6 คุณหนูตกอับ

1587 คำ
เวลาต่อมา “พิม” “หือ” พิมดาวตอบรับในลำคอขณะที่มือบางกำลังจัดแต่งทรงผมหน้ากระจกเงา วันนี้เธอเลือกแต่งหน้าให้ดูคมเข้มกว่าปกติเล็กน้อยเพื่อบดบังใบหน้าที่ดูอ่อนล้า และเพื่อเตรียมความพร้อม สำหรับการไปสัมภาษณ์งานที่ผับตามที่ด้าช่วยติดต่อไว้ให้ “ฉัน... คือฉัน... ขอถามอะไรแกหน่อยได้ปะ..” ด้าเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงอึกอัก เธอเอนหลังพิงขอบโต๊ะเครื่องแป้ง มองดูเพื่อนรักผ่านเงาสะท้อนในกระจก ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล “ได้ดิ มีอะไรเหรอแก” “คือ... แกลืมพี่ทรอยได้จริงๆแล้วเหรอพิม” คำถามนั้นทำให้มือที่กำลังถือแปรงแต่งหน้าชะงักไปชั่วครู่ แผ่นหลังบางเหยียดตรงขึ้นมาทันที ราวกับถูกของแหลมทิ่มแทงเข้าที่กลางใจ “ไม่รู้สิ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน” พิมดาวตอบด้วยน้ำเสียงที่ พยายามปรับให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในความเป็นจริง พื้นที่เกือบทั้งหมดในความทรงจำของเธอ ยังคงมีเงาของเขาซ้อนทับอยู่เสมอ ไม่เคยจางหายไปตามกาลเวลาเลยสักวัน “แกรู้ไหมว่าตั้งแต่แกจากไป พี่ทรอยเขาเสียใจมากเลยนะพิม เขาแทบจะเป็นผู้เป็นคนอยู่พักใหญ่เลยล่ะ” ด้าพูดต่ออย่างกล้าๆกลัวๆ เธออยากให้เพื่อนรู้ว่าการจากไปของเธอ มันสร้างรอยแผลขนาดใหญ่ไว้ให้ใครบางคนมากแค่ไหน พิมดาวหลับตาลงช้าๆ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นก้อนเนื้อในอกที่เริ่มประท้วงด้วยความเจ็บปวด “งั้นเหรอ ฉันไม่รู้เลย แต่ก็ช่างมันเถอะด้า เรื่องมันผ่านมาตั้งนานแล้ว ให้มันผ่านไปกับอดีตเถอะนะ ฉันไม่อยากจะพูดถึงมันอีกแล้วละ” เธอหันมาส่งยิ้มบางๆให้เพื่อน แต่มันกลับเป็นรอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “เพราะถึงยังไงตอนนี้ฉันก็เป็นแค่พิมดาว ผู้หญิงที่มีหนี้ท่วมหัว ไม่ใช่คุณหนูพิมดาวที่มีเกียรติมีหน้ามีตาเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ชีวิตของเขาเดินไปในทางที่ดี เติบโตไปอย่างสง่างาม ฉันก็ดีใจด้วยจริงๆ ส่วนฉันแค่เอาตัวให้รอดในแต่ละวันก็เก่งมากแล้ว” พิมดาวหยิบกระเป๋าขึ้นมาคล้องไหล่ เป็นการบอกเป็นนัยว่าบทสนทนานี้ควรจบลงเพียงเท่านี้ เธอไม่อยากให้ความอ่อนแอที่เพียรซ่อนไว้พังทลายลงมา ก่อนที่เธอจะได้เริ่มก้าวเท้าออกไปเผชิญกับโลกความเป็นจริงที่กำลังรออยู่เบื้องหน้า @ผับหรูใจกลางเมือง แสงไฟนีออนสลัวและเสียงดนตรีจังหวะหนักหน่วง ที่กำลังทดสอบระบบเครื่องเสียง ทำให้พิมดาวรู้สึกชาวาบไปทั้งหัวใจ สถานที่แห่งนี้ช่างดูแปลกตาและน่าหวั่นใจ สำหรับผู้หญิงที่ไม่เคยย่างกรายเข้าหาความบันเทิงยามค่ำคืน ในถานะคนทำงานมาก่อน “แกเข้าไปหาพี่ติวในห้องทำงานได้เลยนะพิม เดินตรงไปตามทางนี้แล้วเลี้ยวซ้าย แกจะเห็นห้องทำงานที่เป็นผนังกระจกทึบฝั่งโน้นน่ะ นั่นแหละห้องนั้นเลย” ด้าบอกทางอย่างละเอียดพลางชี้มือไปทางโซนออฟฟิศ ที่แยกตัวออกมาจากความวุ่นวายด้านนอก “อื้ม... ขอบใจมากนะด้า” พิมดาวพยักหน้าเบาๆ พยายามปรับสีหน้าให้ดูมั่นใจ ทั้งที่มือบางที่กำสายกระเป๋าอยู่นั้นเย็นเฉียบ “เคแก... มีอะไรก็เรียกฉันนะ เดี๋ยวฉันต้องรีบไปเตรียมโต๊ะทำงานก่อน” ด้าตอบรับ แต่ฝีเท้ากลับยังไม่ขยับไปไหน สายตาที่มองมาเต็มไปด้วยความกังวล "อืม..." “แก... ไปได้ใช่ไหมพิม” พิมดาวชะงักไปเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าคำถามของด้าไม่ได้หมายถึงเรื่องทางเดิน แต่หมายถึงสภาพจิตใจ ว่าเธอพร้อมจะเผชิญหน้ากับการโดนสัมภาษณ์งานในที่แบบนี้จริงๆหรือเปล่า พิมดาวสูดลมหายใจลึก กวาดสายตามองไปรอบๆ ผับที่ดูหรูหราจนน่าใจหาย เธอยกยิ้มที่พยายามทำให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุดส่งไปให้เพื่อนรัก “ได้ดิ... แกไม่ต้องห่วงหรอกด้า ชีวิตคนเรามันไม่มีอะไรที่สบายไปตลอดหรอก เรื่องแค่นี้สบายมาก” “โอเค... ถ้าแกพูดแบบนั้นฉันก็เบาใจ สู้ๆนะแก” ด้าตบไหล่เพื่อนเบาๆเป็นการให้กำลังใจ ก่อนจะรีบหมุนตัววิ่งแยกไปอีกทาง พิมดาวมองตามแผ่นหลังเพื่อนไปจนลับสายตา ก่อนจะหันกลับมามองเส้นทางมืดสลัวเบื้องหน้า “สบายมากงั้นเหรอพิมดาว" เธอพึมพำกับตัวเองเสียงแผ่ว "แค่ก้าวเดินเข้าไป แล้วทิ้งศักดิ์ศรีคุณหนูไว้ที่หน้าประตูร้าน แค่นั้นเองพิมดาว ทำได้ๆๆ สู้! ยัยคุณหนูตกอับ” ร่างบางปลอบใจตัวเองพร้อมรวบรวมความกล้าที่มีทั้งหมด ก้าวขาเดินตรงไปตามทางที่ด้าบอก ความเงียบในทางเดินที่มุ่งสู่ห้องทำงานของผู้จัดการร้านช่างบีบคั้นหัวใจ ราวกับว่าทุกย่างก้าวที่เธอก้าวเดินไป กำลังนำพาเธอไปสู่โชคชะตาบทใหม่ พิมดาวสูดหายใจลึกอีกครั้ง ก่อนจะผลักบานประตูห้องกระจกที่ด้าบอกเอาไว้ให้เปิดออก แสงไฟสว่างจ้าภายในห้องทำงาน ตัดกับความสลัวของทางเดินจนแสบตาชั่วขณะ ภายในห้อง ผู้ชายร่างท้วมที่ดูภูมิฐานคนหนึ่ง กำลังนั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน เขาเงยหน้าขึ้นมาจากเอกสารทันทีที่ได้ยินเสียงประตู “เชิญครับ” เขายิ้มทักทายอย่างใจดี “หนูคือพิมดาวใช่ไหมที่ด้าแนะนำมาน่ะ” “ค่ะ... สวัสดีค่ะ” พิมดาวตอบเสียงใส พยายามเก็บอาการประหม่าไว้ภายใต้ใบหน้าที่สงบนิ่ง ติวหรือที่พนักงานในร้านเรียกติดปากว่าพี่ติว ลอบสำรวจหญิงสาวตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ แวบแรกที่เห็นเขาก็ต้องยอมรับว่า ด้าไม่ได้พูดเกินจริงแม้แต่น้อย เธอสวย สวยเกินกว่าจะเป็นแค่เด็กเสิร์ฟในผับ ใบหน้ารูปไข่ที่แต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบา แต่กลับโดดเด่นด้วยนัยน์ตาหวานซึ้ง จมูกโด่งรั้นรับกับรูปปากอิ่มกระจับ ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดราวกับไม่เคยโดนแดด ลำคอระหงรับกับเรือนผมยาวสลวยที่ปล่อยลงมาเคลียไหล่ แค่ชุดธรรมดาที่เธอใส่ ก็ยังไม่สามารถบดบังออร่าคุณหนูที่แฝงอยู่ได้เลย นี่ถ้าจับเธอแต่งองค์ทรงเครื่องดีๆ รับรองว่าสวยสะกดสายตาแขกผู้ชายในร้านได้สบายๆ “นั่งก่อนสิหนูพิม ไม่ต้องเกร็งนะ” พี่ติวยิ้มอย่างเป็นมิตร สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความพึงพอใจ "ค่ะ... ขอบคุณค่ะ" “ไหนลองเล่าประสบการณ์ทำงานให้พี่ฟังหน่อยสิ ว่าเคยทำอะไรมาบ้าง” พิมดาวเล่าเรื่องราวการทำงานพาร์ทไทม์เล็กๆ น้อยๆ ที่เธอเคยทำตอนอยู่ต่างประเทศด้วยน้ำเสียงนอบน้อมที่สุด เธอไม่ได้เล่าถึงสถานะที่เคยเป็นคุณหนู หรือความร่ำรวยของครอบครัวในอดีต พี่ติวนั่งฟังพลางพยักหน้าหงึกหงัก แต่ในใจกลับคิดวนเวียนอยู่แต่เรื่องความงามของหญิงสาวตรงหน้า ผับของเรากำลังต้องการดาวเด่น เพื่อดึงดูดลูกค้ากระเป๋าหนักพอดีเลย “เอาล่ะหนูพิม พี่ไม่ต้องสัมภาษณ์อะไรมากหรอก แค่เห็นหน้าหนูพี่ก็รู้แล้วว่าหนูทำงานที่นี่ได้แน่นอน พี่รับหนูเข้าทำงานเลย เริ่มงานคืนนี้ได้เลยไหม” พี่ติวสรุปหลังจากพิมดาวพูดจบ พิมดาวเบิกตากว้างด้วยความตกใจและดีใจปนเปกันไป เธอไม่คิดว่ามันจะง่ายดายถึงเพียงนี้ “จริงหรือคะ ขอบพระคุณมากค่ะพี่ติว หนู... หนูกลัวว่าจะทำได้ไม่ดี” “ไม่เป็นไรหรอกหนู คนสวยอย่างหนู พี่เชื่อว่าทำอะไรก็รุ่งแน่นอน” พี่ติวยิ้มร่าอย่างพอใจ “เดี๋ยวพี่ให้ด้ามาสอนงานหนูนะ ไม่ต้องห่วง” พิมดาวถอนหายใจด้วยความโล่งอก สายตาของเธอมองไปยังบานประตูที่ปิดอยู่ เอาล่ะพิมดาว ชีวิตใหม่ของเธอเริ่มต้นขึ้นแล้วที่นี่ ลองอะไรใหม่ๆบ้างก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นมั้ง หนักกว่านี้ก็เจอมาแล้วนี่นา “ขอบคุณมากเลยค่ะพี่ติว ขอบคุณจริงๆนะคะที่เมตตาพิม” พิมดาวพนมมือไหว้ขอบคุณพี่ติวด้วยความตื้นตันใจอย่างที่สุด จนดวงตาคู่สวยมีหยาดน้ำตาคลอออกมาจางๆ รอยยิ้มที่เคยแห้งแล้ง กลับมาสดใสอีกครั้งเหมือนดอกไม้ที่ได้รับน้ำฝน “ไม่เป็นไรหรอกจ้ะพิม พี่บอกแล้วไงว่าคนสวยๆ อย่างเราน่ะมีชัยไปกว่าครึ่ง เอาล่ะรีบไปหาด้าเถอะ จะได้เตรียมตัวเปลี่ยนชุด แล้วก็เริ่มหัดงาน” “ค่ะพี่ติว พิมจะตั้งใจทำให้ดีที่สุดค่ะ จะไม่ทำให้พี่ผิดหวังเลย” พี่ติวหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี ร่างบางเดินออกจากห้องทำงานด้วยหัวใจที่พองโต ความหนักอึ้งที่แบกไว้เริ่มเบาบางลงบ้าง อย่างน้อยคืนนี้เธอก็รู้แล้วว่าจะหาเงินจากที่ไหนมาต่อสู้กับโชคชะตา “ให้ตายเถอะ ตั้งแต่เปิดผับมายังไม่เคยเจอใครสวยสะดุดตาขนาดนี้มาก่อนเลย ผิวพรรณ กิริยาท่าทาง ดูยังไงก็ไม่ใช่คนธรรมดา สงสัยงานนี้จะเจอเพชรในตมเข้าให้แล้วมั้งเนี่ย ถ้าพวกแขกวีไอพีเห็นเข้า มีหวังแย่งตัวกันให้วุ่นแน่ๆ” ติวที่มองตามแผ่นหลังของพิมดาวที่เดินออกไป ได้แต่พึมพำกับตัวเองเบาๆอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตา
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม