ลุงอับดุล

1137 คำ
พันธกานต์ไม่ได้ข้อมูลอะไรจากคุณจรุงจิต เขายอมกลับมาและสั่งนักสืบให้สืบต่อว่าลูกสาวของเขาไปอยู่ที่ไหน 'อลินของพ่อ พ่ออยากเห็นหนูจังว่าหนูหน้าตาแบบไหน' ฉับพลันใบหน้าของเด็กหญิงอลินอีกคนหลานของอิงควัตโผล่เข้ามาในความคิด แต่เขาก็ปัดมันทิ้งไปเสีย ไม่มีทางที่อลินคนนั้นจะเป็นคนเดียวกับคนที่เขาตามหา ขึ้นชื่อว่าเป็นคนในตระกูลฉัตรมณีไม่มีทางที่จะมาจากบ้านเด็กกำพร้า แต่ถ้าใช่ล่ะ... เขาถามตัวเองก่อนจะคิดต่อว่าในโลกนี้คนชื่อซ้ำกันมีมากมาย เขาคงหมกมุ่นกับเรื่องนี้มากเกินไป “คุณพัทครับ เรื่องที่ให้สืบผมได้รับรายงานแล้ว” คนของเขารีบเดินมาบอก “ลูกฉันอยู่ที่ไหนตอนนี้” พันธกานต์ถามกลับทันที “เอ่อ... ผมว่านายดูเองดีกว่าครับ” คนสนิทส่งไฟล์ภาพมาให้เจ้านายทางไลน์ พันธกานต์เปิดดูทันที หัวใจเขาแทบหยุดเต้นเมื่อเห็นหน้าเด็กหญิงอลินที่เขาตามหา ที่แท้เขาพบเธอตั้งแต่วันแรกที่มาเมืองไทย อลินคนที่กล่าวคำต้อนรับและส่งดอกไม้ให้เขาคือลูกสาวเขาเอง “คุณอรวลี ลูกพี่ลูกน้องของคุณอิงเป็นคนขอรับอุปการะคุณหนูอลินเมื่อปีก่อนครับนาย เธอทำเอกสารทุกอย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยมีทนายเป็นคนจัดการให้” “อรวลีเหรอ แล้วผู้หญิงคนนั้นตอนนี้อยู่ที่ไหน” พันธกานต์ตั้งสติได้ ญาติของอิงควัตน่าจะคุยกันได้ง่ายกว่าเป็นคนอื่น “คุณอรวลีเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารของที่นี่ครับ ปกติเธอมาทำงานทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เธอดูแลคุณหนูอลินด้วยตัวเองทุกเรื่องรวมถึงไปรับไปส่งจากโรงเรียน และที่สำคัญที่สุดเธอไม่ได้แต่งงานครับ” “ไม่ได้แต่งงานแล้วไง” ชายหนุ่มย้อนถาม “ก็ตามกฎหมายจริง ๆ การขอรับบุตรบุญธรรมมักจะต้องเป็นคนที่แต่งงานแล้วถึงจะถือว่าเหมาะสมกับการเป็นครอบครัวใหม่ให้เด็ก แต่คุณอรวลีเธอน่าจะพร้อมมากถึงทำเรื่องนี้ผ่านทั้งที่มีสถานะโสด ทีนี้ถ้าเราจะสู้กันตามกฎหมายคุณพัทในฐานะพ่อแท้ ๆ ย่อมได้เปรียบกว่าแม่บุญธรรมที่ไม่มีอะไรเกี่ยวพันทางสายเลือดเลย ผมว่าถ้าจะต้องฟ้องร้องกันทางเรามีโอกาสสูงที่จะชนะครับ” พันธกานต์โบกมือทันที หากเขามีเรื่องกับอรวลีเขาอาจจะมีปัญหากับอิงควัตด้วย และผู้หญิงที่รับอุปการะเด็กกำพร้าหากเธอดูแลอลินดีแบบที่สืบมา เธอน่าจะจิตใจดีพอสมควร “ฟ้องร้องขอให้เป็นทางสุดท้าย เราควรเจรจาก่อนพรุ่งนี้นัดไอ้อิงให้ด้วย” สายวันต่อมาพันธกานต์ขึ้นไปพบอิงควัตที่ห้องทำงาน เจ้าของห้องค่อนข้างแปลกใจที่เลขาของอีกฝ่ายขอนัดให้เจ้านาย แต่ชายหนุ่มก็ให้พบได้เพราะความอยากรู้ “ความจริงนายรอฉันลงไปก็ได้นะ” “ไม่เป็นไร คุยบนนี้สะดวกกว่า” พันธกานต์ปฏิเสธ ที่เขาอยากขึ้นมาเองในส่วนสำนักงาน เพราะอาจจะได้พบผู้หญิงที่อุปการะเด็กหญิงอลินอยู่ “งั้นว่ามาเลยครับคุณชาย” อิงควัตเลื่อนแฟ้มงานไปอีกทาง ทำท่าตั้งใจฟังเต็มที่ “ฉันเป็นหม่อมหลวงไม่ต้องใช้คำว่าคุณชาย คำนั้นมันใช้กับหม่อมราชวงศ์” พันธกานต์กล่าวแก้และเริ่มเข้าเรื่องเลย “ฉันตามหานินีอยู่ คนที่เคยคบกันที่อังกฤษเมื่อหลายปีก่อน นายจำนินีได้ไหม” อิงควัตพยักหน้า เขาจำชื่อเธอได้เพราะพันธกานต์ไม่ได้คบสาวมากนัก แต่ตัวเขาไม่ได้สนิทกับพนิตสินีเป็นการส่วนตัว “นินีกลับมาไทยเมื่อหกปีก่อน และตอนนี้ฉันเพิ่งรู้ว่าเธอเสียไปแล้วเพราะมะเร็งเม็ดเลือด” อิงควัตนั่งตัวตรงเมื่อได้ยิน “เฮ้ย... ทำไมไวนักล่ะอายุยังน้อย ๆ อยู่เลย” แต่เขาฉุกใจคิดว่าเมื่อนินีเสียชีวิตไปแล้ว พันธกานต์ยังจะตามหาใครอีก “แต่นินีมีลูกสาวที่ฉันสงสัยว่าเป็นลูกฉัน ตอนนี้ฉันสืบรู้มาว่าก่อนตายนินีพาลูกไปอยู่ในสถานสงเคราะห์เมื่อสองปีก่อน” พันธกานต์พูดต่อ เขาจ้องหน้าอิงควัตที่กำลังตั้งใจฟังจนแทบลืมหายใจ “เมื่อวานฉันตั้งใจจะไปหาลูกที่นั่น แต่เขาบอกว่ามีคนรับอุปการะลูกฉันออกมาแล้วเมื่อปีที่แล้ว” “เดี๋ยวนะ ปีที่แล้วเหรอ” อิงควัตเริ่มคิดตาม “ใช่ ลูกสาวฉันชื่ออลินและคนที่รับลูกฉันไปเลี้ยงชื่ออรวลี นายรู้จักไหมอิง” พันธกานต์จ้องหน้าคู่สนทนาเขม็ง ในขณะที่อิงควัตเริ่มเหงื่อซึม ไอ้ทฤษฎีโลกกลมทำไมมันต้องพิสูจน์ให้เห็นในตอนนี้ด้วยวะ แล้วอรวลีจะยอมหรือหากเพื่อนเขาอยากได้ลูกคืน อิงควัตนึกอยากมีประตูไปไหนก็ได้แล้ววาร์ปเขาออกไปอีกมิติหนึ่งเดี๋ยวนี้เลย อรวลีไปรับอลินกลับจากโรงเรียนเธอพาลูกมาเล่นที่ทำงานเธอตามปกติเพื่อรอเวลาเธอเลิกงาน หญิงสาวแวะที่แผนกเบเกอรี่ เธอถามเด็กหญิงว่าอยากได้อะไรขึ้นไปทานข้างบน “อลินหนูจะเอาขนมอะไรคะ อลิน” เธอหันมาเมื่อไม่มีเสียงตอบจากลูก และได้คำตอบเมื่ออลินวิ่งไปหาชายหนุ่มคนหนึ่งที่เดินตรงมาหา “ลุงอับดุล สวัสดีค่ะ” เสียงอลินทักทายเขาเหมือนรู้จักกันทำให้คนเป็นแม่มองแล้วขมวดคิ้วสงสัยว่าผู้ชายคนนี้เป็นใครกัน เธอสาวเท้าตามลูกไปเร็ว ๆ เมื่อชายคนนั้นย่อตัวอุ้มร่างเด็กหญิงขึ้นและอลินก็ยอมให้อุ้มเสียด้วย “คุณทำอะไรน่ะ เที่ยวมาอุ้มลูกคนอื่นเขาแบบนี้ได้ยังไง” อรวลีโวยวาย “สวัสดีค่ะอลิน ลุงอับดุลอยากเจอหนูตั้งสองวันแล้ว คิดถึงจังเลย” พันธกานต์จงใจไม่สนใจอรวลี เขาทำเป็นไม่ได้ยินเหมือนเธอไม่มีตัวตน คุยกับเด็กหญิงราวกับอยู่กันแค่สองคน “นี่คุณปล่อยลูกฉันลงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” อรวลีไม่กล้ากระชากเด็กหญิงมาหาตนเพราะกลัวลูกเจ็บ ได้แต่พูดเสียงดังขึ้นอีกนิด “แม่ขา คุณลุงอับดุลไงคะ” อลินหันมาหามารดา เธอขยับตัวยุกยิกพันธกานต์จึงปล่อยเธอลงยืนกับพื้น “ลุงอับดุลไหนคะ”
อ่านฟรีสำหรับผู้ใช้งานใหม่
สแกนเพื่อดาวน์โหลดแอป
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    ผู้เขียน
  • chap_listสารบัญ
  • likeเพิ่ม