคล จนกว่าจะมีคำสั่งใหม่จากฉัน ค่อยจัดงานแต่งอีกครั้งได้”
“...”